งานวิจัย

ประตูแอร์ล็อกถูกเปิดออกสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ ที่น่าจะใหญ่และยาวยิ่งกว่าสถานีรถไฟหัวลำโพงเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ยังอยู่ในธีมมืดตึ๊ดตืํออยู่ดี แสงสว่างส่วนใหญ่มาจากแสงจันทร์เทียมดวงมหึมาที่ฝังอยู่บนเพดานที่สูงลิ่ว มีระเบียงทางเดินสีขาวกว้างประมาณห้าเมตรและยกสูงขึ้นมาจากพื้นราวๆ ข้างล่างราวสิบเมตร ลักษณะเป็นทางเดินวงกลมล้อมรอบพื้นที่สวนป่าขนาดย่อมๆ ที่อยู่เบื้องล่างเอาไว้ตรงกลาง สวนนี้ถูกตกแต่งให้มีลักษณะใกล้เคียงกับป่าดิบรกทึบที่ชื้นแฉะ แถมยังมีลำธารจำลองเล็กๆ ไหลผ่านกลางพื้นที่เสียด้วย อลังการงานสร้างขนาดนี้คงจะเป็นที่อยู่ของอะไรอย่างอื่นที่ศาตราจารย์เฒ่าพูดถึงนั่นสินะ หมอทินคิด "นี่คืออะไรคะ...ศาตราจารย์" ด็อกเตอร์รำมะนาเอ่ยถามขึ้น

"มันเป็นลานสังเกตพฤติกรรมน่ะครับ ด็อกเตอร์" ไม่รู้ว่ามาได้ยังไง แต่ด็อกเตอร์ธานินทร์ชิงพูดตัดหน้าชายสูงวัยที่กำลังอ้าปากจะตอบ ทำเอาหมอทินที่หมั่นไส้ชายร่างยักษ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วถึงกับเกิดอาการฉุนกึกติดจมูกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ "ก็คงจะใช้เป็นที่ปรับพฤติกรรมของเขาล่ะมั้งคุณ ที่นี่ดูเหมาะกับเขาดีออก ดูเป็นป่า...เป็นเถื่อนดี" เขามองไปนักวิจัยสาวแต่จงใจพูดกระทบชายหัวยุ่งเป็นสำคัญ "ใช่แล้ว...มันเป็นลานที่ผมดูแลอยู่" ด็อกเตอร์ธานินทร์ยอมรับหน้าตาเฉย ทำให้หมอหนุ่มหน้าตึงเหมือนฉีดโบท็อกโอเว่อร์โดสหนักขึ้นไปอีก "อันที่จริง ผมก็ดูแลแทบทุกห้องในศูนย์นี้เลยต่างหากล่ะ" เขาพูดพลางยืดอกขึ้นทำท่าภูมิอกภูมิใจ

"แล้วอยากรู้มั้ยล่ะว่ามีอะไรอยู่ข้างล่างนั่น" ด็อกเตอร์ธานินทร์ถามพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม มองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาวาว "โธ่โอ๊ย...จะลีลาให้ได้สุพรรณหงส์ทองคำเลยรึไง อย่ารู้จะแย่อยู่แล้วเนี่ย" หมอทินแค่นเสียงพูดกระทบแต่ทำเฉไฉมองไปทางอื่น "มันคือลานสังเกตพฤติกรรมกองกอยไงล่ะ" คำเฉลยนั้นมาจากศาตราจารย์คงเดช ซึ่งทำเอาเขียดผู้มีแกกทั้งสี่ถึงกับอุทานขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน "กองกอย!" หมอทินมองหน้าศาตราจารย์เฒ่าสลับกับชายร่างยักษ์ด้วยสีหน้าที่บอกว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน "แล้วมันเป็นยังไงกันล่ะไอ้กองกอยอะไรเนี่ย? หน้าตาเหมือนลองกองมั้ย!?" สารวัตรสิทธาถามด้วยสีหน้าเหวอหวาหราเหรอ

ไม่ทันที่จะมีใครได้ตอบคำถาม เสียงประหลาดหลายเสียงก็ดังประสานกับขึ้นมาจากสวนป่าจำลองด้านล่าง 'กอย...กอย...กอย" เสียงนั้นดังเป็นจังหวะเนิบนาบแต่สม่ำเสมอ ฟังแล้วมันช่างเย็นยะเยือกบาดลึกลงไปในความรู้สึกจนหมอทินขนลุกซู่ซ่า น้ำเสียงนั่นบ่งบอกว่าเจ้าของเสียงน่าจะเป็นสิ่งที่อันตรายต่อสุขภาพพลานามัยของพวกเขาอย่างยิ่งยวดเลยทีเดียว "โอ้...ได้เวลาออกหากินพอดีเลยสินะ...เด็กๆ" ด็อกเตอร์ธานินทร์พูดอย่างกระตือรือร้น "อะไรนะ!?...เด็กๆ เหรอ?" ด็อกเตอร์รำมะนามองหน้าด็อกเตอร์หัวยุ่งพร้อมกับปั้นรูปหน้าให้กลายเป็นเครื่องหมายคำถาม แต่จอมเย็นชานั่นก็ไม่ได้สนใจจะตอบคำถามของเธอ อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้น "สิรินยา...วันนี้ช่วยขยับมาใกล้ทางเข้าหน่อยนะ แขกผู้มีเกียรติของเราจะได้รับชมได้อย่างมีอรรถรส" ด็อกเตอร์หัวยุ่งจบประโยคด้วยการส่งสายตาเหยียดหยามมาที่หมอทิน และยังเผื่อแผ่ไปให้สารวัตรสิทธาอีกด้วย ก่อน จะถอยกลับไปยืนกุมเป้าอยู่หลังชายสูงวัยต่อ "รับทราบค่ะด็อกเตอร์ธานินทร์" ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์สาวเสียงสวยตอบรับทันใด

"นี่อย่าบอกนะว่าเสียงกอยๆ เมื่อตะกี้เป็นเสียงลองกองของพวกคุณน่ะ!" นายตำรวจหนุ่มโพล่งถามขึ้น พลางชะโงกหน้าไปมองไปรอบๆ สวนป่าจำลองอย่างระแวงระวัง "กองกอยหรอกย่ะ...อีตาบ้า!" สกุณาแก้คำผิดให้ทันควันพร้อมกับส่งฝ่ามืออรหันต์ตีเพียะไปที่ต้นแขนของเขาอย่างแรง ศาตราจารย์เฒ่ามองดูทั้งคู่แล้วอมยิ้มแก้มตุ่ย คงจะนึกขำในความโก๊ะของนายตำรวจหนุ่มจนเก็บทรงไม่อยู่เป็นแน่ ซึ่งก็ว่ากันไม่ได้หรอก เพราะแม้ตัวหมอทินเองก็ยังต้องกลั้นหัวเราะแทบแย่เลย ส่วนด็อกเตอร์รำมะนาถึงกับกุมขมับส่ายหน้าดิกพลางถอนใจเฮือกใหญ่ เห็นจะมีอยู่คนเดียวในที่นี้ที่ไม่ได้มีปฎิกริยาอะไรกับเขาเลยสักนิดและยังยืนหน้าเชิดนิ่งเฉยชากุมเป้าอยู่ที่เดิน...อีตาด็อกเตอร์หัวยุ่งจอมเย็นชานั่นไง

"ใช่แล้วล่ะคุณสารวัตร พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่อาศัยอยู่ในป่าดิบเขา นิสัยชอบรวมกลุ่มกันเพื่อออกล่าเหยื่อ พวกมันชอบกินเลือดสดๆ เนื้อและเครื่องในของสัตว์อื่นเป็นอาหาร เป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายในระดับแดง ถ้าคุณถูกพวกมันไล่ล่า ทางรอดทางเดียวของคุณก็คือ หนีขึ้นต้นไม้ที่สูงจากพื้นดินไม่ต่ำกว่าห้าเมตรให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่พวกมันจะขย้ำคอกระซวกไส้คุณเท่านั้น เพราะพวกมันรวดเร็วมากแถมยังกระโดดได้สูงมากเสียด้วย" ศาตราจารย์คงเดชบรรยายสรรพคุณของสิ่งที่ยังไม่ใครในกลุ่มเคยเห็น "ถ้ามันร้ายกาจขนาดนั้นแล้ว คุณยังจะเอาพวกมันมาวิจัยทำสัตว์เลี้ยงอยู่อีกเหรอคะ!" ด็อกเตอร์รำมะนาถามอย่างไม่สบายใจ "สำหรับงานวิจัยแล้ว มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงไม่ใช่หรือ คุณผู้หญิง" "คุ้มค่าที่จะเสี่ยงงั้นเหรอ เพื่ออะไร?" หมอทินถามแทรกขึ้น "เรากำลังหาวิธีการที่จะควบคุมพวกมันให้ทำตามคำสั่งน่ะคุณหมอ ถ้าทำสำเร็จ...เราจะได้หน่วยลาดตระเวนที่มีประสิทธิภาพสูงเอาไว้ดูแลป้องกันกันการลักลอบเข้าประเทศของกองทัพมดที่ขนยาเสพติดตามแนวตะเข็บชายแดนที่คนเข้าไปไม่ถึงไงล่ะ" ชายสูงวัยตอบอย่างสุภาพ "มันก็...ฟังดูดีนะ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันน่าจะมีปัญหายังไงก็ไม่รู้" ชายหนุ่มพูดงึมงำออกความเห็น

"เริ่มกระบวนการการให้อาหาร" สิรินยาประกาศผ่านอากาศมาจากทุกทิศทุกทาง ก่อนจะเกิดเสียงเครื่องยนต์ไฮโดรลิดังวืัดยาวๆ แว่วมาจากบริเวณลานโล่งของป่าจำลองเบื้องล่าง จากนั้นแสงสีน้ำเงินจากหลอดไฟที่ฝังอยู่บนพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ก็สว่างพรึ่บขึ้น อึดใจต่อมาพื้นตรงกลางก็แยกตัวออกตามแนวยาวจนทำให้เกิดเป็นช่องว่างที่เจาะลึกลงไปข้างใต้ที่ดูแล้วไม่ใช่พื้นดินอย่างแน่นอน ลักษณะคล้ายกับจะเป็นช่องสำหรับส่งอะไรบางอย่างขึ้นมาหรือลงไป มีแสงสีน้ำเงินเข้มข้นส่องขึ้นมาจากด้านล่างของช่องนั้นด้วย แล้วร่างกำยำอ้วนพีของวัวสีแดงตัวใหญ่ก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นสู่ระดับพื้นดิน ขาทั้งสี่ของมันถูกมัดตรึงไว้กับหลักอย่างแน่นหนา มันพยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการพร้อมกับส่งเสียงร้องแสดงความหวาดกลัวตลอดเวลา "มอออออ!" จนกระทั่งเท้าทั้งสี่ข้างของมันขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับพื้น ช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นก็เลื่อนตัวปิดเข้าหากันพร้อมกับแสงไฟสีน้ำเงินดับวูบไป ปล่อยให้วัวผู้น่าสงสารต้องเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวของมันภายใต้แสงจันทร์เทียมเพียงลำพัง

เกือบจะในทันที เสียงร้องที่น่าขนลุกขนพองนั่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง "กอย กอย กอยๆๆ" แต่คราวนี้เสียงมันดังยิ่งกว่าเดิมจนก้องสะท้อนไปมาภายในโถงกว้่าง และยังถี่กระชั้นฟังดูเร่งเร้าคล้ายกับว่าพวกมันกำลังตื่นเต้นกับอะไรบางอย่าง ซึ่งหมอทินมั่นใจว่าก็คงจะไม่พ้นวัวเคราะห์ร้ายตัวนั้นอย่างแน่นอน "กอยๆๆๆ" เสียงดังมาจากดงไม้ทึบตรงใจกลางและเคลื่อนที่ไกล้เข้ามาหาเจ้าวัวที่ดิ้นรนด้วยความหวังจะเอาชีวิตรอดอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช มันส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังมุ่งตรงมาหา หมอทินขยับตัวไปยืนเกาะติดราวทางเดินเพื่อที่จะพยายามเพ่งมองดูอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนที่ออกมาจากเงามืดของต้นยางใหญ่ แล้วเขาก็เห็นจุดกลมๆ คล้ายดวงไฟสีแดงห้าคู่แดงวาบขึ้นมาในเงามืด ก่อนที่ร่างเป็นเงาตะคุ่มสองร่างจะกระโจนพรวดออกมาสู่แสงจันทร์เทียม!

พวกมันอยู่ห่างจากจุดที่วัวตัวนั้นถูกมัดตรึงอยู่ไม่ถึงสองเมตร จากนั้นร่างที่สามที่่สี่และที่ห้าก็กระโดดหยองแหยงตามออกมาสมทบ พวกมันมีดวงตาขนาดใหญ่และลุกโพลงเหมือนมีเปลวไฟสีแดงสุมอยู่ข้างใน หัวเล็กหลิมของพวกมันปกคลุมด้วยขนยาวสีขาวสะท้อนแสงจันทร์ดูคล้ายกับเส้นผมของคนที่ไม่เคยสระเคยหวีมาก่อนเลยในชีวิต ใบหูแหลมขนาดใหญ่แผ่เป็นเงี่ยงติดอยู่ข้างหัว จมูกไม่มีดั้งแบบเดียวกับพวกลิงของมันขยับสูดดมกลิ่นในอากาศฟุดฟิดไปมา ปากกว้างยื่นออกมาเหมือนปากค้างคาว ริมฝีปากฉีกขึ้นไปเกือบถึงโคนหู ฟันซี่เล็กๆ นับร้อยซี่อัดกันแน่นอยู่ในปาก มีเขี้ยวขนาดใหญ่งอกอยู่ที่มุมปากหนึ่งคู่และอีกคู่ที่เล็กกว่านิดหน่อยติดอยู่ตรงส่วนปลายของปาก ส่วนลำตัวของพวกมันผอมแห้งกร้องแกร้งแต่ท้องป่องจนดูคล้ายกับคนเป็นโรคท้องมานยังไงพิกล พวกมันสูงในระดับเดียวกับหลังของวัวตัวนั้น สองแขนผอมยาวเก้งก้างขยับยุกยิกอยู่ข้างตัวเกือบจะตลอดเวลา นิ้วที่มีเพียงสามนิ้วกางออกอย่างประสงค์ร้าย แต่ไฮไลท์ของความแปลกประหลาดนั้นอยู่ตรงที่ พวกมันยืนและทรงตัวอยู่ได้ด้วยขาที่ผอมเพรียวเพียงข้างเดียวเท่านั้น!

เจ้าตัวประหลาดทั้งห้าเคลื่อนไหวด้วยอาการกระโดดเหยงๆ บิดลำตัวไปซ้ายทีขวาทีดูคล้ายกับการกระโดดของตัวลีเมอร์ เพียงแต่พวกลีเมอร์กระโดดไปข้างหน้าด้วยสองขา แต่พวกนี้มันกระโดดด้วยชาที่มีเพียงข้างเดียวเท่านั้น พวกมันเข้ามากระโดดแหยงๆ วนล้อมรอบวัวตัวนั้นไว้ทุกทางอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่จะพร้อมใจกันส่งเสียงสยองขึ้นมาอีก "กอยๆๆๆๆ" เป็นจังหวะถี่กระชั้นยิ่งกว่าเดิม ในขณะเดียวกัน เจ้าวัวผู้โชคร้ายก็ทำได้แค่ส่งเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกดังลั่นพร้อมกับพยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์เพื่อจะเอาชีวิตรอด แต่โอกาสของมันก็กลายเป็นศูนย์ไปตั้งนานแล้ว "นั่นมันจะทำอะไรน่ะ กินวัวตัวนั้นงั้นเหรอ!" เสียงตื่นๆ ของสกุณาเอ่ยถามขึ้น "ก็แหง๋สิ...นี่คือเวลาอาหารของมันนะคุณ" ด็อกเตอร์ธานินทร์ตอบ หมอทินจับความตื่นเต้นยินดีในน้ำเสียงนั้นได้ เขาจึงหันไปมองหน้าด็อกเตอร์หัวยุ่งแล้วก็เห็นเป็นจริงตามนั้น ตอนนี้ใบหน้าของด็อกเตอร์จอมเย็นชามีแววของความพึงพอใจปรากฏขึ้นเต็มหน้า จับจ้องมองลงไปที่วัวเคราะห์ร้ายด้วยแววตาวาวโรจน์และมีความสุข และเขาก็ยังสังเกตเห็นว่าสารวัตรสิทธาก็กำลังจับตามองอากัปกิริยาของด็อกเตอร์ผู้นี้อยู่เช่นกัน "โรคจิตรึเปล่าวะหมอนี่" เขาพึมพำกับตัวเอง

จู่ๆ เสียงร้องกอยๆ นั้นก็หยุดลงเมื่อพวกมันส่งเสียง "กั๊ก" สั้นๆ ขึ้น "ตายแล้ว!" เสียงร้องลั่นอย่างตื่นตกใจของสองสาวดังขึ้นพร้อมกันกับเสียงร้องลั่นจนเสียงแตกของวัวตัวนั้นทำให้หมอทินรีบหันกลับไปมองเหตุการณ์ด้านล่างทันที ภาพที่เห็นทำเอาหมอทินถึงกับตัวแข็งทื่อ ตัวประหลาดขาเดียวทั้งห้านั่นกระโจนเข้าใส่วัวตัวนั้นพร้อมๆ กันจากทุกทิศทาง มือที่มีแค่สามนิ้วของพวกมันทำหน้าที่กระซวกแทงเข้าไปตามลำตัวและส่วนท้องของวัวชะตาขาดก่อนจะกระชากออก เลือดของเจ้าวัวพุ่งทะลักตามออกมาเป็นสายน้ำหลาก ตามด้วยอวัยวะภายในที่หลุดติดมือของพวกมันมาด้วย เจ้าวัวผู้น่าสงสารร้องลั่นเพียงครั้งเดียวแล้วหัวของมันก็ห้อยลงเหมือนปล่อยบมออกจากตุ๊กตายาง ร่างของมันกระตุก กล้ามเนื้อทุกส่วนสั่นระริก ขาทั้งสี่อ่อนแรงและทรุดลงแต่ก็ถูกเชือกที่มัดอยู่รั้งเอาไว้ ทำให้ร่างของมันแขวนลอยอยู่เหนือพื้น ในขณะที่ตัวประหลาดมรณะพากันก้มไปดูดกินเลือดที่ไหลพรั่งพรูอย่างหิวกระหาย และจัดการเขมือบเครื่องในวัวสดๆ อย่างตะกละตะกราม มันเป็นภาพที่บีบหัวใจของชายหนุ่มอย่างที่สุดยิ่งกว่าภาพสนองใดๆ ที่เคยเห็นมา

"นี่พวกคุณให้อาหารพวกเอ่อ...กองกอยอะไรนั่นด้วยวิธีนี้เหรอ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย!" ด็อกเตอร์รำมะนาหันไปพูดเสียงเครียดกับศาตราจารย์คงเดช "นั่นสิคะ นี่มันเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์เลยนะ ป๋าเถื่อนชะมัด!" สกุณาพูดเสริมด้วยสีหน้าสยดสยอง "มันเป็นวิธีเดียวที่พวกมันจะยอมกินอาหารน่ะ พวกมันจะกินเฉพาะของสดที่ล่าได้ใหม่ๆ เท่านั้น ก็มีแต่มนุษย์เรานี่แหละที่จะกินแต่ของที่ตายมานานจนกลายเป็นซากไปแล้วน่ะ" เป็นอีกครั้งที่ศาตราจารย์เฒ่าถูกแย่งซีนโดยชายร่างยักษ์ ที่ตอนนี้สีหน้าท่าทางดูจะสำราญบานใจจนลืมเก๊กไปเลย

และก็แน่นอน...หมอทินก็รู้สึกต่อต้านขึ้นมาทันควันเช่นกัน "ดูท่าทางคุณจะมีความสุขกับการที่ได้ทำอะไรแบบนี้นะด็อกฯ พอดีผมมีเพื่อนสนิททำงานอยู่ในกรมสุขภาพจิตล่ะ ผมช่วยแนะนำให้คุณได้นะ ถ้าคุณสนใจ" คราวนี้หมอทินตั้งใจประสานตากับด็อกเตอร์ธานินท์ที่จ้องตาตอบกลับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างแรง "ใจเย็นน่าหมอ" สารวัตรสิทธารีบเอาตัวเข้าขวางและพูดดึงสติพร้อมเอื้อมมือมาแตะไหล่ของเขา "พอแล้ว ธานินทร์" ชายสูงวัยปรามเสียงเข้ม ก่อนจะหันมาทางหมอทินโดยมีสีหน้าและแววตาที่บอกถึงการขอโทษขอโพยแนบมาด้วย "เอาล่ะๆ ผมว่าเราไปในส่วนต่อไปกันดีกว่านะ" ศาตราจารย์คงเดชพูดตัดบท "ไปเถอะด็อกเตอร์" เขาหันไปตบไหล่ด็อกเตอร์หัวยุ่งที่ยืนทำหน้าตึงมองพื้นอยู่แล้วออกเดินไปตามทางโค้งเพื้อจะไปที่ประตูแอร์ล็อคซึ่งอยู่อีกฝั่งของระเบียงทางเดิน ด็อกเตอร์จอมเย็นชาเหลือบมองหน้าหมอทินและสารวัตรสิทธาอย่างไม่เป็นมิตรจนออกนอกหน้า ก่อนจะหันเดินตามศาตราจารย์ผู้เฒ่าไปโดยไม่พูดอะไรอีก "ใจเย็นนะคะหมอ" สกุณาพูดปลอบ "คุณเป็นหมอนะ ทำไมถึงจะกลายเป็นนักมวยซะงั้นอ่ะ" ด็อกเตอร์รำมะนาขยับมาแตะที่แขนของเขาเบาเป็นเชิงตักเตือน

ราวสามนาทีต่อมา แอร์ล็อคบานถัดมาก็ถูกเปิดออกด้วยคำสั่งเสียงของศาตราจารย์คงเดช เผยให้เห็นภายในที่กว้างขวางใหญ่โตเกือบจะพอๆ กับสนามฟุตบอลมาตรฐาน แต่ก็ยังอยู่ในคอนเซ็ปต์สลัวอยู่ดี มีกล่องที่ทำจากกระจกใสขนาดมหึมาทั้งใหญ่ทั้งยาวที่สามารถเดินได้โดยรอบสองกล่องอยู่ทางซ้าย และอีกกล่องทางขวามือมีลักษณะเป็นตู้กระจกเดี่ยวที่ทอดตัวยาวเข้าไปจนสุดทางเดินเหมือนตู้ปลาขนามโคตรมหายักษ์ มีน้ำสีเขียวอมฟ้าบรรจุอยู่เต็มจนถึงขอบด้านบนที่สูงไม่ต่ำกว่าสิบเมตร มีฟองอากาศผุดพรายจากพื้นที่กรุด้วยกรวดทรายเป็นสายขึ้นสู่ที่สูง แบบเดียวกับออกซิเจนในตู้ปลา ซึ่งด็อกเตอร์ธานินทร์เรียกทั้งหมดนี้ว่าห้องสังเกตพฤติกรรมแบบเดียวกันกับห้องกลิ้งดงนั่นแหละ

"นี่พวกคุณเอาปลาวาฬมาวิจัยด้วยเหรอ ทำไมตู้มันถึงได้ใหญ่โตมโหระทึกขนาดนี้ด้วยเนี่ย" สารวัตรสิทธาถามด้วยน้ำเสียงทึ่งจัด "หึ...พวกเราไม่ทำอะไรพื้นๆ แบบนั้นหรอก มันธรรมดาเกินไป" ด็อกเตอร์ธานินทร์แค่นเสียงพูดแล้วพ่นลมออกจมูกตั้งท่าจะขิงใส่ "พอก่อน ด็อกเตอร์ธานินทร์" คราวนี้ศาตราจารย์เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงดุดันและทุ้มต่ำ นี่เป็นครั้งแรกที่หมอทินได้เห็นชายสูงวัยในโหมดเฮอเร่ออย่างนี้ เขารู้สึกถึงความมีอำนาจจากน้ำเสียงนั้นซึ่งมันทำให้ด็อกเตอร์หัวยุ่งถึงกับหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่แล้วอยู่ๆ รอยยิ้มอวดฟันขาวก็เบ่งบานขึ้นบนใบหน้าของชายสูงวัยแบบที่ไม่มีวันที่ใครปรับโหมดตามได้ทัน "มันน่าสนใจขึ้นมากเลยใช่ไหมละ...แต่สิ่งที่ผมจัดเตรียมไว้สำหรับพวกคุณอยู่ทางนี้ต่างหาก" เขาพูดจบก็เดินเข้าไปหากล่องกระจกกล่องแรดฝั่งตรงข้ามที่ก็มีขนาดใหญ่พอกัน แต่ยาวแค่ครึ่งเดียวของกล่องอควาเรี่ยม จะต่างกันก็ตรงที่ภายในนั้นมันดูมัวซัว และยังคงมีแสงจันทร์เทียมส่องลงมาเช่นเคย เพียงแต่มันน่าจะเป็นแสงจันทร์ของคืนเดือนแรมที่โผล่มาไม่ถึงครึ่งเสี้ยว ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แสงก็ไม่น่าจะเกิน 35% นั่นจึงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในตู้กระจกนั้นหม่นมัวไปหมด แต่ก็พอจะมองออกว่าภายในนั้นไม่ได้มีการตกแต่งสภาพแวดล้อมใดๆ เลยสักอย่าง เป็นเพียงแค่กล่องโล่งๆ ที่ว่างเปล่าเท่านั้น

ชายสูงวัยทำมือเป็นมะเหงกแล้วเคาะเบาๆ ไปที่กระจก ทันใดนั้นที่มุมมืดตรงด้านไกลของตู้ก็เกิดมีแสงสีแดงของอะไรบางอย่างกระพริบวูบขึ้น อย่างช้าๆ ก่อนจะดับลงแล้วกลับวูบขึ้นมาอีกแต่เปลี่ยนเป็นสีเขียว จากนั้นก็วูบวาบสลับสีไปมาอยู่อย่างนั้น หมอทินเขม้นตามองแต่ก็ไม่เห็นอะไรเพิ่มเติมนอกจากจะรู้สึกว่าแสงนั่นกำลังเคลื่อนที่ตรงมาทางพวกเขาอย่างช้าๆ มันลอยอยู่เหนือพื้นสูงขึ้นไปราวห้าเมตร "นั่นมันอะไรน่ะ?" หมอทินเอ่ยถาม "ตัวต้นเรื่องของเราไง พ่อหนุ่ม" ศาตราจารย์คงเดชตอบเรียบๆ ทันใดนั้น แสงสีเหลืองวูบวาบของไฟฉุกเฉินเตือนภัยที่ติดอยูุ่รอบๆ กล่องกระจกก็สว่างขึ้นพร้อมเสียงไซเรนอเลิร์ทบาดหูดังสนั่นขึ้น หมอทินสะดุ้งสุดตัว หันไปรอบๆ ตัวอย่างตื่นตระหนก เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ทั้งสามคน "อะไร! เกิดอะไรขึ้น!" เขาพูดเสียงแตกตื่น "อะไรกันเนี่ย...แค่นี้ก็ทำเป็นตื่นตูมกันซะแล้วเหรอ" ด็อกเตอร์ธานินทร์พูดเหน็บแนมแกมเย้ยหยันด้วยเสียงเย็นชาของเขา พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ "สองทุ่มจะครึ่งแล้ว ได้เวลาอาหาร" เขาพูดพร้อมกับสะบัดหางตาฟาดใส่หมอทิน ยกยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก

"เริ่มกระบวนการการให้อาหาร" เสียงสิรินยาประกาศขึ้นอีกครั้ง หมอทินชักสงสัยขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ว่าเธอจะต้องพูดประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่กันนะ ทันใดนั้น ที่พื้นตรงกลางของห้องกระจกก็เกิดเป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดราวสองคูณสองเมตรขึ้น พร้อมกับแสงสีน้ำเงินสาดนำขึ้นมา อึดใจต่อมาร่างของแพะตัวหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากพื้น ขาทั้งสี่ของมันถูกมัดตรึงไว้แน่นหนากับหลักสี่อันเช่นเดียวกับวัวตัวนั้นที่ยังติดตาหมอทินอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาจากกล่องกระจกหนานี้ก็ตาม แต่หมอทินก็พอจะอนุมานได้จากอากัปกิริยาของมัน เจ้าแพะชะตากุดทำท่าแหกปากร้องแบ๊ะๆ อย่างตื่นกลัวโดยที่ไม่มีใครได้ยิน ตาของมันปูดโปนแทบจะหลุดออกนอกเบ้าด้วยความตื่นกลัว และท่าทางที่มันพยายามดิ้นรนเพื่อจะพาตัวเองออกไปสู่อิสระภาพที่จะไม่มีวันจะมาถึงอีกแล้วนั้นมันช่างเป็นภาพที่บีบหัวใจหมอทินเสียเหลือเกิน ไม่กี่อึดใจต่อมา แสงไฟสีน้ำเงินนั้นก็วูบดับพร้อมกับพื้นห้องเลื่อนปิดลง ปล่อยให้ความสลัวมัวหม่นเข้ากลืนกินเจ้าแพะผู้นำสงสารเอาไว้เพื่อให้มันรอรับชะตากรรมของมันเอง

แสงวูบวาบสลับสีเขียวแดงนั่นเปลี่ยนจังหวะกระพริบเนิบๆ แบบสโลว์ซบมาเป็นสามช่ามาละเหวยพุ่งตรงเข้าหาเจ้าแพะอย่างรวดเร็วแทบจะในทันทีที่แสงสีน้ำเงินหายไป เมื่อมันเข้าถึงตัวแพะนั่น หมอทินก็ได้เห็นรูปโฉมของมันเต็มตา ถึงจะไม่ชัดดเจนนักแต่ก็พอที่จะเห็นเค้าโครงได้ว่ามันเป็นมนุษย์ที่มีแต่หัว! ผมยาวยุ่งเหยิงปรกหน้า ส่วนที่ต่ำลงมาจากคอนั้นดูเหมือนจะเป็นกระดูกสันหลังที่งองุ้มมาข้างหน้า เพื่อโอบอุ้มสิ่งที่ดูเหมือนพวงไส้พร้อมกระเพาะอาหารเอาไว้ และยังมีเส้นสายสีแดงสดเล็กๆ แต่ยาวมากหลายสิบเส้นซึ่งเขาคิดว่ามันน่าจะเป็นเส้นประสาท เหมือนจะมีไว้ใช้ทำหน้าที่เกาะยึดหยิบจับแทนมือยั้วเยี้ยออกมาจากด้านข้างของแนวกระดูกสันหลังของมันด้วย และแสงสีเขียวสลับแดงสว่างวาบๆ นั่นก็เป็นแสงที่เปล่งออกมาจากดั้งจมูกที่โปร่งใสของมันนั่นเอง

"น่ะ.. .น่ะ...นั่นมันผีกระสือใช่ไหมน่ะ!" สกุณาร้องตะกุกตะกักเสียงตื่น แต่หมอทินไม่ได้หันไปมองเธอ สองตาของเขาปักติดแน่นอยู่กับภาพสุดสยองที่กำลังเกิดขึ้นในห้องสังเกตพฤติกรรม ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเรียกว่าอะไรก็ช่าง แต่ตอนนี้มันกำลังเล่นงานแพะน้อยผู้น่าสงสารอย่างโหดเหี้ยมทารุณด้วยการแผ่เส้นประสาทออกไปรอบๆ ตัวคล้ายกับสัตว์ร้ายที่กางกางกงเล็บ ก่อนจะพุ่งเข้าขย้ำลงไปที่คอของมันแล้วสะบัดไปมาอย่างรุนแรง โดยมีเส้นปรพสาทยั๊วเยี๊ยพวกนั้นทำหน้าที่เกาะยึดเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนที่เนื้อต้นคอก้อนโตจะหลุดติดปากมันออกมา อึดใจต่อมา หัวปีศาจก็เปลี่ยนเป้าหมายโจมตีไปที่ส่วนท้องป่องๆ ของเจ้าแพะแทน คราวนี้มันกัดกระชากทีเดียวเท่านั้น เครื่องในสดๆ ของแพะก็ไหลทะลักออกมาจากบาดแผลเหวอะฉกรรจ์ที่ท้องของมัน เจ้าแพะน้อยกระตุกเฮือกเดียวก่อนที่คอและหัวของมันจะพับตกลงแล้วนิ่งไป ในขณะที่หัวปีศาจไม่ได้สนใจใยดีอะไรสักนิด มันตรงเข้ากัดกินตับไตไส้พุงของแพะเคราะห์ร้ายอย่างตะกรุมตะกราม ไม่สนใจกับสายตาทั้งหกคู่ที่จับจ้องมองอยู่เลย

ในที่สุด หมอทินก็เบือนหน้าหนีไปเสียจากภาพแสนจะโหดร้ายสุดสยองและน่าสะอิดสะเอียนนั่นได้เสียที เขามองไปที่คนอืนๆ ก็เห็นด็อกเตอร์รำมะนายืนมองเข้าไปในห้องกระจกด้วยอาการตะลึงพรึงเพริด เช่นเดียวกับนายตำรวจหนุ่มที่ยืนทำตาโตอ้าปากหวอ แขนของเขาถูกผู้ช่วยนักวิจัยสาวยึดไปเป็นของตัวเองเสียแล้ว สกุณาทำหน้ายี้ด้วยความสยองแต่ก็ยังคงจ้องมองอย่างไม่วางตา แต่คนที่ดูจะมีชีวิตชีวามากที่สุดก็คงไม่พ้นด็อกเตอร์ธานินทร์ หมอทินเห็นเขาจ้องมองดูกิจกรรมมหำโหดของสิ่งที่อยู่ในห้องกระจกด้วยสีหน้ามีความสุข แววตาของเขาเป็นประกายวาวแบบเดียวกับที่มองดูพวกกองกอยไม่มีผิดหมอทินมองหาศาตราจารย์คงเดชแต่ก็พบว่าชายสูงวัยคนนั้นไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสียแล้ว

ฮอต

Comments

Violeta Itzae Gonzalez O.

Violeta Itzae Gonzalez O.

มันเพลิดเพลินมากๆๆ ชื่นชอบจริงๆ

2023-08-01

0

ทั้งหมด
เลือกตอน
1 งานเลี้ยงวันเกิด
2 เก็บตัวอย่าง
3 ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4 ผู้ติดเชื้อ
5 เทียบเชึ
6 ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7 งานวิจัย
8 รายงานข่าวด่วน
9 ทางลัด
10 การกระจายพันธุ์
11 ความลับที่ถูกเปิดเผย
12 กองกอย
13 หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14 ไอริณ
15 S.O.S
16 กระสือและซอมบี้
17 เก็บกวาด
18 ทางเลือกจองคุณหมอ
19 การสอบสวน
20 ความแตกต่าง
21 องค์กรคู่ปรปักษ์
22 เทอเทิลแอนด์สเนล
23 สะกดรอยตาม
24 ปฏิบัติการปริศนา
25 ฐานวิจัยลับ
26 ทะลายรัง
27 โคตรว่านโพง
28 พ่อ แม่ ลูก
29 การลักพาตัว
30 ด็อกเตอร์ธานินทร์
31 คนทรยศ
32 คลังแสง
33 กองกอยวอริเออร์
34 พี่น้องเคลียร์ใจ
35 ล่าถอย
36 ปั๊มน้ำมัน
37 ด่านทหาร
38 หอพักหญิง
39 อุโมงค์ซิตี้
40 บันไดหนีไฟ
41 จตุรัสกลางเมือง
42 ทหารรับจ้าง
43 อุโมงค์ระบายน้ำ
44 ตึกใบหนาด
45 บนดาดฟ้า
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 45

1
งานเลี้ยงวันเกิด
2
เก็บตัวอย่าง
3
ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4
ผู้ติดเชื้อ
5
เทียบเชึ
6
ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7
งานวิจัย
8
รายงานข่าวด่วน
9
ทางลัด
10
การกระจายพันธุ์
11
ความลับที่ถูกเปิดเผย
12
กองกอย
13
หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14
ไอริณ
15
S.O.S
16
กระสือและซอมบี้
17
เก็บกวาด
18
ทางเลือกจองคุณหมอ
19
การสอบสวน
20
ความแตกต่าง
21
องค์กรคู่ปรปักษ์
22
เทอเทิลแอนด์สเนล
23
สะกดรอยตาม
24
ปฏิบัติการปริศนา
25
ฐานวิจัยลับ
26
ทะลายรัง
27
โคตรว่านโพง
28
พ่อ แม่ ลูก
29
การลักพาตัว
30
ด็อกเตอร์ธานินทร์
31
คนทรยศ
32
คลังแสง
33
กองกอยวอริเออร์
34
พี่น้องเคลียร์ใจ
35
ล่าถอย
36
ปั๊มน้ำมัน
37
ด่านทหาร
38
หอพักหญิง
39
อุโมงค์ซิตี้
40
บันไดหนีไฟ
41
จตุรัสกลางเมือง
42
ทหารรับจ้าง
43
อุโมงค์ระบายน้ำ
44
ตึกใบหนาด
45
บนดาดฟ้า

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!