รายงานข่าวด่วน

"เอาล่ะครับทุกคน" ด็อกเตอร์ธานินทร์ปรบมือเปาะแปะเรียกความสนใจพร้อมกับพูดด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง น่าจะเป็นการเจตนาที่จะปลุกทุกคนให้รู้สึกตัวและคลายจากความตื่นตะลึงนั่นแหละ และเขาก็ทำสำเร็จเสียด้วย ด็อกเตอร์รำมะนาสะดุ้งน้อยๆ ก่อนที่จะละสายตาออกมาจากกระสือที่กำลังเมามันอยู่กับมื้ออาหารตัวนั้นได้เสียที เธอสะบัดหัวเบาๆ เป็นการขับไล่ภาพติดตา ที่หางตาเธอเห็นสารวัตรสิทธาหันไปจับแขนสกุณาเขย่าเบาๆ "คุณนก...คุณนกครับ" เขาเรียกเสียงแผ่ว สกุณาได้สติและทำหน้าเหมือนคนยืนสัปงกที่ตกใจตื่น หันไปมองหน้านายตำรวจหนุ่มด้วยสีหน้ามึนงง "ไม่เป็นไรนะครับ" เขาพูดเป็นเชิงถาม "ไม่ค่ะ ฉันไม่เป็นไร" เธอตอบพลางกะพริบตาปริบๆ

"ดีแล้วครับ ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมแน่ใจว่ามันจะออกมาทำอะไรพวกเราไม่ได้แน่" ชายหนุ่มปลอบ "ค่ะ...มีคุณอยู่ใกล้ๆ ฉันก็สบายใจแล้วค่ะ" เธอตอบพร้อมกับระบายรอยยิ้มบางๆ ลงบนใบหน้าที่เคร่งเครียด จ้องตาซึ้งใจกับชายหนุ่ม "เยี่ยมเลยครับ ถ้างั้น..." เขาพูดพลางจับมือเธอที่เกาะต้นแขนของเขาไว้แน่น แล้วทำหน้ายู่กัดฟันพูด "ขอแขนของผมคืนได้ไหมครับ เล็บคุณจิกแขนผมจนจะถึงกระดูกแล้วนะครับ" ผู้ช่วยนักวิจัยสาวหน้าเจื่อนลงแล้วรีบปล่อยมือออกจากแขนของชายหนุ่มทันที นักวิจัยสาวทันได้เห็นรอยเล็บที่จิกลงบนท้องแขนของนายตำรวจหนุ่มครบทั้งห้านิ้ว ถ้าเป็นเวลาปกติเธอคงจะอดใจไม่ไหวที่จะค่อนแคะแซะผู้ช่วยสาวของเธอเป็นแน่

"นั่นมันกระสือจริงๆ ใช่ไหมด็อกเตอร์!?" ด็อกเตอร์รำมะนาหันไปถามอีตาด็อกเตอร์หัวยุ่งเสียงตื่นเต้นแกมประหลาดใจ ถึงแม้เธอจะไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แต่สิ่งที่ปรากฎตาหน้าต่อตาก็ยืนยันตัวของมันเองอย่างหนักแน่นจนเธอปฎิเสธไม่ได้อีกต่อไป "ก็แน่ล่ะสิ ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ" ด็อกเตอร์ร่างยักษ์ยิ้มอวดฟันขาวพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจและโอ้อวดอยู่ในที ด็อกเตอร์รำมะนาชำเลืองหางตามองไปที่หมอทิน แล้วก็ได้เห็นสิ่งที่เธอคาดเอาไว้ก่อนแล้ว หมอทินละทิ้งความตื่นตะลึงของเขาไปชั่วครู่ เพื่อหันมาทำปากคว่ำและแบะออกพร้อมขยับปากพูดอะไรบางอย่างโดยไม่มีเสียง หญิงสาวเชื่อว่ามันจะต้องเป็นถ้อยคำที่มุ่งหมายจะใช้เชือดเฉือนด็อกเตอร์หัวยุ่งให้ตายกันไปข้างอย่างไม่ต้องสงสัยแน่ๆ เสร็จแล้วก็หันกลับไปตื่นตะลึงของเขาต่อ...เฮ้อ! เพลียหัวใจจริงๆ... เธอคิด

"นั่นมันของจริงเหรอ!? ไม่อยากจะเชื่อ กระสือตัวเป็นๆ เนี่ยนะ!" สารวัตรสิทธาพูด เขาขยับเดินเข้าไปใกล้ผนังกระจกด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ สกุณารีบดึงชายเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้ "อย่าเข้าไปนะ!...สารวัตร!" เธอพยายามกระซิบห้ามอย่างหวาดๆ แต่มีหรือจะห้ามตำรวจไทยใจเกินร้อยคนนั้นได้ "เราได้ตัว...เอ้อ หัวเธอมาเมื่อสองวันก่อน ตอนที่เธอร่อนถลาเล่นลมชมจันทร์ครึ่งดวงอยู่แถวๆ บ้านจัดสรรย่านชานเมือง..." ชายร่างยักษ์ตั้งท่าจะคุยโอ่ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นเอง เสียงจากสิรินยาก็ดังขัดจังหวะการโอ้อวดของเขาเสียก่อน "ด็อกเตอร์ธานินทร์... ขอเชิญที่ห้องสังเกตการณ์ค่ะ" ด็อกเตอร์หัวฟูเงยหน้าขึ้นไปมองความว่างเปล่าในอากาศก่อนจะส่งยิ้มให้มัน "โอ้...ศาตราจารย์เรียกแล้ว ไปกันเถอะ มีอะไรดีๆ รอพวกคุณอยู่อีกเพียบเลย" เขาพูดก่อนจะหันหลังแล้วออกเดินไปตามทางเดินระหว่างห้องกระจกทั้งสองฝั่ง

นักวิจัยสาวหันไปสบตากับหมอนิติเวชหนุ่มอย่างขอความเห็น หมอทินยักไหล่และทำหน้าเคร่งเครียดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร "เอ๋า...เทกันไปซะเฉยๆ เลยหมอนี่" สารวัตรสิทธิบ่นอุบอิบมองตามหลังชายร่างยักษ์ไปอย่างงงๆ "แล้วเราจะปล่อยให้เขาเททำไมล่ะ รีบตามไปเถอะค่ะ...เร็วเข้า!" สกุณาพูดพร้อมกับคว้าแขนนายตำรวจหนุ่ม ด็อกเตอร์สาวเห็นเธอเหลือบมองไปในตู้กระจกอย่างหวาดระแวงแทบจะตลอดเวลา ขณะฉุดลากเขาให้เดินตามเธอไป แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้ช่วยสาวของเธอหวาดกลัวได้ขนาดนั้น เหตุการณ์ในลานจอดรถเมื่อคืนก่อนคงจะติดตาตรึงใจของสกุณาไปอีกนานเลยทีเดียวสินะ...เธอคิด "มาเร็วสิด็อกฯ คุณหมอ" หญิงสาวยังอุตส่าห์มีแก่ใจหันมาเรียก ด็อกเตอร์รำมะนาสบตากับหมอหนุ่มอีกครั้ง หมอทินส่งยิ้มเปื่อยๆ มาให้ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินตามสองคนนั้นไป ด็อกเตอร์สาวหันไปมองหัวกระสือที่กำลังเอร็ดอร่อยกับบุฟเฟ่ตับไตไส้พุงของเจ้าแพะผู้โชคร้ายอีกครั้ง "กินให้อร่อยนะ" เธอพูดทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกพะอืดพะอมระคนสยดสยอง ก่อนจะรีบเดินตามไป

้ห้องกระจกทั้งสองห้องที่ขนานไปตามทางเดินนี้มันใหญ่โตและทอดตัวยาวกว่าที่คาดเอาไว้มากมายเลยทีเดียว ด็อกเตอร์รำมะนาคิดว่ามันใหญ่เกินไปสำหรับการขังกระสือเพียงตัวเดียวอย่างนี้ เช่นเดียวกับห้องอควาเรี่ยมทางซ้ายที่เต็มไปด้วยน้ำและเส้นสายของฟองอากาศ ถึงเธอจะไม่รู้ว่ามีอะไรถูกขังอยู่ในนั้น แต่ก็คิดว่ามันใหญ่โตเกินเหตุไปหลายเบอร์อยู่ดี เธอลองเพ่งตามองลึกเข้าไปในท้องน้ำอย่างอยากรู้อยากเห็น และสงสัยว่าพวกเขาเอาตัวอะไรมาใส่ไว้กันนะ ถ้าดูจากการลงทุนกับห้องกลิ้งดง ห้องกระสือและสวนป่ากองกอยอะไรนั่นแล้ว อะไรที่อยู่แท็งค์อควาเรี่ยมนี่ก็จะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ...ด็อกเตอร์รำมะนาคิด

จู่ๆ ที่ชายขอบของกรอบสายตาก็มีเงาของอะไรบางอย่างผ่านวูบไป ด็อกเตอร์รำมะนาหันขวับตามทันที สิ่งที่เธอเห็นนั้นแม้จะเป็นแค่โครงร่างเลือนราง อันเกิดจากการถูกบดบังด้วยความหนาแน่นของมวลน้ำปริมาณมหาศาลและเศษตะกอนแขวนลอยที่รวมกันจนกลายเป็นความขุ่นมัวก็ตาม แต่เธอก็พอจะมองออกว่าสิ่งนั้นมีรูปร่างเรียวยาวและตัวใหญ่โตมาก กำลังว่ายน้ำห่างออกไปและหายเข้าไปในความมัวหม่นสีเขียวอมฟ้านั่นอย่างรวดเร็ว ด็อกเตอร์สาวเขม้นมองและสองขาก็พาเธอเดินเข้่าไปเอาหน้าผากแนบกระจกเพื่อพยายามมองให้ชัดๆ แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อมีมือของใครบางคนตะปบมาที่ไหล่ของเธอจากทางด้านหลัง หัวใจของนักวิจัยสาวหล่นวูบ "ทำอะไรอยู่เหรอด็อกเตอร์" เสียงหมอทินดังมาจากด้านหลังของเธอ ด็อกเตอร์สาวหันไปหาเขาทันที ความรู้สึกโล่งอกไหลบ่าเข้าท่วมท้นจนเธอเผลอถอนใจก่อนจะตอบ "ฉันว่าฉันเห็น...เอ่อ ปละ...เปล่า ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ" เธอตัดสินใจหุบปากไปกลางคันแล้วตัดบทด้วยการผละเดินจากหมอทินมาแบบดื้อๆ

ที่สุดทางเดินของห้องโถงขนาดยักษ์นี้ ปรากฏประตูแอร์ล็อคอีกบานตั้งอยู่ เพียงแต่ประตูนี้มีขนาดเล็กลงกว่าครึ่ง ด็อกเตอร์รำมะนาคิดว่าน่าจะเป็นประตูลิฟท์เสียมากกว่าจะเปิดไปสู่ห้องต่อไป และเธอก็คิดถูก เมื่อด็อกเตอร์ธานินทร์เดินตามควายไปถึง เขาก็กางนิ้วมือออกแล้ววางลงไปบนหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กว่ามือของเขานิดหน่อยที่ติดอยู่ตรงกลางประตู เกิดแสงสีเหลืองสดใสขึ้นเลื่อนไปมาใต้ฝ่ามือก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเจิดจ้าขึ้นแทนที่ จากนั้นประตูลิฟต์ก็เลื่อนเปิดออกทันที เผยให้เป็นภายในที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงสูงสำหรับโดยสารแบบลิฟต์ปกติทั่วไป ด็อกเตอร์หัวยุ่งเดินนำเข้าไปก่อน ตามด้วยคู่รักสายฮาแห่งศตวรรษและด็อกเตอร์รำมะนา ปิดท้ายขบวนด้วยหมอทินที่ยังคงมีแต่เครื่องหมายเควสชั่นมาร์คติดแน่นหนึบอยู่ตรงกลางหน้าผากมองมาที่เธออย่างมีคำถามไม่สร่างซา เมื่อประตูปิดลง ลิฟท์ก็เริ่มขยับลง มันพาพวกเขาดิ่งลึกลงไปอีก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ดูเหมือนทุกคนจะพร้อมใจกันมุดเข้าไปอยู่ในความคิดของตัวเองกันหมดแล้ว

สิบห้าวินาทีต่อมาลิฟต์ก็หยุดลงอย่างนิ่มนวล ก่อนที่ประตูจะเปิดออก ด็อกเตอร์รำมานาเห็นศาตราจารย์คงเดชยืนรอรับพวกเขาอยู่ที่หน้าประตูลิฟต์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มตามเคย แต่เธอกลับรู้สึกว่าเป็นรอยยิ้มที่ดูเคร่งเครียดและฝืดฝืนยังไงพิกล ด็อกเตอร์ธานินทร์เดินออกไปทันทีด้วยท่าทางเร่งรีบ ปล่อยให้ผู้มาเยือนทั้งสี่ตกเป็นภาระของศาสตราจารย์สูงวัยต่อไป ด็อกเตอร์รำมะนาและเพื่อนร่วมทัวร์ทั้งสามออกจากลิฟท์มายืนตะลึงงันกับสิ่งที่เห็นภายในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่และล้ำยุคที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แปลกๆ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตตั้งกระจายอยู่ทั่วห้อง ที่ผนังด้านหนึ่งติดตั้งซีพียูคอมพิวเตอร์ขนาดมโหราฬไว้เต็มผนัง และที่ผนังฝั่งตรงข้ามมีจอมอนิเตอร์ขนาดแปดสิบนิ้วนับสิบจอเรียงรายเป็นแถบเป็นแถว แสดงภาพตารางและกราฟในรูปแบบต่างๆ หลากสีสันที่คนทั่วไปดูไม่มีวันรู้เรื่องแน่ๆ อยู่เหนือแท่นควบคุมระบบไร้สัมผัส ด็อกเตอร์สาวเห็นนักวิจัยคนหนึ่งใช้เสียงสั่งงานเรียกข้อมูลที่เธอต้องการให้ไหลปรื้ดขึ้นไปแสดงอยู่บนจอภาพได้ในพริบตา

ที่กลางห้องเครื่องฉายโฮโลแกรมกำลังฉายภาพเคลื่อนไหวสามมิติเสมือนจริงของสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่ง มีร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์เพศชายที่มีหัวหลิมๆ ไร้เส้นผมและไม่มีใบหู มีใบหน้าแบนราบ เรียบเนียน ลูกตาทั้งสองเป็นจุดดำเหมือนเอาลูกเกดไปแปะเอาไว้ จมูกแบนยาวรูปเลื่อยไฟฟ้าแบบเดียวกับปลาฉนาก ยื่นออกมาเหนือปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมเปี๊ยวชูสลอน มีแขนผอมยาวดูเก้งก้างและมือที่เป็นพังพืดเชื่อมนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกัน ครีบหลังเป็นแผงขนาดใหญ่สีแดงสดใสคล้ายกระโดงของปลากระโทงร่มติดอยู่ที่กลางหัวหลิมๆ ของมันลากยาวลงไปถึงปลายหาง ส่วนล่างของลำตัวยาวเฟื้อยเลี้อยเป็นงูขนาดพอๆ กับอนาคอนด้ายักษ์ มีเกล็ดสีขาวเงินประกายวาววับปกคลุมทั่วทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดหาง นักวิจัยสองสามคนกำลังสาละวนอยู่กับภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริงนั้น ในขณะที่นักวิจัยสาวยืนมองด้วยความทึ่งปนกับความประหลาดใจกับศักยภาพเกินจินตนาการขององค์กรชื่อพิลึกนี้

"มันคือเงือกงู" อยู่ๆ เสียงของศาตราจารย์คงเดชก็ดังขึ้นที่ข้างหูของด็อกเตอร์สาว เธอสะดุ้งนิดหน่อย รีบละสายตาออกจากภาพโฮโลแกรมนั้นแล้วหันไปมอง "คะ!?" เธอผงะถอยออกห่างเพราะตกใจที่ชายสูงวัยมายืนใกล้ชิดขนาดนี้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ศาตราจารย์เฒ่ายิ้มละไมส่งให้เธอก่อนจะพูด "เราเพิ่งจะได้ตัวมันมาสดๆ ร้อนๆ จากศูนย์ฝั่งซ้ายน่ะ พวกมันค่อนข้างจะหาตัวยากเพราะมีจำนวนน้อยและใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที บางทีเราอาจจะต้องขอบคุณบรรดาเขื่อนต่างๆ ที่อยู่ในประเทศต้นน้ำนะ ถ้าพวกเขาไม่สร้างเขื่อนกักกั้นทางน้ำเอาไว้เสียมากมาย จนทำให้ระบบนิเวศดั้งเดิมของพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงเสียสมดุลไปตลอดทั้งสายล่ะก็ เราก็อาจจะไม่มีทางจับเจ้านี่มาแบบตัวเป็นๆ อย่างนี้ได้เลย" ชายสูงวัยพูดด้วยน้ำเสียงปนเศร้า แต่เขาก็กลับมาเข้าโหมดร่าเริงได้ในชั่วพริบตา

"น่าเสียดายที่พวกคุณไม่ได้เห็นตัวเป็นๆ ของมันนะ ทีแรกผมคิดว่าจะรอให้พวกคุณมาเห็นตอนที่ผมปล่อยมันลงน้ำด้วยกัน แต่เจ้านั่นมันก็ช่างเป็นหนุ่มอารมณ์เร้ายเสียหลือเกิน ผมคิดว่ามันน่าจะกำลังอยู่ในช่วงจับคู่ผสมพันธุ์ล่ะ ไม่งั้นมันคงไม่อาละวาดจนตู้คอนเทนเน่อร์แทบแตกอย่างนั้นหรอก ผมเลยจำเป็นต้องรีบจัดการส่งมันลงน้ำไปเสียก่อน" คำพูดของชายสูงวัยทำให้ด็อกเตอร์สาวหวนนึกไปถึงสิ่งที่เธอเพิ่งจะเห็นมา เธอจ้องหน้าชายสูงวัยด้วยความรู้สึกหลากหลายผสมปนเปกันไปหมด เธออยากจะปฎิเสธสิ่งต่างๆ ที่เขาพยายามยัดเยียดมาให้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะหลักฐานของเขามันแน่นหนาและหนักแน่นเสียจนเธอหาช่องโหว่ไม่เจอ และเมื่อศาตราจารย์เฒ่าจ้องตาตอบมา เธอรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกเขาบุกรุกเข้ามาในความคิดของเธอโดยที่เธอไม่สามารถจะขัดขืนได้เลย "คุณเห็นมันแล้วสินะ คุณผู้หญิง" ศาตราจารย์เฒ่าพูดพร้อมกับรอยยิ้ม พลางรับเอาแผ่นชาร์จรายงานที่นักวิจัยหนุ่มคนหนึ่งเอามายื่นให้ "ขอบคุณ" เขาเอ่ยกับชายคนนั้น

ประตูแอร์ล็อคของลิฟท์ถูกเปิดออกอีกครั้ง ชายหญิงคู่หนึ่งสวมเสื้อกาวด์แบบนักวิจัยก็ผ่านเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบและร้อนรน ศาตราจารย์คงเดชละสายตาไปจากเธอทันที นั่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าได้รับอิสรภาพกลับคืนมาอีกครั้ง "มีอะไรรึ ด็อกเตอร์ชัชชัย ด็อกเตอร์ปริมลดา" เขาถาม "เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะศาตราจารย์!" ด็อกเตอร์ผู้หญิงที่ชื่อปริมลดาพูดอย่างร้อนรน ส่วนด็อกเตอร์ชัชชัยเดินดุ่มตรงไปที่แท่นวางเครื่องฉายโปรเจคเตอร์สามมิติที่อยู่ถัดจากเครื่องฉายโฮโลแกรมไปหน่อย ก่อนจะดึงแฟลชไดรฟ์ออกจากกระเป๋าเสื้อกาวด์มาเสียบเข้าไป "คุณต้องดูคลิปนี้นะครับศาตราจารย์ มันถูกส่งมาจากหน่วยตระเวนข่าวของเราเมื่อสิบนาทีก่อน" เขาพูดพร้อมกับที่ภาพวีดีโอสามมิติถูกดึงขึ้นมาแสดงอยู่กลางอากาศที่ว่างเปล่า

ผู้สื่อข่าวสมัครเล่นคนหนึ่ง เขาเป็นนักข่าวหนุ่มหน้าหวานตัวเล็กที่ด็อกเตอร์รำมะนาคุ้นหน้าจากรายการข่าวช่วงกลางวันที่ผู้ช่วยสาวของเธอชอบเปิดดู แต่ในตอนนี้หน้าหวานๆ ของเขากำลังตื่นจนตาที่เคยตี่ๆ กลับโตขึ้นเป็นบิ๊กอายส์ไปแล้ว ลีลาการนำเสนอข่าวก็เหมือนจะโอเว่อร์แอคติ้งไปหลายสเต็ปอีกต่างหาก เขากำลังยืนรายงานข่าวในช่วงเกือบๆ จะสามทุ่มเข้าไปแล้ว ฉากหลังแสดงให้รู้ว่าเขาอยู่ในย่านที่เธอไม่คุ้นตามาก่อนเลย "นั่นใช่ผับที่เราเจอกันครั้งแรกไหมคะ สารวัตร" สกุณาถามขึ้น "อืมม์...ใช่ครับ ดีใจจังที่คุณจำได้" สารวัตรสิทธาตอบอย่างมั่นใจพร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้แม่สาวคนถาม

นักข่าวหนุ่มหน้าหวานยกวอยซ์เลสอันจิ๋วจ่อที่ปากก่อนจะเริ่มการรายงาน "ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้ผมกำลังหลบอยู่ในป้อมยามหน้าทางเข้าผับดังเดอะเมียร์นะครับ ณ ตอนนี้ข้างนอกป้อมที่ผมอยู่นี้นะครับ กำลังเกิดโกลาหลกันยกใหญ่เลยล่่ะครับ ท่านผู้ชม!" ผู้สื่อข่าวหนุ่มพูดด้วยเสียงตื่นเต้นพลางชี้นิ้วโป้งกลับไปทางด้านหลังของเขาที่มีลักษณะเป็นลานจอดรถด้านหน้าผับชื่อดังของเมืองอุโมงค์ซิตี้ เห็นผู้คนทั้งหญิงชายวิ่งสวนกันไปดูมาสับสนวุ่นวายไปหมด ทั้งยังอื้ออึงไปด้วยเสียงตะโกนโหวกเหวกผสมปนเปมากับเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วอีกด้วย หนุ่มนักข่าวหันไปมองพร้อมกับพูดรายงานไปด้วย "สถานการณ์ในขณะนี้ก็อย่างที่คุณผู้ชมเห็นนั่นแหละครับ ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีไปกันคนละทิศละทาง และตอนนี้ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่... แต่เดี๋ยวนะครับคุณผู้ชม!" เขากวักมือทำสัญญานให้กล้องหันออกไปที่ลานกว้างอย่างรวดเร็วจนผู้สื่อข่าวหนุ่มตกเฟลมไปเลย

ปรากฎภาพของผู้ชายคนหนึ่งกำลังวิ่งไล่กวดผู้ชายอีกคนตรงมาทางกล้องที่ถ่ายอยู่ ชายคนถูกไล่ตามแหกปากร้องขอความช่วยเหลือตลอดเวลา แต่แล้วผู้สื่อข่าวหนุ่มก็ดันถลันออกไปขวางหน้ากล้องเสียฉิบ ทำให้มองไม่เห็นว่าใครที่ไล่หลังชายคนนั้นมา "ถอยออกมากาย!" เสียงผู้ชายอีกคนที่น่าจะเป็นตากล้องตะโกนห้ามเสียงหลง แต่ดูเหมือนว่าจะช้าเกินไปแล้ว เขาจึงทำได้แค่ถือกล้องและถ่ายต่อไป ชายหนุ่มผู้สื่อข่าววิ่งเข้าไปหาชายที่เป็นฝ่ายวิ่งไล่ "คุณเป็นอะไรน่ะ! อย่าครับคุณ ใจเย็นก่อน โอ๊ยอย่าพี่...เดี๋ยว! อ๊ากกกกก!" เสียงผู้สื่อข่าวหนุ่มร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่ภาพที่ปรากฏบนจอกลับเป็นภาพที่ส่ายไปส่ายมาจนน่าเวียนหัว ซึ่งด็อกเตอร์สาวก็พอจะเข้าใจได้ว่าพี่ตากล้องคงจะไม่มีแก่ใจจะถ่ายต่อแล้วล่ะ

"อย่าเข้ามา! ถอยไปนะ!" เสียงผู้ชายซึ่งน่าจะเป็นตากล้องตวาดใส่ใครก็ไม่รู้ เพราะกล้องจับได้แต่ภาพพื้นถนนที่ส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่งจนน่าหงุดหงิด "เฮ้ย!...โอ๊ยยยย!" เขาร้องลั่นขึ้นก่อนที่กล้องจะหลุดจากมือตกลงบนพื้น แล้วพลิกกลับมาจับภาพชายที่คาดว่าจะเป็นตากล้องคนนั้นเอาไว้ได้ เขาล้มอยู่บนพื้นและกำลังดิ้นพราดๆ มือกุมคอที่มีเสือดพุ่งลอดง่ามนิ้วออกมานองเต็มพื้น แล้วใบหน้าของผู้หญิงที่ดวงตาชาวขุ่นกับปากที่มีเขี้ยวแหลมเปรอะไปด้วยเลือดแดงฉาน มีแสงสีเขียวสลับแดงเปล่งแสงวูบวาบถี่กระชั้นออกมาจากดั้งจมูกที่โปร่งใส โผล่เข้ามาเต็มหน้ากล้อง ก่อนที่ภาพจะถูกตัดไป

"ด็อกเตอร์...ด็อกเตอร์รำมะนา" เสียงของหมอทินที่ดังขึ้นพร้อมกับแขนที่ถูกเขย่าดบาๆ ปลุกให้เธอหลุดออกจากอาการตาค้างและอ้าปากหวอจนได้ เธอหันไปมองคนอื่นๆ ก็พบว่าพวกเขาก็กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งจะได้เห็นไปสดๆ ร้อนๆ เช่นกัน โดยเฉพาะศาตราจารย์คงเดช เห็นได้ชัดว่าเขาตกใจหนักมากถึงกับทำแผ่นชาร์ตที่ถือไว้หลุดมือ เสียงของตกทำให้เขารู้สึกตัว "ไม่นะ...มันไม่น่าจะเร็วขนาดนี้สิ!" เขาพูดเหมือนคนละเมอ "ดูเหมือนว่าการวิวัฒนาการของพวกมันจะก้าวกระโดดไปไกลและไวกว่าที่พวกเราคิดนะครับ ศาตราจารย์" ด็อกเตอร์ชัชชัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล "จะให้เราทำอย่างไรต่อไปดีคะ ศาตราจารย์" ด็อกเตอร์ปริมลดาถามขึ้นบ้าง เธอเองก็ดูจะสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่น้อยเลย ด็อกเตอร์รำมะนาสังเกตเห็นที่หลังมือข้างซ้ายของเธอมีรอยสักรูปธงสีรุ้งติดอยู่ด้วย

"เดี๋ยวนะ...ไอ้ที่เราเห็นเมื่อกี้มันเป็นแค่คอนเทนต์เรียกยอดวิวของนักข่าวคนนั้นใช่มั๊ย" สารวัตรสิทธาแทรกขึ้น "ใครมันจะลงทุนจัดฉากทำคอนเทนต์สมจริงยังกับหนังฮอลลีวู้ดได้ขนาดนั้นล่ะคะสารวัตรก็" สกุณาขัด เห็นได้ชัดว่าเสียงของเธอสั่นไหวและดวงตาเบิกกว้างแบบคนที่กำลังตกอยู่ในความตื่นกลัว "ผู้ชายคนนั้น...อาการเหมือนกับรปภที่เคยไล่กัดฉันเลย" สกุณาพูดปากคอสั่น พร้อมสีหน้าตื่นผวา "คุณนก!" สารวัตรสิทธามองเธอด้วยสีหวานไม่สบายใจ พลางขยับเข้าใกล้ "เขาถูกหัวผู้หญิงลอยได้กัดที่คอจนตาย แต่เขาก็ฟื้นขึ้นมาไล่กัดฉันได้อีก!" ผู้ช่วยนักวิจัยสาวยกมือขึ้นปิดปาก น้ำ ตาคลอหน่วย "อะไรนะ...คุณเคยถูกไล่กัดด้วยงั้นเหรอ!" สารวัตรสิทธาถามอย่างตกใจ แต่หญิงสาวไม่ตอบอะไร ตาของเธอเบิกกว้างแต่เลื่อนลอยและปล่อยให้น้ำใสๆ ล้นออกจากขอบตา ดูเหมือนว่าเธอจะตกลงไปอยู่ในห้วงฝันร้ายของตัวเองไปเสียแล้ว

"แล้วรปภคนนั้นยังอยู่ที่นี่ไหมครับ ศาตราจารย์" หมอทินหันไปถามชายสูงวัยที่ยืนหน้าเครียดอย่างคนคิดหนัก "เรากำลังตรวจสอบเขาอยู่...คุณหมอ" ด็อกธานินทร์โผล่มาจากไหนก็รู้เพื่อมาแย่งตอบอีกตามเคย ด็อกเตอร์รำมะนาเห็นหมอทินฟาดหางตาเข้าใส่ด็อกเตอร์ร่างยักษ์โครมเบ้อเร่อและอ้าปากจะพูดอะไรออกมา เอาอีกแล้วนะอีตาบ้านี่...เธอคิดแล้วรีบชิงขัดตาทัพขึ้นเสียก่อน ด้วยเกรงว่าถ้าขืนปล่อยให้หมอทินเปิดเกมต่อปากต่อคำกับอีตาด็อกเตอร์หัวยุ่งนั่นอีกล่ะก็ คงจะไม่เกินสามคำหรอก...ได้มีรายการหยุมหัวรัวหมัดซัดกันนัวแน่ๆ "แล้วได้อะไรเพิ่มเติมบ้างไหมคะ" เธอเจาะประเด็น "เท่าที่เรารู้ในตอนนี้ ทุกๆ เซลล์ของเขาได้หยุดการทำงานปกติของมันไปแล้ว" ชายหัวยุ่งร่างยักษ์บอก "แปลตรงๆ ว่าเขาตายไปแล้วก็ได้มั้ย จะพูดให้มันฟังยากไปทำไมเนี่ย!" หมอทินโพล่งขึ้นอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่ นักวิจัยสาวรีบสะกิดเตือนสติแทบไม่ทัน "เก็บทรงหน่อยสิหมอ" เธอกระซิบเสียงเข้ม

"เราพบเชื้อปรสิตในตัวอย่างเนื้อเยื่อของเขา มันเป็นเชื้อตัวเดียวกันกับที่พบในร่างศพผู้หญิงพวกนั้นเป๊ะ" ด็อกเตอร์ธานินทร์กล่าว "อะไรนะ!" ด็อกเตอร์รำมะนาอุทานอย่างตกใจ "เชื้อที่เราเคยรู้จักกันมานาน ตอนนี้มันกำลังวิวัฒนาการไปอีกขั้นแล้ว และเป็นขั้นแบบก้าวกระโดดเสียด้วย" ศาตราจารย์คงเดชพูด น้ำเสียงเป็นกังวล "หมายความว่าไงครับ" สารวัตรสิทธาถาม ด็อกเตอร์สาวแน่ใจว่าตาของเธอไม่ได้ฝาดแน่ๆ เธอเห็นด็อกเตอร์ธานินทร์ใช้หางตามองชายสูงวัยแล้วกระตุกยิ้มมุมปากเหมือนจะยิ้มเยาะยังไงพิกล "ในตอนนี้...นอกจากส่วนหัวและอวัยวะบางส่วนแล้ว พวกมันก็ไม่ต้องการใช้ร่างของโฮสต์อีกต่อไป ดูจากที่พวกมันลอยไปลอยมาได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกลับมาชาร์จพลังงานจากร่างโฮสต์อีก นั่นก็หมายความว่าต่อไปนี้ พวกมันจะแพร่กระจายพันธุ์ได้อย่างอิสระและขยายออกไปเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น" ศาตราจารย์เฒ่าพูดเสียงเครียด "แล้วคุณรู้ได้ไงคะว่าพวกมันเปลี่ยนไปแล้วน่ะ" ด็อกเตอร์รำมะนาถาม "เราได้ทำการทดลองนำร่างของกระสือตัวนั้นไปวางไว้ด้วยกันกับส่วนหัวแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ หัวนั่นไม่สนใจที่จะกลับเข้าไปใช้ร่างของมันอีกเลย" ชายสูงวัยตอบพลางใช้นิ้วคลึงขมับไปมา

"แล้วรปภที่ตายแล้วฟื้นนั่นล่ะครับ คุณจะอธิบายยังไง" หมอทินถาม "ปกติแล้ว กระสือจะมีแต่เพศหญิงเท่านั้น เราพบว่าเชื้อปรสิทพวกนี้มีฤทธิ์จำเพาะกับมนุษย์เพศหญิง มันเข้ากันได้ดีกับโครโมโซมXX และฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้กระบวนการเปลี่ยนรูปแบบของเซลล์ทำงานได้สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับโครโมโซมXYและฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนแล้ว ถึงจะไม่ต่อต้านกันและกัน แต่มันก็ทำให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเไม่สมบูรณ์ นั่นจึงทำให้พวกมันเปลี่ยนไปเป็นรูปลักษณ์ของกระสือเต็มตัวไม่ได้ ก็เลยเกิดเป็นสิ่งที่เรียกกันว่าโพง หรือผีโพงขึ้นมาแทน" ศาตราจารย์เฒ่าตอบ

"มีความเป็นไปได้ว่าพวกมันจะมีวิวัฒนาการไปในทิศทางเดียวกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดซอมบี้ และมีฤทธิ์แบบจำเพาะเจาะจงกับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและทำปฎิกริยาต่อกันจนเกิดกระบวนการควบคุมสมองส่วนกลาง ทำให้คนที่ตายใหม่ๆ กลายเป็นซอมบี้ขึ้นมาอย่างที่รปภของคุณกำลังเป็นอยู่นี่ไงล่ะ ซึ่งเขาอาจจะเป็นซอมบี้สายพันธุ์เฉพาะถิ่นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ได้" แม้จะฟังเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังผีอาชีวะอยู่สักหน่อย แต่ด็อกเตอร์สาวก็ไม่อาจจะคัดค้านแนวคิดแปลกประหลาดสุดโต่งของชายสูงวัยได้เลย "แล้วตกลงว่า พวกมันแพร่กระจายไปด้วยการไล่กัดคนงั้นเหรอ! นี่มันพล็อตหนังซอมบี้ชัดๆ! ไม่กลัวโดนลิขสิทธิ์กันบ้างเลยรึไง!?" สารวัตรสิทธาตั้งคำถาม

"เชื้อปรสิตดั้งเดิมที่พวกเรารู้จัก มันมีวิธีการแพร่พันธุ์ด้วยการปนเปื้อนสปอร์เข้ากับสารคัดหลั่งของร่างโฮสต์ที่มันอาศัยอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในน้ำลายจะมีปริมาณเชื้ออยู่มากที่สุด มันจะบังคับโฮสต์ของพวกมันปล่อยสารคัดหลั่งลงในน้ำ และพยายามหลอกล่อเหยื่อเพศหญิงที่มันหมายตาไว้ให้ดื่มน้ำปนเปื้อนเชื้อเข้าสู่ร่างกายและเปลี่ยนให้กลายเป็นกระสือไปในที่สุด แต่ถ้าคุณดันเป็นผู้ชายดวงดีที่ดันเผลอดื่มน้ำนั่นเข้าไปล่ะก็ คุณก็จะกลายเป็นโพงไปอย่างช่วยอะไรไม่ได้เลย" ศาตราจารย์เฒ่าพูดจบก็เดินเข่าอ่อนไปหาเก้าอี้สูงที่วางอยู่ตรงแท่นวางเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ โดยมีด็อกเตอร์ชัชชัยถลาเข้าไปประคอง ด็อกเตอร์รำมะนาเห็นด็อกเตอร์ชัชชัยและด็อกเตอร์ธานินทร์เหลือบมองตากันแวบหนึ่งคล้ายกับจากส่งสัญญาณบางอย่างให้กันและกัน แต่เธอก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรจึงละสายตามา

"เป็นไปได้ไงที่เชื้อนั่นจะบังคับสมองคนให้ทำในสิ่งที่มันอยากให้ทำน่ะ...พูดเป็นลิเกฝรั่งไปได้" นายตำรวจหนุ่มพูดอย่างดื้อดึง "สารวัตรเคยกินถั่งเช่ามั้ย" ด็อกเตอร์รำมะนาถามขึ้น สารวัตรหนุ่มหันมามองหน้าเธอทันทีพร้อมแปะเครื่องหมายคำถามไว้เต็มหน้าผาก "เกี่ยวอะไรกับถ่างเข้าอะไรนั่นด้วยล่ะด็อกฯ" เขาถามก่อนจะสะดุ้งเมื่อมือน้อยของสกุณาตีเพียะเข้าที่ต้นแขน "เธอพูดว่าถั่งเช่าย่ะ! คิดลามกอะไรอยู่มั้ยเนี่ย!" สกุณาดุเขาเสียงเขียว ด็อกเตอร์รำมะนาทำหน้าละเหี่ยมองคนทั้งสองหัวไปงุ้งงิ้งใส่กัน "ถั่งเช่าเกิดจากเชื้อราคอดิเซ็บสายพันธุ์หนึ่ง เชื้อพวกนี้มีฤทธิ์จำเพาะกับแมลงแต่ละสายพันธุ์ พวกแมลงที่ติดเชื้อจะถูกเชื้อรานี้ควบคุมสมองและบังคับให้พวกมันมีการแสดงออกที่แปลกไปจากเดิม" เธออธิบาย

"ถ้าวิวัฒนาการของเชื้อราพวกนั้นควบคุมสมองของพวกแมลงได้ แล้วทำไมเชื้อปรสิตที่อาจจะกำลังวิวัฒนาการไปในทิศทางเดียวกันจะทำไม่ได้ล่ะ" ด็อกเตอร์รำมะนาคิดว่าเธอใช้คำพูดที่ฟังง่ายที่สุดมาใช้อธิบายแล้ว แต่เธอก็ยังเห็นสารวัตรสิทธิทำหน้าเหมือนอึไม่ออกมาเป็นอาทิตย์อยู่ดี ด็อกเตอร์สาวแอบถอนใจ การจะบรรยายทฤษฎีทางวิทยาศาตร์ให้ตำรวจเข้าใจนี่มันไม่ง่ายเลยแฮะ...เธอคิด "เราจะคาดเดาอะไรกับวิวัฒนาการการได้ล่ะ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่ผ่านการวิวัฒน์มาแล้วทั้งนั้น กว่าที่จะมาเป็นเราทุกวันนี้ ใครจะรู้จริงๆ ล่ะว่า เราได้ผ่านอะไรมาบ้าง เจ้าพวกปรสิตกระสือนี่ก็เหมือนกัน ก็อย่างที่ศาตราจารย์คงเดชบอกนั่นแหละ ตอนนี้พวกมันได้วิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้นแล้ว" เธอพูด

ฮอต

Comments

Pretty_Mia

Pretty_Mia

ฮาเฮ

2023-08-03

0

ทั้งหมด
เลือกตอน
1 งานเลี้ยงวันเกิด
2 เก็บตัวอย่าง
3 ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4 ผู้ติดเชื้อ
5 เทียบเชึ
6 ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7 งานวิจัย
8 รายงานข่าวด่วน
9 ทางลัด
10 การกระจายพันธุ์
11 ความลับที่ถูกเปิดเผย
12 กองกอย
13 หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14 ไอริณ
15 S.O.S
16 กระสือและซอมบี้
17 เก็บกวาด
18 ทางเลือกจองคุณหมอ
19 การสอบสวน
20 ความแตกต่าง
21 องค์กรคู่ปรปักษ์
22 เทอเทิลแอนด์สเนล
23 สะกดรอยตาม
24 ปฏิบัติการปริศนา
25 ฐานวิจัยลับ
26 ทะลายรัง
27 โคตรว่านโพง
28 พ่อ แม่ ลูก
29 การลักพาตัว
30 ด็อกเตอร์ธานินทร์
31 คนทรยศ
32 คลังแสง
33 กองกอยวอริเออร์
34 พี่น้องเคลียร์ใจ
35 ล่าถอย
36 ปั๊มน้ำมัน
37 ด่านทหาร
38 หอพักหญิง
39 อุโมงค์ซิตี้
40 บันไดหนีไฟ
41 จตุรัสกลางเมือง
42 ทหารรับจ้าง
43 อุโมงค์ระบายน้ำ
44 ตึกใบหนาด
45 บนดาดฟ้า
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 45

1
งานเลี้ยงวันเกิด
2
เก็บตัวอย่าง
3
ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4
ผู้ติดเชื้อ
5
เทียบเชึ
6
ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7
งานวิจัย
8
รายงานข่าวด่วน
9
ทางลัด
10
การกระจายพันธุ์
11
ความลับที่ถูกเปิดเผย
12
กองกอย
13
หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14
ไอริณ
15
S.O.S
16
กระสือและซอมบี้
17
เก็บกวาด
18
ทางเลือกจองคุณหมอ
19
การสอบสวน
20
ความแตกต่าง
21
องค์กรคู่ปรปักษ์
22
เทอเทิลแอนด์สเนล
23
สะกดรอยตาม
24
ปฏิบัติการปริศนา
25
ฐานวิจัยลับ
26
ทะลายรัง
27
โคตรว่านโพง
28
พ่อ แม่ ลูก
29
การลักพาตัว
30
ด็อกเตอร์ธานินทร์
31
คนทรยศ
32
คลังแสง
33
กองกอยวอริเออร์
34
พี่น้องเคลียร์ใจ
35
ล่าถอย
36
ปั๊มน้ำมัน
37
ด่านทหาร
38
หอพักหญิง
39
อุโมงค์ซิตี้
40
บันไดหนีไฟ
41
จตุรัสกลางเมือง
42
ทหารรับจ้าง
43
อุโมงค์ระบายน้ำ
44
ตึกใบหนาด
45
บนดาดฟ้า

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!