หมู่บ้านชลัดดาวิลล์

ในที่สุดสารวัตรสิทธาก็พาหมอทินออกจากถนนดินแดงขึ้นมาอยู่บนถนนคอนกรีตสี่เลนส์สายเลี่ยงเมืองฝั่งขาเข้าได้สำเร็จ แสงสว่างจากหลอดไฟรายทางสว่างไสวแต่กลับแผ่ความรู้สึกเงียบเหงาวังเวงออกมาครอบคลุมไปทั่วอย่างน่าประหลาด หมอทินไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้เห็นเต็มสองตา เป็นระยะทางเกือบสิบกิโลที่รถแล่นผ่าน เขาเห็นบนถนนฝั่งขาออกมีแต่รถยนต์ที่ติดยาวเหยียดเป็นกิโลๆ บางคันมีสภาพเหมือนจะพยายามปีนข้ามเกาะกลางหนีรถติดแต่ก็กลับติดแหง็กอยู่บนเกาะแทน มีหลายคันที่เปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้และส่วนใหญ่ประตูรถก็ถูกเปิดอ้าค้างเอาไว้ ในสภาพจอดตายนิ่งสนิทไม่มีวี่แววของผู้คนอยู่ภายในหรือบนถนนเลยแม้แต่คนเดียว เหมือนพวกเขาพร้อมใจกันหายตัวไปหมดในคราวเดียวกันอย่างนั้นแหละ

"เกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย!" สารวัตรสิทธาเปรยอย่างไม่สบายใจ หมอทินได้แต่มองหน้านายตำรวจหนุ่มโดยไม่รู้จะพูดอะไรออกมา ตอนนี้ใจของเขามันแล่นลิ่วนำหน้ารถไปรออยู่ที่บ้านของเขาตั้งนานแล้ว ถึงแม้สารวัตรสิทธาจะเหยียบคันเร่งตามคำขอของเขาจนเข็มไมล์ขึ้นไปเฉียดร้อย และเหลือระยะทางอีกเพียงห้ากิโลเมตรก็จะถึงที่หมายแล้ว แต่ทุกแย่างมันก็ยังช้าไปอยู่ดีในความรู้สึก ชายหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาโทรเข้าเบอร์ของไอริณเมียรักมาตั้งแต่ตอนที่ด็อกเตอร์ธานินทร์จอมเกรียนตัวพ่อวางสายไปเมื่อห้านาทีก่อน จนถึงตอนนี้ก็มีแต่ผู้หญิงแปลกหน้าคนเดิมรับสายแทนมาตลอด "ขอโทษค่ะ...ไม่สามารถติดต่อหมายเลขที่ท่านเรียกได้ในขณะนี้" นั่นมันสร้างความร้อนรุ่มดั่งสุมไฟทรวงขึ้นในหัวใจของเขาจนแทบจะทนไม่ไหว

พวกเขาขับผ่านปั๊มน้ำมันที่ยังเปิดไฟสว่างโร่ ทั้งที่ตอนนี้ก็ห้าทุ่มกว่าเข้าไปแลัว ซึ่งมันเลยเวลาปิดปกติของปั๊มนี้ไปแล้วตั้งเกือบหนึ่งชั่วโมง ภายในปั๊มเงียบเหงาไร้ซึ่งผู้คนหรือแม้แต่รถยนต์สักคัน เอาจริงๆ ก็คือ แม้แต่หมาแมวก็ไม่เห็นมีออกมาวิ่งเพ่นพ่านให้เห็นสักตัวเลย "ผู้คนหายไปไหนกันหมดวะเนี่ย" สารวัตรสิทธาเฝ้าแต่ถามคำถามนี้มาหลายสิบครั้งแล้วนับแต่ออกถนนมา ซึ่งหมอทินก็ทำได้แค่เพียงนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างและหุบปากเงียบเพราะตอบไม่ได้เหมือนกัน อีกเพียงร้อยเมตรก็จะถึงทางเข้าหมู่บ้านชลัดดาวิลล์แล้ว "จะถึงแล้วนะสารวัตร ซ้ายมือข้างหน้านั่นแหละ" หมอทินหันไปบอกทางพร้อมกับชี้นิ้วไปข้างหน้า แต่แล้วมือก็ค้างไว้กลางอากาศ ใจหายวาบและร่วงลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม ที่ถนนหน้าทางเข้าหมู่บ้านนั้นมีแสงวูบวาบสีแดงสลับเขียวนับสิบดวง บ้างลอยต้วมเตี้ยมอยู่บนพื้น บ้างก็ลอยวูบไปวาบมาอยู่ในอากาศ และเขารู้ดีว่าสิ่งนั้นคืออะไร

"ฉิบหายแล้วเจ้าแม่บาร์บี้!" หมอทินอุทานด้วยวลีติดปาก "แสงนั่นเหมือนกับที่เราเคยเห็นในห้องสังเกตอะไรนั่นเลยนะหมอ" สารวัตรสิทธาพูดเสียงตื่นเช่นกัน "ก็ใช่น่ะสิ นั้นมันพวกโพงและกระสือตัวจริงเป็นๆ เลยล่ะ!" หมอทินตอบก่อนจะปรับเบาะนั่งให้เอนลงจนสุด "อ้าวเห้ย!...ทำแะไรน่ะหมอ มันใช่เวลาจะมาเอนหลังมั้ยเนี่ย!" นายตำรวจหนุ่มถามอย่างแปลกใจ "ใครจะไปมีอารมณ์มานอนฟะ! ผมจะหาตัวช่วยต่างหากล่ะ!" หมอทินตอบเสียงเครียด เอี้ยวตัวยื่นมือไปที่เก๊ะใต้เบาะหลังแล้วออกแรงดึงมันออกทันที ภายในมีไฟฉายสีดำเมื่อมหน้าตาประหลาดขนาดไม่เกินคืบนิ้วของหมอทินวางสงบนิ่งอยู่ มีตะขอสำหรับเกี่ยวกับเข็มขัดให้มาเสียด้วย เขาหยิบมันขึ้นมาลองเปิดดู "อันแค่นี้จะไหวมั้ยเนี่ย" เขาพึมพำเมื่อกลับมานั่งและปรับเบาะเข้าที่แล้ว "ของดีอาจจะไม่จำเป็นต้องใหญ่ก็ได้หรอกมั้ง เอาเถอะ...ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลยนะหมอ" น้ำเสียงของสารวัตรสิทธาไม่ได้ฟังดูดีเหมือนสิ่งที่เขาพยายามพูดบวกเพื่อปลอบใจกันเองเลยสักนิด

สารวัตรหนุ่มตบไฟเลี้ยวซ้ายโดยไม่จำเป็นแล้วบังคับรถให้วิ่งเลาะขอบทางเข้าไปใกล้พวกมันอย่างช้าๆ ในขณะที่หมอทินดึงเบาะขึ้นตามเดิมแล้วนั่งตัวตรงแน่วตาจับจ้องอยู่ที่แสงกระพริบพวกนั้นด้วยความตื่นระทึก มือกำไฟฉายที่ได้มาใหม่ไว้แน่น อีกเพียงไม่ถึงห้าสิบเมตรก็จะถึงปากทางเข้าหมู่บ้านแล้ว มันใกล้มากพอที่จะมองเห็นรายละเอียดได้ชัดขึ้นอีกหน่อย "พวกมันอยู่กันยั๊วเยี๊ยไปหมดเลย" หมอทินทำเสียงกระซิบเสียงแห้งและแผ่วเบา ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องกระซิบอย่างนี้ด้วยเหมือนกัน "คุณว่าถ้าเราเปิดแสงไฟยูวี มันจะใช้ได้ผลกับพวกนี้มั้ยหมอ" สารวัตรสิทธาถามขรึมๆ "ผมแน่ใจว่ามันใช้ได้นะ แต่...เราจะเปิดใช้มันได้นานแค่ไหนล่ะ จำที่หมอนั่นบอกได้มั้ย" หมอทินพูดพร้อมกับเหลือบมองแถบน้ำมันด้วยสีหน้าเป็นกังวล "น้ำมันเราเหลือไม่ถึงครึ่งถังแล้วนะสารวัตร" เขาพูดต่อจนจบประโยค

"หรือว่าบางทีเราอาจจะต้องถอยกลับไปเติมน้ำมันเพิ่มที่ปั๊บเมื่อตะกี้กันก่อนมั้ย" นายตำรวจหนุ่มออกความเห็น "มันก็เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ว่ามัน...ไม่ทันแล้วมั้งสารวัตร!" ชายหนุ่มพูดพลางทำตาเบิกโพลงแทบจะถลนออกนอกเบ้าจ้องออกไปข้างหน้า หัวใจเร่งสปีดอัพแรงขึ้นกะทันหันทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ทัน และการปรึกษาหารือก็ถูกบัวคับให้จบลงแต่เพียงแค่นั้น เมื่อหนึ่งในพวกโพงนั่นหันมาเห็นรถของพวกเขาเข้าแล้วเกิดปฏิกิริยาที่หมอทินไม่พึงประสงค์ขึ้น ถึงแม้จะได้ยินเสียงจากภายนอกตัวรถไม่ชัดเจนนัก แต่หมอทินก็เดาได้จากการแสดงสีหน้าของมันที่อ้าปากกว้างเหมือนกำลังตะเบ็งเสียงคำรามดังมาก ก่อนจะเริ่มหมุนตัวเดินแข็งทื่ออย่างกับคนเป็นรูมาตอยข้อต่อติดขัดที่กำลังพยายามทำกายภาพบำบัด ตรงลิ่วเข้ามาด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ จากนั้นทั้งกระสือที่ลอยอยู่ในอากาศและพวกซอมบี้โพงที่เหลือก็หันมาล็อคเป้ากรูกันตรงมาที่รถ "มันเล่นเราแน่แล้วสารวัตร!" หมอทินพูด เขาเอื้อมมือจะไปกดปุ่มสีน้ำเงินที่มีคำว่าUVติดอยู่ แต่ก็ต้องชะงักเพราะถูกสารวัตรหนุ่มร้องห้ามเสียก่อน "อย่าเพิ่ง!" หมอทินหันขวับไปมองหน้าอย่างมีคำถาม "ใจเย็นหมอ เราได้ใช้แน่แต่รออีกแป๊บ!" นายตำรวจหนุ่มพูดพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก หมอทินเห็นแววบ้าระห่ำฉายวาบขึ้นมาในดวงตาคู่นั้นอีกแล้ว "จะทำอะไรอีกล่ะ สารวัตร!" เขาถามเสียงตื่น มือทั้งสองข้างรีบควานหาที่ยึดเกาะเป็นการด่วนจี๋

"จะทำอะไรวะเนี่ย สารวัตร!" หมอทินร้องด้วยเสียงอย่างกับจะร้องไห้ แต่สารวัตรสิทธาก็ยังทำหน้านิ่งและจ้องแน่วไปข้างหน้าอย่างมีจุดประสงค์ "เอาน่า...เดี๋ยวก็รู้" เขาพูด แล้วหมอทินก็หัวใจหล่นวูบเมื่อเห็นกระสือตัวหนึ่งพุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามาหากระจกหน้า มันอ้าปากแยกเขี้ยวกว้างจนน้ำลายยืดเป็นสายและถูกลมตีกลับไปข้างหลัง แสงวูบๆ สลับเขียวแดงกะพริบถี่รัว เส้นประสาทสีแดงเล็กๆ จำนวนมากมายที่ดูเหมือนจะแตกแขนงออกมาจากด้านข้างของกระดูกสันหลังกางสยายเป็นวงรอบหัวกับพวงไส้และกระดูกสันหลังราวกับกรงเล็บของสัตว์ร้ายที่หมายตะปบเหยื่อ ดวงตาขุ่นขาวของมันจ้องตรงมาที่พวกเขา ทันใดนั้นสารวัตรสิทธาก็กระทืบเท้าใส่คันเร่ง ส่งตัวรถให้ทะยานไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน "เชี่ยสารวัตร!" หมอทินร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เมื่อกระสือตัวนั้นพุ่งเข้าชนกระจกหน้าเต็มรัก ก่อนที่มันจะกระเด็นขึ้นและปลิวหายไปทางท้ายรถ แต่สารวัตรหนุ่มก็ยังไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น เขาพารถพุ่งทะยานเข้าหาพวกโพงนับสิบที่เดินยึกๆ ยักๆ ตามกันเข้ามาเป็นพรวน แล้วจู่ๆ เขาก็เหยียบเบรกให้รถหยุดลง...กลางดงซอมบี้!

"ทำเชี่ยไรเนี่ยสารวัตร!" หมอทินแหกปากร้องลั่นด้วยความแพนิคทะลุปรอท ความตกใจระลอกนี้มันใหญ่กว่าคลื่นสึนามิในหนังวันสิ้นโลกไปหลายเท่าตัว เขาเอาหลังหัวเบียดแนบเข้ากับพนักพิงราวกับจะอยากให้หลอมละลายเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ฝูงซอมบี้โพงกรูเข้าล้อมรอบตัวรถทันที พวกมันสี่ห้าตัวพยายามตะกายขึ้นมาบนกระโปรงหน้า และอีกหลายตัวมาตะกายกระจกด้านข้างทำเอาโคลงเคลงไปทั้งคัน ดวงตาขาวขุ่นจ้องเข้ามาในรถอย่างประสงค์ร้ายและกระหายเลือด หมอทินเห็นว่าพวกมันทุกตัวมีสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ ที่คอของมันแต่ละตัวมีรอยแผลเหวอะหวะจากการถูกกัดด้วยเขี้ยวคมกริบ "สารวัตร!" หมอทินหันไปมองหน้านายตำรวจหนุ่ม "กดปุ่มได้ยัง!" เขากลั้นใจถามและสะดุ้งโหยงกับเสียงอะไรบางอย่างพุ่งลงมาใส่หลังคารถ "อีกแป๊บน่าหมอ" นายตำรวจหนุ่มบอก พลางเอานิ้วชี้ไปจ่อที่ปุ่มแต่ก็ยังไม่ยอมกดเสียที ตาของเขาสอดส่องมองออกไปข้างนอกตัวรถ "รอให้พวกกระสือเข้ามาใกล้อีกนิดก่อนน่า" เขาเฉลยสิ่งที่เขาคิดจะทำให้หมอทินรู้

กระสือสองตัวโผล่เข้ามาอยู่ในกรอบสายตาของหมอทินจากทางด้านบน มันพุ่งลงมาจากข้างบน เขาคิดว่าเป้าหมายของมันอยู่ที่กระจกหน้าที่แตกร้าวจากฝีมือของพวกกองกอย นั่นทำให้เขาผวาสุดตัวด้วยความกลัวว่ามันจะทนรับแรงกระแทกไม่ได้อีกต่อไป "สารวัตร! กดปุ่มบ้านั่นซะที!" หมอทินหันไปตะคอกใส่นายตำรวจหนุ่ม "ตอนนี้แหละ!" สิ้นเสียงของสารวัตรสิทธา แสงสีน้ำเงินก็สว่างจ้าขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแสดงความเจ็บปวดดังระงมอยู่รอบตัวรถ กลุ่มควันสีม่วงอมเทาปะทุออกมาจากผิวหนังของพวกซอมบี้โพงแล้วห่อหุ้มพวกมันเอาไว้เกมือนรังไหมหุ้มดักแด้ ก่อนที่พวกมันจะผงะถอยออกไปจากตัวรถอย่างรวดเร็วเหมือนตอนที่มันเข้ามา ชายหนุ่มเห็นพวกกระสือลอยหนีกระเจิดกระเจิงหายไปในความมืดข้างทางเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว แต่กับพวกซอบบี้โพงที่บินไม่ได้ พวกมันไม่อาจจะหลีกพ้นจากรัศมีแสงไปได้ทัน พวกมันจึงเริ่มทรุดตัวลงไปเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นถนนทีละตัวๆ ดิ้นทุรนทุรายอย่างบ้าคลั่งอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะสงบและหยุดความเคลื่อนไหวลงอย่างสิ้นเชิง

ราวสามสิบวินาทีต่อมา หมอทินก็กระแทกหลังใส่พนักพิงด้วยความรู้สึกผ่อนคลายลง เช่นเดียวกับสารวัตรสิทธาที่ฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาทั้งสองจะพากันหัวเราะออกมา ไม่ใช่เพราะรู้สึกตลกขบขันแต่เป็นเพราะความโล่งใจต่างหาก ทันใดนั้นหมอทินก็ต้องดีดตัวตั้งตรงอีกครั้งเมื่อเหลือบไปเห็นร่างของชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้านและมุ่งตรงมาทางพวกเขา ด้วยท่าทีไม่เหมือนกับพวกซอมบี้โพงเลย การเคลื่อนไหวของเขาดูมีชีวิตชีวามากกว่าเป็นร้อยเท่า ชายคนนั้นโบกมือหย็อยๆ มาพร้อมกับตะโกน "ช่วยผมด้วยครับ! ได้โปรด!" หมอทินรู้สึกว่าเสียงของนั้นช่างคุ้นหูยังไงอยู่ แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจ ชายคนนั้นวิ่งมาที่กระจกฝั่งคนขับ "นั่นคนรึเปล่าน่ะหมอ! เปิดประตูรับดีมั้ย?" สารวัตรสิทธาทำหน้าตื่นหันมาถาม มองหน้าหมอทินอย่างขอความเห็น แต่มือก็กดปุ่มเลื่อนกระจกลงซะแล้ว แล้วจะหันมาถามตูเพื่อ!?...หมอทินคิดแต่ไม่ได้ตอบอะไร เขายื่นหน้าไปเขม้นตามองหน้าชายปริศนา "พจน์! พจน์ใช่มั้ย! นึกว่าใครที่นํวย!" เขาร้องถาม ชายคนนั้นก้มมองมาที่เขา "อ้าว! คุณหมอนี่! ที่แท้ก็เคงกันอวย!" ชายหนุ่มอุทานตอบกลับทันควัน นายตำรวจหนุ่มทำหน้าเหลอหลามองหน้าหมอทินสลับกับชายผู้มาใหม่ไปมา แต่ก็ลดกระจกลงจนสุดเพื่อให้พูดคุยกันได้สะดวกขึ้น "นี่...พวกคุณรู้จักกันด้วยเหรอ แล้วอะไรคือน๋วยๆ อวยๆ น่ะ" นาย ตำรวจหนุ่มถาม "เขาเป็นรปภของหมู่บ้านน่ะ ก็แค่ทักทายประสาคนสนิทกันแหละ...สารวัตร แล้วอย่าทะลึ่งไปผวนคำเข้าก็แล้วกัน" หมอทินตอบ

หลังจากที่สารวัตรสิทธาปลดล็อคประตูให้ชายหนุ่มคนนั้นเปิดขึ้นมานั่งอยู่ที่เบาะหลังเรียบร้อยแล้ว สารถีหนุ่มก็พารถอ้อมร่างศพซอมบี้โพงที่นอนแข็งทื่ออยู่บนพื้นถนน แล้วตีวงไปตามถนนทางเข้าหลักของหมู่บ้าน ทุกอย่างเงียบเชียบจนดูวังเวง นอกจากรถของพวกเขาที่ขับช้าๆ ไปตามทางแล้ว ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ให้เห็นเลย "เกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอ" นายตำรวจหนุ่มหันปากไปพูดกับไหล่ตัวเองเพื่อยิงคำถามใส่ชายหนุ่มผู้มาใหม่ "ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างมันเกิดเร็วมาก ตอนสองทุ่มครึ่งกว่าๆ มีคนโทรมาเรียกให้ผมไปดูที่บ้านในซอยสิบสาม เห็นว่ามีคนถูกทำร้ายร่างกาย แต่พอผมไปถึงก็เห็นมีคนไล่กัดกัน แถมยังมีผีกระสือลอยไปลอยมาด้วยนะหมอ!"

"กระสืองั้นเหรอ!" สารวัตรหนุ่มทวนคำแล้วหันมาสบตากับหมอทิน "แล้วนี่นายรอดมาได้ไงล่ะเนี่ย...พจน์" หมอทินถาม "สงสัยหลวงพ่อโกยของผมจะดีดมั้งครับหมอ ไม่รู้เหมือนกันว่าหลวงพ่อไปโดนตัวไหนมา ถึงพาผมรอดมาได้เนี่ย" รปภหนุ่มตอบเสียงสั่นน้อยๆ และดูจะกวนทีนนิดๆ "มีคนถูกผีกระสือกัดตายด้วยนะ แต่พวกนั้นก็ฟื้นขึ้นมาไล่กัดคนอื่นๆ ต่อๆ กันไปยังกับหนังซอมบี้อ่ะ คนในซอยนั้นกลายเป็นผีดิบกันไปหมด ผมก็เลยวิ่งหนีกลับมาที่ป้อม กะว่าจะมาเก็บของแล้วหนีกลับบ้านเลย แต่พอมาถึงก็เจอพวกมันที่มาจากข้างนอกเดินยั๊วเยี๊ยเต็มไปหมด ผมไปไหนไม่ได้ก็เลยไปหลบอยู่ใต้โต๊ะในป้อม จนคุณหมอโผล่มาจัดการกับพวกมันได้นี่แหละครับ" พจน์เล่าเรื่องเร็วปรีํอแทบจะไม่เว้นช่องว่างหายใจหายคอ หมอทินคิดว่าเขากับสารวัตรสิทธาคงฟังรปภหนุ่มพูดเพลินไปหน่อย ทำให้พวกเขาลืมนึกถึงคำเตือนสำคัญไปเสียสนิท

แสงไฟสีน้ำเงินดับวูบลงพร้อมกับเครื่องยนต์สำลักอากาศ จากนั้นรถของพวกเขาก็สะดุดกึกแล้วหยุดนิ่งอยู่กลางถนนหลักของหมู่บ้านท่ามกลางความตื่นตระหนกของชายหนุ่มทั้งสาม "กะ...เกิดอะไรขึ้นน่ะ!" รปภหน้าถามหน้าตาตื่น "อย่าบอกนะว่า..." หมอทินพูดพร้อมกับมองไปที่เกจ์น้ำมัน "ฉิบหายแล้ว!" สารวัตรสิทธิอุทาน "น้ำมันหมด!" ที่สามคนประสานเสียงกันดังคับรถ สารวัตรหนุ่มกระแทกฝ่ามือเข้ากับพวงมาลัยอย่างหัวเสีย "แม่งเอ๊ย!" เขากระแทกแผ่นหลังใส่พนักพิง "รู้ งี้แวะปั๊มก่อนก็ดี" เขาบ่น "อะไรเนี่ย...ผมเพิ่งจะขึ้นมานั่งตูดยังไม่ทันอุ่นเลยนะ!" พจน์บ่นทำเสียงเหมือนกับจะร้องไห้

หมอทินถอนใจเฮือกด้วยความหนักอก ความห่วงหาหญิงคนรักก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก เขามองออกไปนอกรถที่มืดสลัว มองแสงสว่างจากหลอดไฟถนนเป็นช่วงๆ ทอดยาวเข้าไปในหมู่บ้าน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจถอดเซฟตี้เบลท์ออกแล้วทำท่าจะเปิดประตู "นั่นคุณจะทำอะไรน่ะ!" สารวัตรสิทธาคว้าแขนเขาไว้ หมอทินหันไปจ้องหน้านายตำรวจหนุ่มด้วยสายตามุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง "บ้านผมอยู่ถัดจากตรงนี้ไปอีกสองซอย ผมจะเดินไป" "แต่...มันอันตรายนะหมอ! ในซอยมีพวกนั้นเต็มไปหมดเลย!" รปภหนุ่มค้าน "แต่เราจะมานั้นรออะไรกันอยู่ตรงนี้ไม่ได้หรอกนะ ยังไงผมก็ต้องเข้าไปช่วยเมียผมให้ได้" ชายหนุ่มยืนกรานเสียงแข็ง

สารวัตรสิทธานิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ "เฮ้อ!...ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ถ้างั้นเอางี้ คุณกับคุณพจน์เดินไปก่อนเลย เดี๋ยวผมจะออกไปหาน้ำมันมาเติมรถนี่เอง" "อะไรนะ...ไม่ดีมั้งคุณคับตำหนวด เราจะแยกกันไปอย่างนี้มันจะดีเหรอ" พจน์คัดค้านขึ้นมาอีก "หรือคุณจะอยู่ในรถที่ขยับไปไหนไม่ได้นี่แล้วรอพวกมันมางาบไข่ดีล่ะ!" สารวัตรสิทธาพูดเสียงแข็ง "เอาอย่างที่สารวัตรว่าเถอะ ยังไงเราก็จำเป็นต้องใช้รถคันนี้ต่อไปอีกอยู่ดี ถ้าเราอยากจะไปจากที่นี่น่ะนะ" หมอทินสรุปรวบรัดตัดความ เขาส่งกระบอกไฟฉายยูวีให้สารวัตรหนุ่มหนึ่งกระบอก "ระวังตัวด้วยนะสารวัตร" เขาพูด "พวกคุณก็ด้วย เราไม่รู้ว่าข้างในซอยจะมีพวกมันอยู่เท่าไหร่ ยังไงถ้าไปต่อไม่ได้ก็หาที่หลบรอผมก่อนนะหมอ ปั๊มน้ำมันอยู่แค่นี้เอง ผมจะรีบไปรีบกลับ...นะ" พูดจบสารวัตรสิทธาก็ลงจากรถไปทันที หมอทินหันไปหารปภหนุ่มก็เห็นหน้าที่ขาวซีดและตื่นกลัวของเขา แต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ "ไปกันเถอะ...พจน์" หมอทินพูดสั้นๆ ก่อนจะเป็ดประตูออกไปพบกับอากาศที่อุ่นจัดภายนอกตัวรถ

เขาหันไปมองที่ซุ้มทางเข้าหมู่บ้าน เห็นหลังของสารวัตรสิทธาวิ่งไปจนถึงด่านป้อมยามหน้าหมู่บ้านแล้ว ส่วนรปภหนุ่มเพิ่งจะเปิดประตรถออกช้าๆ ยื่นหัวออกมามองไปรอบๆ อย่างระแวงระวัง "มาเร็วเข้าพจน์!" เขาเร่ง พยายามทำเสียงให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่อยากให้เสียงที่ดังเกินไปดึงดูดความสนใจของพวกกระสือหรือซอมบี้ที่อาจจะแอบอยู่ในมุมมืดแถวนี้เข้า และไม่รอให้เสียเวลา เขาเริ่มออกเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังที่หมายโดยไม่สนใจว่าจะมีใครตามมาด้วยหรือเปล่า "คุณหมอ...รอผมด้วย!" เสียงเรียกจากไอ้หนุ่มรปภดังลั่นไปถึงดาวพฤหัสบดีในความรู้สึกของหมอทินจนเขาต้องหยุดชะงักเท้าแล้วหันไปเอ็ดด้วยเสียงกระซิบ "อย่าเสียงดังได้มั้ย!"

พวกเขาเดินมาจนถึงทางแยกเข้าซอยทั้งซ้ายขวา ซึ่งถัดไปอีกสี่แยกหนึ่งก็จะเป็นทางเข้าบ้านของเขาแล้ว แต่ทั้งสองก็ต้องรีบหลบเข้าหากำแพงบ้านหลังหัวมุม เมื่อมองเข้าไปเห็นแสงสีแดงสลับเขียวจากจมูกของซอมบี้โพงหลายตัวเดินวนไปมาอยู่บนถนนในซอย "เชี่ย!" พวกมันจะเห็นเรามั้ยหมอ!" พจน์ถามด้วยอารามตื่นกลัวเหงื่อแตกเต็มหน้า หมอทินรีบจุ๊ปาก "มันจะเห็นก็เพราะนายพูดเสียงดังนี่แหละ" เขากระซิบเอ็ด ชายหนุ่มมองเข้าไปในซอยอีกครั้ง เพื่อหาจังหวะวิ่งไปที่อีกฟากของหัวมุม "เอาล่ะ...ก้มตัวต่ำเข้าไว้แล้วตามมา" เขาหันกลับมากระซิบบอก ก่อนจะก้มตัวลงแล้วออกเดินนำหน้าไป หมอทินถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเคพวกเขาสามารถผ่านมาได้สำเร็จโดยที่รปภหนุ่มไม่ทำสเตลท์แตกไปเสียก่อน

ในที่สุดพวกเขาก็ย่องมาถึงสี่แยกปากซอยเข้าบ้านของหมอทินจนได้ แต่หมอทินก็เริ่มจะหนักใจขึ้นมาเมื่อมองเข้าไปตามถนนในซอย มีพวกโพงร่วมสองโหลเห็นจะได้ เดินไปเดินมากันให้ควั่กตลอดทางไปยันบ้านของเขา บนพื้นถนนมีร่างไร้หัวนอนเกะกะอยู่สามสี่ร่าง ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น กระสือนับสิบตัวลอยฉวัดเฉวียนวูบวาบไปมาผลุบบ้านโน้นโผล่บ้านนี้อยู่ตลอดเวลาเหมือนพวกมันกำลังทำหน้าที่เป็นผู้คุมพวกโพงงั้นแหละ "โอย...ไม่ไหวหรอกหมอ พวกมันมีเยอะเกินไป เราไปไม่ถึงแน่ๆ" พจน์โอดครวญ หมอทินเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ขืนเป็นอย่างนี้พวกเขาได้กลายร่างเป็นโพงไปเสียก่อนจะได้เจอเมียเป็นแน่ แต่เขาจะปล่อยให้ไอริณรอนานไปกว่านี้ไม่ได้อีกเช่นกัน ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์ออกมาแล้วกดเบอร์โทรสารวัตรสิทธา เสียงรอสายตื้ดยาวๆ หลายตื๊ดดังอยู่เกือบครึ่งนาที แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าฝั่งนั้นจะรับสายเสียที "บ้าเอ๊ย! ตายห่าไปแล้วมั้งน่ะ" ชายหนุ่มสบถอย่างขัดใจ เขาตัดสินใจเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิมพลางกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากเย็น พลางกระชับกระบอกไฟฉายยูวีเอาไว้แน่นและตั้งท่าจะเดินออกไปจากมุมที่ซ่อนตัว

"เห้ยหมอ! จะทำอะไรครับ!" พจน์ร้องเสียงค่อนข้างดังคว้าแขนของเขาเอาไว้ หมอทินหันขวับมองหน้ารปภหนุ่มพร้อมเอานิ้วชี้แตะริมฝีปากอย่างแรงเป็นการบอกว่าอย่าส่งเสียงดัง พจน์หน้าเจื่อนยิ้มแห้งๆ ส่งให้อย่างสำนึกผิด "ก็ไปบ้านผมไง! ผมเป็นห่วงเมียผมนะ!" เขากระซิบตอบ "ผมเข้าใจครับคุณหมอ แต่ผมว่าเรารอสารวัตรก่อนดีกว่านะครับ มันอันตรายเกินไป และพวกมันก็มีเยอะเกินไปด้วย!" รปภหนุ่มลดสียงมาเป็นกระซิบห้าม "แต่ภรรยาของผมอาจจะไม่มีเวลาให้รอแล้วก็ได้ แถมเราก็ไม่รู้เลยว่าเขาจะได้น้ำมันมารึเปล่า และข้างนอกนั่นจะมีพวกมันซุ่มรอเล่นเขาอยู่รึเปล่าเราก็ไม่รู้ โทรไปก็ไม่รับ ดีไม่ดีจะตุยซะแล้วก็ไม่รู้!" หมอทินพูดพร้อมกับพยายามดึงแขนให้หลุดจากมือของหนุ่มรปภ แต่เขาก็พบว่ามือของหมอนี่เหนียวหนึบเหมือนทากาวดักหนูเอาไว้ทั้งขวด

"เอาน่าคุณหมอ ผมเชื่อว่าสารวัตรเขาจะต้องหาทางจนได้แหละครับ รออีกสักห้านาทีเถอะนะ เดี๋ยวเขาก็มา นะครับคุณหมอ...เชื่อผมเถอะ!" รปภพจน์พยายามพูดโน้มน้าว หมอทินนิ่งคิดพลางมองไปที่แสงวูบวาบสีเขียวสลับแดงของโพงสองสามตัวที่กำลังเดินงุ่มง่ามไปมาเหมือนหาของตกอยู่ใต้เสาไฟใกล้กับทางเข้าสโมสรหมู่บ้าน ทันใดนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงกรีดร้องดังออกมาจากในซอย ทั้งสองชายมองหน้ากันอย่างตื่นตัวสุดขีด "ยังมีคนรอดอยู่เหรอ!" รปภหนุ่มอุทานด้วยความตื่นตะลึง แต่หมอทินกลับคิดไปอีกอย่าง เขาเบิกตากว้างและใจหายวาบ "ริณ!" เขาร้องออกมาแค่นั้นแล้วกระโดดเผลวออกจากมุมที่ซ่อนไปอย่างรวดเร็ว โดยมิเสียงร้องอย่างตกใจของพจน์ตามตูดมาติดๆ

โชคดีที่เสียงกรี้ดนั้นดึงดูดความสนใจของพวกโพงแถวปากซอยได้เป็นอย่างดี พวกมันพากันหันและเดินไปตามทางเสียงนั้น เป็นโอกาสดีอย่างเหลือเชื่อของหมอทินที่จะโชว์ลีลาการสเตลท์ให้โลกตะลึง เขาก้มตัวลงต่ำขณะที่ย่องไปแอบที่ข้างรถเก๋งหรูที่จอดตายสนิทอยู่ข้างทาง ประตูทั้งสองฝั่งเปิดอ้าคล้ายกับว่าคนในรถพยายามหนีตายกันออกมาเพื่อมาตายที่ข้างนอกแทน บนพื้นถนนเกลื่อนไปด้วยร่างผู้หญิงที่หน้าอกแหวกอ้าและไร้หัว "หมอ...อย่าเพิ่งไปเลยนะ!" รปภหนุ่มที่สเตลท์ตามหลังเขามาติดๆ ก็ยังไม่เลิกวิงวอน "ไม่เอาน่าพจน์ นั่นอาจเป็นเสียงของริณก็ได้นะ!" หมอทินกระซิบอย่างหงุดหงิดถึงรำคาญกับความปอดแหกของไอ้หนุ่มรปภ "ไม่ได้จะแช่งนะหมอ แต่ถ้านั่นเป็นเสียงของคุณริณจริงๆ ป่านนี้เธอจะไม่...เอ่อ ตุยปุยลิ้วหรู" รปภจบประโยคด้วยอาการพูดปากจูํแบบกล้าๆ กลัวๆ ไม่เต็มเสียง แต่มันก็ทำให้หมอทินหัวร้อนขึ้นจนไฟลุกพรึ่บ เขาหันไปกระชากคอเสื้อรปภหนุ่มด้วยมือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างข้างที่กำไฟฉายเอาไว้แน่นเงื้อง่าในท่าพร้อมต่อยอย่างลืมตัว แต่ครั้นเห็นว่าพจน์หลับตาปีํทำหน้าหวาดเสียวเตรียมรับหมัดของเขาอยู่ หมอทินก็ชะงักและฉุกคิดขึ้นมาได้พร้อมกับความละอายใจผุดขึ้นมาประณามการกระทำของตัวเอง เขารีบปล่อยมือออกทันที "เอ่อ...คือผมขอโทษ...พจน์ ผม...เอ่อ..." หมอทินหลุบตาลงต่ำอย่างคนสำนึกผิดที่หาคำพูดของตัวเองไม่เจอ

"หมอ! ระวัง!" จู่ๆ รปภหนุ่มก็แหกปากตะโกนขึ้น ตาเหลือกลานมองข้ามไหล่หมอทินไป หมอทินหันขวับไปมองทันที แล้วเลือดในกายของเขาก็เย็นเฉียมลงอย่างกะทันหัน ซอมบี้โพงตัวหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามันหันกลับมาเห็นพวกเขาอีตอนไหนกำลังเดินรี่ตรงเข้ามาหา มันแยกเขี้ยวขู่ชายหนุ่ม ตามด้วยเสียงคำรามลั่นก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่อย่างดุร้าย แม้ว่าจะตกใจจนเยี่ยวแทบเล็ดแต่หมอทินก็ยังมีสติพอที่จะรีบเปิดสวิตซ์ไฟฉายแล้วสาดแสงสีน้ำเงินกลับไปใส่มันทันที ลำแสงพุ่งเข้าใส่ดวงตาขาวขุ่นของมันเข้าอย่างจัง เกิดกลุ่มควันสีม่วงปะทุออกมาจากตาคู่นั้นทันที ในขณะที่ผิวหนังส่วนอื่นที่ถูกแสงก็เริ่มปริแตกและมีควันม่วงระเหยออกมาเช่นกัน ซอมบี้โพงตัวนั้นแหกปากลั่นแล้วฉากตัวหลบออกจากแสงไฟทันที แต่แล้วหมอทินก็ต้องตาเหลือกเมื่อเห็นพวกซอมบี้โพงที่ตามเสียงกรี้ดของผู้หญิงนั่นไป ตอนนี้พวกมันหันกลับมาและกำลังเดินลิ่วๆ ตรงมาหาพวกเขาอีกแล้ว ถ้าไม่นับตัวที่เพิ่งจะถอยหนีแสงไฟไปล่ะก็ ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากตัวเขาไปไม่ถึงสิบเมตรเท่านั้น มันเป็นซอมบี้ของชายทรงเทพตือโป๊ยก่ายพุงพลุ้ยลุคอาเสี่ยตู้ทองเคลื่อนที่ เห็นมันอ้วนตุ๊ต๊ะอย่างนั้นเหอะ แต่มันก็เดินทื่อเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าฉงนเลยทีเดียว

"ถอยออกไปก่อน! เร็วเข้าพจน์!" หมอทินหันมาตะโกนใส่หน้าหนุ่มรปภพร้อมกับพยายามผลักให้หันตัวกลับหลัง แต่พจน์กลับขืนตัวไว้ "หมอระวังข้างหลัง!" รปภหนุ่มตะโกนตอบพร้อมกับชี้ไปที่ด้านหลังของหมอทิน หมอหนุ่มหันขวับกลับไปก็เจอเข้ากับซอมบี้โพงเสี่ยไฮโซร่่างอวบระยะสุดท้ายวิ่งตุ้มต๊ะตุ้มตุ้ยตรงเข้ามาประชิดตัวเขาเป็นที่เรียนร้อย หมอทินใจหล่นวูบลงไปเด้งดึ๋งอยู่รอบตาตุ่ม เขารีบหันลำแสงไฟฉายยูวีสาดเข้าใส่ดวงตาขาวขุ่นของมัน พริบตานั้นก็เกิดควันสีม่วงปะทุออกมาพร้อมกับเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดดังลั่นคับซอย มันเหวี่ยงสองแขนไปมาในอากาศอย่างบ้าคลั่งไม่มีทิศทาง แล้วก็ดันเหวี่ยงมาโดนมือที่ถือไฟฉายของหมอทินเข้าให้เต็มแรงซะด้วย

ไฟฉายกระเด็นหลุดออกจากมือปลิวหวือไปตกลงบนพื้นถนนอีกฝั่งโดยมีสายตาตื่นตะลึงของหมอทินมองตามไปอย่างทำอะไรไม่ได้ "เชี่ยแล้ว!" รปภหนุ่มร้องลั่นด้วยความตกใจ แน่นอนว่าเมื่อไม่มีแสงยูวีสาดเข้าใส่แล้ว ซอมบี้โพงไฮโซก็กลับมาสู่โหมดเฮอเร่อแอ็คชั่นอีกครั้ง และครั้งนี้มันก็ดูจะเพิ่มดีกรีความโหดขึ้นอีกเป็นเท่าตัว มันพุ่งเข้าชนหมอทินจนกระเด็นหงายท้องตึงลงไปบนพื้นถนน ก่อนที่มันจะกระโดดขึ้นคร่อมร่างของชายหนุ่มเอาไว้ แล้วยื่นหน้าอ้าปากกว้างลงมาหาลำคอของเขา ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง อยู่ๆ ก็เกิดเสียงสนั่นลั่นหมู่บ้านดังขึ้น!

เลือกตอน
1 งานเลี้ยงวันเกิด
2 เก็บตัวอย่าง
3 ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4 ผู้ติดเชื้อ
5 เทียบเชึ
6 ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7 งานวิจัย
8 รายงานข่าวด่วน
9 ทางลัด
10 การกระจายพันธุ์
11 ความลับที่ถูกเปิดเผย
12 กองกอย
13 หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14 ไอริณ
15 S.O.S
16 กระสือและซอมบี้
17 เก็บกวาด
18 ทางเลือกจองคุณหมอ
19 การสอบสวน
20 ความแตกต่าง
21 องค์กรคู่ปรปักษ์
22 เทอเทิลแอนด์สเนล
23 สะกดรอยตาม
24 ปฏิบัติการปริศนา
25 ฐานวิจัยลับ
26 ทะลายรัง
27 โคตรว่านโพง
28 พ่อ แม่ ลูก
29 การลักพาตัว
30 ด็อกเตอร์ธานินทร์
31 คนทรยศ
32 คลังแสง
33 กองกอยวอริเออร์
34 พี่น้องเคลียร์ใจ
35 ล่าถอย
36 ปั๊มน้ำมัน
37 ด่านทหาร
38 หอพักหญิง
39 อุโมงค์ซิตี้
40 บันไดหนีไฟ
41 จตุรัสกลางเมือง
42 ทหารรับจ้าง
43 อุโมงค์ระบายน้ำ
44 ตึกใบหนาด
45 บนดาดฟ้า
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 45

1
งานเลี้ยงวันเกิด
2
เก็บตัวอย่าง
3
ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4
ผู้ติดเชื้อ
5
เทียบเชึ
6
ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7
งานวิจัย
8
รายงานข่าวด่วน
9
ทางลัด
10
การกระจายพันธุ์
11
ความลับที่ถูกเปิดเผย
12
กองกอย
13
หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14
ไอริณ
15
S.O.S
16
กระสือและซอมบี้
17
เก็บกวาด
18
ทางเลือกจองคุณหมอ
19
การสอบสวน
20
ความแตกต่าง
21
องค์กรคู่ปรปักษ์
22
เทอเทิลแอนด์สเนล
23
สะกดรอยตาม
24
ปฏิบัติการปริศนา
25
ฐานวิจัยลับ
26
ทะลายรัง
27
โคตรว่านโพง
28
พ่อ แม่ ลูก
29
การลักพาตัว
30
ด็อกเตอร์ธานินทร์
31
คนทรยศ
32
คลังแสง
33
กองกอยวอริเออร์
34
พี่น้องเคลียร์ใจ
35
ล่าถอย
36
ปั๊มน้ำมัน
37
ด่านทหาร
38
หอพักหญิง
39
อุโมงค์ซิตี้
40
บันไดหนีไฟ
41
จตุรัสกลางเมือง
42
ทหารรับจ้าง
43
อุโมงค์ระบายน้ำ
44
ตึกใบหนาด
45
บนดาดฟ้า

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!