ไอริณ

"แป๊นนนนนน!" เสียงดังยาวเหยียดของแตรรถยนต์แผดสนั่นลั่นหมู่บ้านชนิดไม่กลัวจะมีเรื่องหรือไม่ก็จงใจหาเรื่องก็แล้วแต่จะคิด แต่ที่แน่ๆ มันทิ่มแทงเข้ามาในรูหูของหมอทินจนเส้นประสาทเส้นที่หกแทบจะเออเร่อ ตามมาด้วยแสงไฟสีน้ำเงินสว่างจ้าขึ้นปุบปับ หมอทินหันไปมองก็เห็นลูกไฟสีน้ำเงินขนาดใหญ่กำลังพุ่งตรงเข้ามาจากปากซอยด้วยความดร็วสูง แสงไฟหน้ารถที่ต่างสีกันแทงตาหมอทินจนแสบไปหมด แต่มันก็ทำให้ซอมบี้โพงที่คร่อมร่างเขาเอาไว้ชะงักปากค้างไว้กลางอากาศและหันหน้าไปมองด้วยเช่นกัน อยู่ๆ เจ้านั่นก็แหกปากร้องโหยหวนขึ้นพร้อมกับผละออกจากเขาไปนอนกลิ้งเกลือกดิ้นพราดๆ ทุรนทุรายอยู่บนพื้นถนนข้างๆ เขาด้วยท่าทางเหมือนได้รับความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส

หมอทินเห็นสองตาที่เบิกโพลงของมันมีควันสีม่วงปะทุขึ้นสู่อากาศอย่างรุนแรง จากนั้นก็ขยายวงกว้างออกทั่วใบหน้า และลามลงไปถึงผิวหนังสีขาวซีด ควันสีม่วงนั่นไหลซึมออกมาตามรูขุมขนของมัน แผ่กระจายตัวมาสัมผ้สกับตัวชายหนุ่ม เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นร้อนฉ่าเหมือนถูกเผาไหม้ด้วยไฟรัก ทำให้เขารู้สึกตัวแล้วลนลานขยับถอยออกห่าง ซอมบี้โพงไฮโซแหงนหน้าขึ้นแหกปากลั่นหมู่บ้่าน ฉับพลันนั้นควันสีม่วงก็สลายตัวและหายวับไปแบบดื้อๆ พร้อมกับที่ร่างพุงพลุ้ยตุ้ยนุ้ยเกินเบอร์นั้นหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างลงสิ้นเชิง นอนแผ่มือหงิกงอแข็งทื่อกลายเป็นซากผีดิบไปในบัดดล และล้อมหึมาของรถคันนั้นหยุดการเคลื่อนที่ลง... ห่างจากเขาไปไม่ถึงห้าฟุต

เสียงประตูรถถูกเปิดออก "นึกยังไงถึงลงไปเล่นมวยปล้ำกับซอมบี้น่ะหมอ คนละรุ่นกันเลยนะเนี่ย" สารวัตรสิทธาพูดขณะเดินมาหาหมอทินที่ยังกึ่งนอนกึ่งนั่งทำหน้าตาตื่นหอบแฮ่กๆ อยู่กับที่ เขายื่นมือมาให้หมอทินเป็นเชิงบอกว่าต้องการจะให้ความช่วยเหลือแก่เขา "ยังอุตส่าห์มีชีวิตกลับมาได้อีกเนอะสารวัตร" หมอหนุ่มตอบพร้อมกับยื่นมือขึ้นไปจับกับสารวัตรหนุ่ม "แน่ใจนะว่าที่ใช้พูดนั่นเรียกว่าปากน่ะ...หมอ" นายตำรวจดึงหมอทินลุกขึ้นยืน "หมอ! สารวัตร! ดูนั่นสิ...พวกมันหายไปไหนกันหมดแล้ว!" เสียงรปภหนุ่มร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจ

หมอทินหันไปมองก็พบว่าบนถนนและบนอากาศบริเวณนั้นว่างเปล่าไร้เงาของกระสือและซอมบี้โพงแม้แต่ตัวเดียว "พวกมันหนีไปกันหมดแล้ว...เย้!" พจน์ร้องออกมาด้วยความดีใจกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กๆ ไปรอบๆ หมอทินและสารวัตรสิทธาพร้อมรอยยิ้มที่เบ่งบานเต็มหน้า "หมอนี่มันขาดไปกี่สลึงเนี่ยหมอ...ไม่เต็มบาทนะอย่างเนี้ย" สารวัตรหนุ่มเอียงหน้ามากระซิบถามหมอทิน "ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจแฮะ น่าจะสักสองสลึงล่ะมั้ง" หมอหนุ่มกระซิบตอบก่อนจะหันไปพูดกับคนที่เขาเพิ่งจะนินทาระยะเผาขนไปหยกๆ "พวกมันไม่ได้หนีไปไหนหรอก มันแค่หลบไปซ่อนตัวเท่านั้นเอง ถ้าเราปิดแสงยูวีนี่เมื่อไหร่ มันก็จะออกมาเพ่นพ่านเหมือนเดิมนั่นแหละ" หมอทินพูดจบ สีหน้าของรปภพจน์ก็เจื่อนลงทันตาอย่างน่าสงสาร "ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่า" นายตำรวจหนุ่มตัดบท

เมื่อพวกเขาขึ้นมานั่งกับอยู่บนรถและปิดประตูเรียบร้อยกันแล้ว รปภหนุ่มก็สะกิดแขนหมอทินเบาๆ "หมอทำไอ้นี่ตกไว้ครับ" เขาพูดพลางยื่นกระบอกไฟฉายยูวีส่งให้ "อ้อ...ขอบใจมาก" หมอทินรับมาเหน็บไว้กับเข็มขัดอย่างงงๆ สารวัตรสิทธาจัดการกดปุ่มปิดระบบแสงยูวีลง "อะ...อ้าว! ปิดทำไมล่ะครับ เดี๋ยวพวกมันก็แห่ขบวนกันมาอีกหรอก!" รปภพจน์โวยวายขึ้นมาจากเบาะหลัง "ใจเย็นสิคุณ" สารวัตรหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงออกจะรำไยหน่อยๆ "เราต้องประหยัดน้ำมันน่ะพจน์ ไม่งั้นเราจะไปกันไม่ถึงไหน" หมอทินพูดแทรกขึ้นอย่างอดทน "ทำไมล่ะครับหมอ?" รปภหนุ่มถามพลางยื่นหน้ามาแทรกช่องว่างระหว่างเบาะหน้า

"ก็...มันทำให้เปลืองน้ำมันน่ะสิ" หมอทินตอบ "นายไม่อยากให้รถนี่น้ำมันเกลี้ยงถังในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหรอกใช่ไหม" เขาถอนใจเบาๆ เพราะเริ่มรู้สึกรำคาญใจกับท่าทีแบบเด็กๆ ของรปภหนุ่มขึ้นมาเหมือนกัน "ถัดจากนี้ไปอีกสองหลังก็ถึงแล้วนะสารวัตร" เขาหันไปพูดกับนายตำรวจหนุ่มเพื่อเป็นการตัดบท ตามองตรงไปข้างหน้าอย่างใจจดใจจ่อ "ผมรู้แล้ว" นายตำรวจตอบขรึมๆ พร้อมกับวาดพวงมาลัยหลบหลีกร่างไร้หัวที่นอนขวางทางอยู่บนพื้นถนน ตอนนั้นเองที่หมอทินเห็นแสงวูบวาบสีเขียวสลับแดงลอยออกมาจากบ้านที่อยู่ตรงข้ามแล้วพุ่งเข้าไปในเขตรั้วบ้านของเขา "เชี่ยแล้วไง!" หมอทินร้องเสียงดังอย่างตื่นตระหนก "อะไรหมอ!" รปภพจน์ตื่นตูมตามมาติดๆ "มีกระสือเพิ่งเข้าไปในเขตบ้านผม!" "ว่าไงนะ!" สารวัตรสิทธาร้องอย่างตกใจ แล้วระบบแสงยูวีก็ถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้งอย่างเร่งรีบ

รถที่ล้อมรอบด้วยแสงสีน้ำเงินจอดลงตรงประตูบ้านของหมอทิน ชายหนุ่มมองลอดช่องประตูอัลลอยด์เข้าไปในบริเวณบ้านที่มืดสลัว แสงสว่างรอบตัวบ้านที่ได้จากไฟสนามระบบพลังงานแสงอาทิตย์นั้นดูจะหม่นๆ มัวๆ ยังพิกล แต่มันก็ทำให้พอมองเห็นว่าไม่ได้มีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะบอกว่าพวกกระสือจะอยู่ในบริเวณตัวบ้านเลย หมอทินตัดสินใจล้วงเอาสมาร์ทโฟนจากกระเป๋ากางเกงออกมาเปิดแอปพลิเคชั่นเพื่อใช้เปิดประตูรั้ว โชคดีที่ไวไฟของบ้านเขายังคงทำหน้าที่ของมันได้เป็นปกติอยู่ สามสิบวินาทีต่อมาพวกเขาจึงเข้ามาอยู่ในตัวบ้านได้โดยไม่มีอะไรโผล่ออกมาสร้างความตื่นระทึกแต่อย่างใด ภายในห้องรับแขกสไตล์เรียบหรูดูโมเดิร์นในโทนสีเบจ มีแสงสีเหลืองนวลตาจากโคมตั้งพื้นที่ตรงมุมห้องและแสงสีขาวดวงเล็กๆ จากตู้ปลาขนาดกลางที่วางอยู่ใกล้กันเป็นแสงสว่างเดียวที่มี

"ว้าว... บรรยากาศบ้านคุณหมอนี่ช่างโรแม้นนนนนน...ติกจริงๆ เลยนะครับเนี่ย" พจน์พูดลอยหน้าลอยตา ทำเป็นเคลิบเคลิ้มอย่างคนช่างฝันจนน่าเตะสักป้าบ หมอทินหัวเราะฝืนๆ ให้กับมุขตลกที่ไม่ดูกาลเทศะนั้นขณะที่เดินอย่างเร่งรีบตามหาไอริณไปทั่วชั้นล่างของบ้าน แต่ทุกห้องก็ว่างเปล่าไร้ซึ่งเงาของเธอ ชายหนุ่มเดินหน้าเครียดกลับเข้ามาในห้องรับแขก เห็นสารวัตรสิทธายืนกอดอกมองรปภหนุ่มที่กำลังพยายามคุยกับปลาหมอสีตัวเขื่องในตู้แล้วส่ายหน้าไปมาอย่างปลงๆ "เจอภรรยาของคุณมั้ย...หมอ" นายตำรวจหนุ่มเอ่ยถามขึ้น หมอทินขมวดคิ้วย่นและส่ายหน้าให้เป็นคำตอบแล้วเดินดุ่มตรงไปหาบันได

ที่ชั้นสองของบ้าน หมอทินต้องใจหายวาบเมื่อเห็นว่าหน้าต่างที่อยู่สุดโถงทางเดินเปิดโล่งอยู่ นี่ไอริณไม่ได้ปิดมันตามที่เขาบอกงั้นหรือ ชายหนุ่มเริ่มคิดไปต่างๆ นานา เปลวไฟแห่งความร้อนรุ่มกระวนกระวายก็ถูกจุดขึ้นมาสุมอยู่ในอกเขาอย่างรุนแรงเกินจะดับได้ เขาเปิดประตูห้องนอนเข้าไปอย่างแรง แล้วทันใดนั้นเองความโล่งใจก็บ่าไหลเข้ามาดับที่ความร้อนในหัวใจจนดับสนิท ในแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงที่เปิดอยู่นั้น ร่างเพรียวบางในเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวตัวโคร่งยืนหันหน้ามาทางเขาอยู่ที่ประตูระเบียงห้องที่เปิดรับลม ท่าทางของเธอดูตื่นตกใจไม่น้อย "ริณ!" หมอทินอุทานด้วยความโล่งใจ "ขอบคุณเจ้าแม่บาร์บี้!...คุณปลอดภัยดีใช่ไหมริณ" ชายหนุ่มถลาเข้าไปหาเธอ "นั่นคุณหรือคะ ทิน!" แล้วผัวหนุ่มเมียสาวก็โผเข้ากอดกันกลมด้วยความดีใจ

หลังจากที่กอดรัดกันหนำใจแล้ว หมอทินก็เริ่มสำรวจร่างกายภายนอกของไอริณด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่หญิงสาวทำท่าทางแปลกๆ สายตาของเธอมองต่ำอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับไม่อยากจะมองหน้าชายผู้เป็นสามีสักเท่าไหร่ เธอดูซีดเซียวไม่มีออร่าเหมือนอย่างที่เคยเป็นจนหมอทินตกใจระคนแปลกใจกับสภาพของหญิงผู้เป็นภรรยา "ริณ...คุณไม่สบายรึเปล่า" หมอทินถามอย่างกังวล ไอริณส่ายหน้าช้าๆ แต่ก็ยังเอาแต่มองจ้องพื้นอยู่อย่างนั้น "เปล่านี่คะ" เธอตอบสั้นๆ "ถ้างั้นคุณเป็นอะไรไปล่ะครับ หือม์" หมอทินถามพร้อมกับเชยคางของเธอให้เงยขึ้นมองหน้าเขา แต่แล้วหญิงสาวก็ยกคางหนีกลับไปก้มหน้ามองพื้นตามเดิม "ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร" เธอพูด "ไม่จริงอ่ะ คุณไม่เคยเป็นแบบนี้นี่นาที่รัก คุณงอนที่ผมมาช้าใช่มั๊ยเนี่ย" ชายหนุ่มยังไม่ยอมเลิกเซ้าซี้ออดอ้อน เขากระชับอ้อมแขนกอดรัดตัวหญิงสาวพร้อมกับแนบจมูกสูดดมกลิ่นหอมจากเรือนผมของเธอเข้าไปเต็มปอดอย่างที่เคยทำมาเป็นประจำ แต่คราวนี้เขากลับต้องสำลักลมหายใจของตัวเองเข้าจังเบ้อเร่อ เมื่อเจอเข้ากับกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นคาวปนกลิ่นเนื้อไหม้ไฟเข้าไปเต็มปอด

"เอ่อ...ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะโรแมนติกนะครับคุณหมอ" เสียงรปภหนุ่มดังขึ้นจากทางด้านหลัง หมอทินรีบคลายอ้อมกอดออกแล้วหันไปมองมารความรักของเขาด้วยความหงุดหงิดนิดหน่อย "โถ่เว้ย! ขอเวลาเคลียร์เมียหน่อยก็ไม่ได้" เขาบ่นพึมพำเบาๆ กับตัวเองคนเดียวแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ยินกันหมดก็ไม่รู้ ความประหลาดใจเรื่องกลิ่นฉุนจนขมคอบนเรือนผมของไอริณผุดขึ้นมาและค้างคาใจเขาอยู่อย่างนั้น "เอาเวลาเคลียร์นั่นมาคิดหาทางออกไปจากที่นี่กันก่อนมั้งหมอ" สารวัตรสิทธาพูดพลางบุ้ยปากไปทางประตูระเบียงห้องนอนที่เปิดอ้าเอาไว้ หมอทินมองตามไปด้วยความสงสัยว่าหมอนั่นจะใช้มือชี้ไม่ได้รึไงนะ แต่แล้วเขาก็ต้องอเลิร์ตสุดตัวขึ้นมาทันทีที่เห็นดวงไฟวูบวับสลับสีเขียวแดงราวครึ่งโหล กำลังพุ่งเข้ามาในเขตรั้วบ้านอย่างรวดเร็ว เห็นชัดๆ เลยว่าพวกมันลอยมาจากทางบ้านไม้ร้างที่มืดมิดหลังนั้น "เหวอ! มันมาแล้วหมอ! กระสือมาแล้วสารวัตร!" ไอ้หนุ่มรปภแหกปากโวยวายเสียงลั่นคับห้องด้วยความตื่นกลัว

ชายหนุ่มผวาสุดตัว เขาคว้ามือภรรยาสาวได้ก็รีบดึงเธอออกห่างจากประตู ก่อนที่เขาจะลนลานดึงมันปิดอย่างรวดเร็ว ทันเวลาพอดีกับที่กระสือตัวแรกพุ่งเข้าใส่อย่างดุร้าย มันชนเข้ากับกระจกโครมเบ้อเร่อแต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกรู้สมอะไรสักนิด มันยังพยายามจะผ่านกระจกเข้ามาข้างในให้ได้ด้วยการเอาหน้าแนบกระจกแล้วถูไถไปมาอย่างบ้าคลั่ง ระหว่างนั้นรปภหนุ่มก็เอาแต่เอะอะโวยวายไม่ยอมหยุด "หุบปากแล้วตั้งสติหน่อยสิวะ!" สารวัตรหนุ่มหันไปตวาดเสียงดังยังกับฟ้าผ่า ไอ้หนุ่มรปภหุบปากแน่นทันที แล้วพรรคพวกของมันก็ตามมาสมทบด้วยการเอาหัวพุ่งชนกระจกแบบรัวๆ เพียงไม่กี่ครั้งกระจกก็เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นและพร้อมที่จะแตกเป็นเสี่ยงๆ กับการกระแทกครั้งต่อไป "ไฟฉาย! หมอ...ไฟฉายยูวี!" สารวัตรสิทธาตะโกนบอก พร้อมกับลำแสงสีน้ำเงินจากไฟฉายในมือของเขาสาดเข้าใส่ใบหน้าสยองของเหล่ากระสือทันที ทำให้พวกมันผงะถอยออกไปบินโฉบไปมาอยู่นอกระเบียงแทน

หมอทินได้สติรีบปลดเอาไฟฉายจากเอวขึ้นมาเปิดสวิตช์ทันที ลำแสงยูวีทั้งสองลำทำหน้าที่ของพวกมันได้อย่างดีเยี่ยมในระดับหนึ่ง มันสามารถสร้างควันสีม่วงให้พุ่งออกมาจากผิวหน้าของพวกกระสือได้ก็จริง แต่พวกมันก็ลอยฉวัดเฉวียนหลบหลีกลำแสงไปได้อย่างว่องไวรวดเร็วจนพวกเขาส่องแสงใส่ได้ไม่ถนัดนัก แต่อย่างไรก็ดี หมอทินและสารวัตรสิทธาก็สามารถขับไล่พวกมันให้ล่าถอยออกไปในทางที่พวกมันลอยมาจนสำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยแบตเตอรี่ของไฟฉายทั้งสองกระบอกที่เกิดจะหมดขึ้นมาพร้อมๆ กันอย่างน่าปาทิ้งเป็นยิ่งนัก ความจริงที่ว่าตอนนี้พวกเขาไม่เหลืออาวุธอะไรไว้ป้องกันตัวอีกแล้วก็ถาโถมเข้าใส่หน้าหมอทินแบบจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบ "รีบกลับไปขึ้นรถกันเร็ว!" นายตำรวจหนุ่มออกคำสั่งแล้วออกวิ่งนำออกไปจากห้อง โดยมีวิ่งรปภหนุ่มตามไปติดๆ "สารวัตร รอผมด้วย!"

หมอทินฉุดมือภรรยาสาววิ่งลงบันไดตามลงมาชนเข้ากับหลังของรปภตัวเล็กจนคะมำไปชนสารวัตรสิทธาที่ยืนอยู่หน้าสุดอีกทอดหนึ่ง จากนั้นก็พากันเซแซ่ดๆ ไปคนละทิศละทาง "อะไรวะพจน์! หยุดทำไมเนี่ย!" เขาคำรามด้วยความเดือดดาล แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ชายหนุ่มก็ต้องพบกับความตื่นผวาซ้ำซากอีกระรอก ที่ประตูระเบียงที่จะเปิดออกไปยังสนามหญ้าข้างบ้านนั้น ซอมบี้โพงสองตัวกำลังเมามันอยู่กับการเอาหน้าผากโขกกระจกอย่างเอาเป็นเอาตายนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ จนหน้าผากของมันเป็นแตกแผลเละเทะแต่ไม่ยักจะมาเลือดกระเซ็นออกมาซักหยด แสงสีแดงสีเขียวบนดั้งของพวกมันที่สว่างวูบวาบเข้ามาข้างในบ้านนั้นกะพริบถี่รัวอย่างบ้าคลั่ง ที่สำคัญ กระจกหนา 5มิลลิเมตรก็กำลังจะทานแรงกระแทกนั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว มันเริ่มเกิดรอยร้าวใยแมงมุมและขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ในทุกครั้งที่ซอมบี้นั่นโขกหัวใส่

"เชี่ยแล้วไง!" สารวัตรสิทธาร้องก่อนจะวิ่งไปหาโซฟายาวที่หรูหราน่านั่งสุดโปรดของหมอทิน "มาช่วยกันหน่อย!" นายตัวหนุ่มตะโกนเรียกแบบไม่ระบุชื่อ รปภจึคพจน์รีบเข้าไปช่วยทันที "นายเอาเก้าอี้นอนนั่นไปเลย!" นายตำรวจหนุ่มสั่ง "นั่นจะทำอะไรน่ะสารวัตร!" หมอทินร้องถามเสียงหลง "หาอะไรไปขวางประตูกันพวกมันไง! อย่าถามมาก...รีบมาช่วยกันเร็วเข้า!" สารวัตรหนุ่มตอบโดยไม่หันมองหน้าหมอทินที่ทำหน้ายุ่งยากมองดูนายตำรวจหนุ่มลากโซฟาตัวโปรดออกจากตำแหน่งของมัน ถึงแม้หมอทินจะไม่ชอบใจกับความคิดนี้นัก แต่มันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในภาวะคับขันอย่างนี้แล้ว เขาตัดใจรีบวิ่งเข้าไปลากอาร์มแชร์มาตะแคงข้างแล้วยกไปวางกั้นกระจกทันที โดยที่เขาไม่มั่นใจสักนิดว่ามันจะช่วยกันพวกซอมบี้กระหายเลือดพวกนั้นได้สักกี่มากน้อย

ทั้งสามหนุ่มช่วยกันลากอะไรก็ตามที่คิดว่าพอจะช่วยถ่วงเวลาให้พวกเขาได้คิดหาทางไปที่รถได้ทัน แต่ก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์ยิ่งจะเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก 'เพล๊ง!' เสียงของการแตกหักดังขึ้น "หมอ! กระจกแตกแล้วครับ!" รปภหนุ่มร้องลั่นอย่างตกใจสุดขีด เมื่อบานกระจกถูกแรงกระแทกจนเกินจะทานไหว มันแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงบนพื้น ซอมบี้โพงทั้งสองตัวยื่นหน้าที่เปล่งแสงสีแดงๆ เขียวๆ ลอดผ่านช่องว่างระหว่างข้าวของที่ขวางมันเอาไว้พร้อมกับส่งเสียงขู่ที่ฟังดูคล้ายสัตว์กระหายเลือดใส่พวกเขาอย่างมุ่งร้าย "กรรรรร!" ซ้ำร้ายกว่านั้น ที่สนามหญ้าข้างบ้านนั่น หัวกระสือหัวหนึ่งลอยช้าๆ มาหยุดอยู่ข้างหลังโพงทั้งสองแล้วค่อยๆ หันหน้าที่ขาวซีดมา แสงไฟจากดั้งจมูกของมันจากที่สว่างวูบช้าๆ กลับเร่งจังหวะเร็วและถี่กระชั้นขึ้นอย่างกะทันหัน ลักษณะท่าทางของมันคือพร้อมสำหรับการโจมตีพวกมนุษย์อย่างเต็มที่แล้ว "โอย! ยังเชี่ยไม่พออีกรึไงวะ!" รปภหนุ่มครวญ "ตัวแม่มันมาแล้ว! ระวังตัวกันให้ดีนะทุกคน!" สารวัตรสิทธาตะโกนเตือน หมอทินหันไปหาภรรยาของเขาหมายใจจากบอกให้เธอรีบหนีไปหาที่ซ่อน แต่เขาก็กลับต้องตาเหลือกและอ้าปากค้าง ท่าทางของเขาทำให้อีกสองหนุ่มต้องรีบหันมองตามไปด้วย

ไอริณยืนนิ่งอยู่ในความมืดสลัวอันแสนจะโรแมนติกของห้องรับแขก ที่บริเวณสันจมูกของหญิงสาวเกิดแสงสีเขียวเรื่อเรืองขึ้นมาแล้ววูบดับไป แล้วแสงสีแดงก็วาบขึ้นมาแทนที่ "ทินคะ...ริณขอโทษ" เธอเปล่งเสียงแหบแห้งออกมา เป็นน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกเศร้าสร้อย สลดหดหู่และสิ้นหวัง ไม่เหมือนไอริณคนที่หมอทินรู้จักเลยสักนิด จู่ๆ ร่างของเธอก็ลอยขึ้นจนปลายเท้าเรี่ยพื้น อกของเธอแอ่นมาข้างหน้าอย่างรุนแรงราวกับมีอะไรบางอย่างพยายามจะทะลุออกมา ทำให้ไหล่และสะโพกของเธอโค้งงอไปทางด้านหลังพร้อมกับกางแขนออกกว้าง ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มทั้งสาม กระดุมเสื้อเชิ้ตที่เธอสวมใส่ออกปริหลุดออก เผยให้เห็นกลางหน้าอกของเธอที่เกิดรอยปริแตกในแนวตั้ง พริบตานั้นหน้าอกของหญิงสาวก็ระเบิดจากข้างใน แบ่งซี่โครงออกเป็นสองซีกและอ้าออกกว้าง อวดอวัยวะภายในให้พวกหนุ่มๆ ดูเป็นขวัญตา ก่อนที่ร่างบอบบางอ่อนระทวยของเธอจะร่วงหล่นลงไปนอนแผ่อยู่บนพื้นห้องแล้วนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น

แต่ส่วนที่น่าสะพรึงยิ่งกว่ากำลังลอยอยู่กลางอากาศตรงหน้าของพวกเขา หัวของไอริณลอยอยู่ในอากาศ ส่วนที่อยู่ใต้คอลงมานั้นเหลือแค่เพียงพวงไส้ทั้งขดรวมกระเพาะอาหารซึ่งถูกอุ้มเอาไว้ด้วยส่วนปลายของกระดูกสันหลังที่งองุ้มมาข้างหน้าเหมือม้าน้ำม้วนหาง เส้นประสาทสีแดงสดจำนวนมากมายเลื้อยยุ่บยั่บไปมาอย่างน่าขนลุก ดวงตาขาวขุ่นคู่นั้นมองมาที่หมอทินพร้อมกับแสงสีแดงสลับเขียวจากดั้งจมูกนั้นกะพริบวูบๆ อย่างเชื่องช้าดูเศร้าสร้อยจนหมอทินสัมผัสและรับรู้ได้ "ระ...ริณ!" หมอทินพูดเสียงแหบแห้ง.สองตาเบิกกว้างจ้องมองหัวของเมียรักที่กลายร่างไปแล้วอย่างตื่นตะลึง เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าน้ำตาไหลออกมาตอนไหน

"เหวอออ! กะ...กะ...กระสือ!" เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวของรปภหนุ่มปลุกหมอทินและสารวัตรสิทธาให้ตื่นจากความตกตะลึงได้ทันท่วงที เก้าอี้ที่วางกั้นประตูกระจกเอาไว้ถูกซอมบี้โพงผลักจนกระเด็นตกลงมา เปิดช่องด้านบนให้กระสือตัวที่อยู่ข้างนอกถือโอกาสพุ่งแทรกหัวเข้ามาลอยคว้างห่างจากหมอทินไม่ถึงสองเมตร "นะ...นะ...นั่นมันราตรีนี่นา!" รปภพจน์อุทานเสียงสั่น "หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ยังจะอุตส่าห์ช่างสังเกตสังกาอีกเหรอเนี่ย...เชื่อเขาเลย!" สารวัตรสิทธาหันไปกระแหนะกระแหน หมอทินมองหน้ากระสือตัวนั้นก็เห็นว่ามันมีใบหน้าของหญิงสาววัยทำงาน ดูจากเค้าโครงหน้าแล้วหมอทินคิดว่าเธอน่าจะเป็นสาวสวยคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่นั่นก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะในตอนนี้ความสยองได้เข้ากลืนกินความสวยของเธอไปแล้วจนหมดสิ้น ดวงตาขุ่นขาวที่ฉายแววมุ่งร้ายจ้องตากับกระสือไอริณ มันอ้าปากอวดฟันซี่เล็กๆ แหลมคมและเขี้ยวคู่ยาวเหลืองอ๋อยแต่แหลมเปี๊ยวที่เหมือนก็อปมาจากแดรกคูล่าอย่างไม่เกรงใจเจ้าของลิขสิทธิ์เอาเสียเลย

พริบตานั้น หัวกระสือไอริณก็พุ่งเขามาขวางระหว่างหมอทินกับกระสือราตรีเอาไว้ ทั้งสองประจันหน้าแข่งกันแยกเขี้ยวยิงฟันข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่มีใครยอมใคร เส้น ทั้งคู่แผ่เส้นประสาทสีแดงกางออกด้านข้างคล้ายกับเป็นกรงเล็บที่พร้อมจะใช้ห้ำหั่นกันเต็มที่ แสงสีเขียวสลับแดงก็ยิ่งกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นการบู๊ตพลังให้เต็มหลอด อึดใจต่อมากระสือสองตัวพุ่งเข้าใส่กัน โดยใช้เส้นประสาทแทนมือในการเกาะเกี่ยว จับยึดหรือผลักไสจนพันกันยุ่งเหยิงไปหมดไม่รู้เส้นไหนเป็นของใคร ต่างตัวต่างหมายมั่นที่จะกัดไปที่ส่วนลำคอที่พอจะเหลืออยู่ของกันและกันอย่างดุเดือด มันทำให้หมอทินคิดว่าตรงนั้นอาจจะเป็นจุดอ่อนของพวกกระสือก็เป็นได้ แต่ตอนนี้ช่างหัวกระสือนั่นก่อนดีกว่า เพราะมีเรื่องที่ต้องกังวลอย่างเร่งด่วนเกิดขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน ซอมบี้โพงทั้งสองตัวพังสิ่งกีดขวางที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นมาจนตอนนี้มันกลายเป็นแค่ขยะชิ้นโตๆ เกลื่อนพื้นห้องไปเสียแล้ว

แล้วสารวัตรสิทธาก็ทำในสิ่งที่หมอทินต้องปวดใจดังไฟสุมทรวงทะลวงอกฉันหนักมาก เมื่อเขาคว้าเก้าอี้ไม้บุหนังสีขาว หนึ่งในคอเลคชั่นชุดเก้าอี้รับแขกเรียบหรูแต่ราคาน่าลมจับชุดโปรดของหมอหนุ่มทุ่มลงกับพื้น ก่อนจะยกเท้ากระทืบลงไปที่ขาไม้มะฮอกกานีจนหักสะบั้น ปลายส่วนที่หักกลายเป็นปากฉลามแหลมเปี๊ยบ "สารวัตร!" หมอทินเผลอโอดครวญออกมา แต่เขาก็ต้องหัวคะมำเพราะถูกกระสือที่ฟัดกันอย่างเมามันพุ่งชนจากด้านหลัง เมื่อเขาตั้งตัวได้แล้วมองไปอีกที เก้าอี้แสนรักก็ขาหักไปจนครบทั้งสี่ขาไปแล้ว "หมอ! ระวังข้างหลัง!" สารวัตรสิทธิตะโกนเตือน ชายหนุ่มรีบกลับหลังหันไปทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่ซอมบี้โพงตัวหนึ่งเข้ามาถึงตัวเขาเสียแล้ว

มันพุ่งเข้าใส่หมอทินจนล้มกลิ้งไปบนพื้น แล้วเขาก็ต้องตกอยู่ในสภาพเป็นเบี้ยล่างเป็นซ้ำสองเพราะมันคร่อมตัวเขาไว้เสียอีกแล้ว มันพยายามยื่นปากเขาหาต้นคอของเขาอย่างดุร้าย ชายหนุ่มทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าใช้มือยันหน้ามันให้ห่างจากคอหอยเอาไว้ "ทำอะไรสักอย่างได้มั้ยโว้ย!" เขาตะโกนสุดเสียง อึดใจต่อมาซอมบี้โพงตัวนั้นก็กระเด็นออกไปจากตัวหมอทิน สารวัตรสิทธานั่นเองที่กระโดดถีบสองเท้าใส่มัน หมอทินรีบลุกขึ้นอย่างเร็วแล้ววิ่งไปเก็บไม้ขาโต๊ะที่สารวัตรโยนทิ้งไว้ ก่อนจะหันไปกระโดดคร่อมร่างซอมบี้นั่นไว้แล้วยกไม้ปลายแหลมขึ้นสุดแขน ทิ่มพรวดลงไปตรงกลางจุดกำเนิดแสงของมัน ซอมบี้โพงตัวกระตุกอย่างแรงเพียงสองสามครั้ง แล้วแสงสีเขียวสลับแดงก็ดับวูบลงก่อนที่มันจะนอนแผ่หราสิ้นฤทธิ์ไปในที่สุด

เขาหันไปมองคนอื่นๆ ก็เห็นว่ารปภหนุ่มกำลังหลับหูหลับตากระซวกปลายไม้แหลมใส่หน้าซอมบี้อีกตัวที่เขาคร่อมมันอยู่จนมันแน่นิ่งไป ส่วนสารวัตรสิทธาหันไปแทรกแซงการต่อสู้ของกระสือทั้งสอง ด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่วว่องไวสมกับเป็นตำรวจไทยที่สู้ได้แม้กระทั่งกระสือ แต่สิ่งที่หมอทินไม่โอเคก็คือ สารวัตรหนุ่มมุ่งโจมตีด้วยไม้ขาโต๊ะปลายแหลมโดยไม่สนว่าจะทิ่มไปโดนกระสือตัวไหน เห็นอย่างนั้นหมอทินจึงรีบกระโจนเข้าร่วมวงด้วย เขาพยายามทั้งฟาดทั้งทิ่มปลายไม้ใส่กระสือราตรี ในขณะที่สารวัตรหนุ่มหันไปเล่นงานกระสือไอริณอย่างหนักหน่วง "สารวัตร! มาช่วยผมจัดการยัยนี่ก่อน!" เขาพยายามจะดึงนายตำรวจหนุ่มออกมาจากกระสือไอริณ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย "รอแป๊บ! ขอจัดการยัยนี่ก่อน!" "ยัยนี่ที่คุณว่านั่นเมียผมนะโว้ย!" หมอทินระเบิดอารมณ์ด้วยการฟาดไม้อย่างสุดแรงลงกลางกบาลกระสือสายใจพอดิบพอดี ทำให้มันร่วงลงไปกลิ้งอยู่บนพื้น เขาไม่ยอมปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ รีบยกเท้ากระทืบซ้ำลงบนหน้าของมัน ตามด้วยกระซวกปลายแหลมใส่ดั้งจมูกของมันไม่ยั้ง เศษมันสมองสีเทากระเซ็นไปทั่วพื้น แต่ไม่ยักกะมีเลือดออกสักหยด อึดใจต่อมากระสือราตรีก็หมดฤทธิ์สิ้นเดชลงอย่างหมดรูป

หมอทินหันไปหาการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินอยู่ เขาพบว่ากระสือไอริณกำลังเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำถูกนายตำรวจหนุ่มใช้เท้าเหยียบพวงไส้ตรึงเธอไว้กับพื้น และเงื้อไม้แหลมขึ้นสุดล้ากำลังจะปักลงไปบนดั้งจมูกกระสือไอริณ "อย่า! สารวัตร!" หมอทินตะโกนห้ามสุดเสียงพร้อมพุ่งทั้งตัวเข้าใส่นายตำรวจหนุ่มจนกระเด็นไปล้มกลิ้งอยู่บนพื้น ปล่อยกระสือไอริณเป็นอิสระ เธอลอยตัวขึ้นจากพื้นอย่างช้าๆ โดยที่ไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดหรือดุร้ายแต่อย่างใด แสงสลับแดงเขียววูบวับอย่างอ่อนแรง ดวงตาคู่ขาวขุ่นมองสบตากับหมอทินอย่างเศร้าสร้อย "นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!" สารวัตรสิทธาเขามากระชากไหล่เขาจากข้างหลัง แต่หมอทินขืนตัวไว้ไม่ยอมหันไปตามแรง "ไม่...สารวัตร คุณจะฆ่าเธอไม่ได้...ผมไม่ยอม!" เขากระแทกเสียงปากสั่นเสียงสั่น นัยน์ตาร้อนผะผ่าวและมีน้ำใสเอ่อออกมา "แต่เธอเป็นกระสือนะหมอ" สารวัตรหนุ่มพูด "แต่เธอไม่เหมือนพวกมัน!" หมอทินหันไปตวาดทันควัน "ถ้าเธอเป็นเหมือนพวกมัน ป่านนี้พวกเราก็กลายเป็นซอมบี้ไปกันหมดแล้ว คิดบ้างสิวะ!" หมอทินตะโกนใส่หน้านายตำรวจหนุ่มสุดเสียง และเหตุผลของเขาก็ทำเอาสารวัตรสิทธานิ่งอึ้งไป

หมอหนุ่มหันกลับมาหากระสือสาวพลางสูดหายใจลึกๆ พยายามทำให้ตัวเองเย็นลงอย่างเต็มกำลังอยู่ชั่วครู่ "ริณ...คุณยังกลับเข้าร่างได้ใช่มั้ย คุณจะไม่ทิ้งร่างของคุณใช่มั้ยริณ" เขาเอ่ยออกมาในที่สุดพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาขาวขุ่นของกระสือสาวอย่างมีความหวัง แทนคำตอบ...กระสือไอริณหมุนหัวกลับหลังช้าๆ แล้วตรงไปลอยนิ่งอยู่เหนือร่างที่นอนหงายเหยียดยาวอยู่บนพื้น ก่อนที่จะลอยต่ำลงโดยเอาปลายกระดูกสันหลังและพวงลำไส้สอดเข้าไปในทรวงอกที่เปิดอ้า เส้นประสาทสีแดงจำนวนมากมายเริ่มเกาะเกี่ยวเข้ากับอวัยวะต่างๆ ภายในลำตัวของเธอ เธอแหงนขึ้นมองเพดาน และทันทีที่หัววางราบลงกับพื้น กระดูกซี่โครงก็ขยับตัวหุบเข้าหากันเหมือนไมยราพย์หุบใบ แล้วประสานตัวเข้าหากันจนเป็นเนื้อเดียว ไม่เหลือร่องรอยของบาดแผลฉีกขาดใดๆ ทิ้งเอาไว้ให้ใครเห็นเลยแม้แต่น้อย พร้อมกันนั้น...ดวงตาคู่เศร้าของเธอก็กลับมาเป็นตาปกติด้วยเช่นกัน

เลือกตอน
1 งานเลี้ยงวันเกิด
2 เก็บตัวอย่าง
3 ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4 ผู้ติดเชื้อ
5 เทียบเชึ
6 ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7 งานวิจัย
8 รายงานข่าวด่วน
9 ทางลัด
10 การกระจายพันธุ์
11 ความลับที่ถูกเปิดเผย
12 กองกอย
13 หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14 ไอริณ
15 S.O.S
16 กระสือและซอมบี้
17 เก็บกวาด
18 ทางเลือกจองคุณหมอ
19 การสอบสวน
20 ความแตกต่าง
21 องค์กรคู่ปรปักษ์
22 เทอเทิลแอนด์สเนล
23 สะกดรอยตาม
24 ปฏิบัติการปริศนา
25 ฐานวิจัยลับ
26 ทะลายรัง
27 โคตรว่านโพง
28 พ่อ แม่ ลูก
29 การลักพาตัว
30 ด็อกเตอร์ธานินทร์
31 คนทรยศ
32 คลังแสง
33 กองกอยวอริเออร์
34 พี่น้องเคลียร์ใจ
35 ล่าถอย
36 ปั๊มน้ำมัน
37 ด่านทหาร
38 หอพักหญิง
39 อุโมงค์ซิตี้
40 บันไดหนีไฟ
41 จตุรัสกลางเมือง
42 ทหารรับจ้าง
43 อุโมงค์ระบายน้ำ
44 ตึกใบหนาด
45 บนดาดฟ้า
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 45

1
งานเลี้ยงวันเกิด
2
เก็บตัวอย่าง
3
ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4
ผู้ติดเชื้อ
5
เทียบเชึ
6
ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7
งานวิจัย
8
รายงานข่าวด่วน
9
ทางลัด
10
การกระจายพันธุ์
11
ความลับที่ถูกเปิดเผย
12
กองกอย
13
หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14
ไอริณ
15
S.O.S
16
กระสือและซอมบี้
17
เก็บกวาด
18
ทางเลือกจองคุณหมอ
19
การสอบสวน
20
ความแตกต่าง
21
องค์กรคู่ปรปักษ์
22
เทอเทิลแอนด์สเนล
23
สะกดรอยตาม
24
ปฏิบัติการปริศนา
25
ฐานวิจัยลับ
26
ทะลายรัง
27
โคตรว่านโพง
28
พ่อ แม่ ลูก
29
การลักพาตัว
30
ด็อกเตอร์ธานินทร์
31
คนทรยศ
32
คลังแสง
33
กองกอยวอริเออร์
34
พี่น้องเคลียร์ใจ
35
ล่าถอย
36
ปั๊มน้ำมัน
37
ด่านทหาร
38
หอพักหญิง
39
อุโมงค์ซิตี้
40
บันไดหนีไฟ
41
จตุรัสกลางเมือง
42
ทหารรับจ้าง
43
อุโมงค์ระบายน้ำ
44
ตึกใบหนาด
45
บนดาดฟ้า

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!