เสียงเรียกเข้าจากมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างตัวดังขึ้น หมอทินนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนที่จะสไลด์หน้าจอรับสายพร้อมกับเปิดสปีกเกอร์โฟน "ว่าไงคะที่รัก ฉันโทรมากวนเวลางานรึเปล่าคะ" เสียงกังวานใสพูดทักทายขึ้นก่อน "คุณเป็นยังไงบ้างครับริณ กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย" หมอทินพูดแต่ปาก ส่วนสองตาของเขาจับจ้องอยู่กับแฟ้มภาพและข้อมูลของศพหญิงไร้หัวที่หน้าอกถูกแหวกออกอ้ากว้างตรงหน้าด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง "คุณไม่ได้กำลังคิดถึงฉันอยู่เสียหน่อยที่รัก ยุ่งอยู่ใช่ไหมคะ" ไอริณดักคออย่างรู้ทันชายผู้เป็นสามี ทำเอาหมอทินชะงักและรู้สึกผิดขึ้นมาหน่อยๆ
"โธ่...ริณ คุณจะปล่อยให้ผมหลอกคุณได้สำเร็จสักครั้งไม่ได้เชียวหรือ" เขาใส่น้ำเสียงออดอ้อนลงในคำพูด หญิงสาวหัวเราะคิกคักมาตามสาย "โอเคค่ะที่รัก ฉันไม่กวนเวลางานของคุณแล้ว คือฉันแค่จะโทรมาบอกว่า ฉันคงต้องอยู่ต่ออีกสักสี่ห้าวันนะคะ" เธอพูดน้ำเสียงเป็นการเป็นงานขึ้น "อ้าว ทำไมล่ะครับ คุณแม่อาการไม่ดีขึ้นเลยเหรอ" หมอทินถาม "ก็ไม่เชิงนะคะ คือ...จะพูดยังไงดีนะ มันน่าแปลกน่ะค่ะ" เธอเงียบไปคล้ายกับว่ากำลังคิดหาคำมาอธิบายสิ่งที่ต้องการจะพูดไม่ได้ และหมอทินก็จับสังเกตหญิงผู้เป็นภรรยาได้ "ใจเย็นๆ นะริณ ค่อยๆ คิดแล้วบอกผมซิว่าอะไรที่ว่าแปลก" เขาพูดอย่างให้กำลังใจ แต่ที่ปลายสายก็ยังคงเงียบ "ริณ...ยังอยู่มั้ยที่รัก" เขาขมวดคิ้วพลางวางแฟ้มภาพในมือลงก่อนจะก้มหน้าลงไปหาโทรศัพท์ เพราะรู้สึกถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับภรรยาสาวของเขา
"คะ...ค่ะทิน" เธอตอบกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบาเหมือนกับว่าเพิ่งจะหันปากกลับมาหาสปีกเกอร์โฟน "มีอะไรรึเปล่าริณ...เกิดอะไรขึ้น!" เขาถามพร้อมกับความตื่นตระหนกที่ก่อตัวขึ้นมา "ที่รัก ฉะ...ฉันต้องวางสายแล้ว ไว้ฉันจะโทรมาใหม่นะคะ!" น้ำเสียงของเธอกลับมาดังฟังชัดแต่ก็เต็มไปด้วยความเร่งรีบและร้อนรนก่อนที่จะตัดสายไปอย่างปุบปับฉับพลัน "เดี๋ยวสิ...ริณ! ฮัลโหล...ริณ!" หมอทินตะโกนใส่โทรศัพท์พร้อมกับคว้ามันขึ้นมาแนบหู แต่ปลายสายเงียบสนิทไปแล้ว เขารีบกดรีคอลทันทีแต่กลับกลายเป็นเสียงของผู้หญิงอื่นตอบกลับมา "ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ Sorry, the number you Dial cannot be reached...blah blah blah" "บ้าเอ๊ย!" ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย เขากดโทรซ้ำอีกครั้งและอีกครั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นก็ยังคงยืนยันประโยคเดิมทุกครั้งไป
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นแล้วเริ่มเดินงุ่นง่านไปมาด้วยความร้อนรนกระวนกระวาย เขารู้สึกเป็นห่วงภรรยาสาวของเขาขึ้นมาติดหมัดจนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรอย่างอื่นอีกต่อไปแล้ว และยังแถมด้วยเกิดสังหรณ์ใจแปลกๆ ขึ้นมาตอกย้ำความรู้สึกอีกด้วย เธอไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลยนี่นา เขาจับสังเกตน้ำเสียงได้ว่าเธอดูเหมือนจะตื่นตกใจกับอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับ โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายก่อนที่สายจะตัดไปนั่น "เกิดอะไรขึ้นกับคุณนะริณ!" เขาพึมพำพร่ำบ่นถามลมกับฟ้าซ้ำมาซ้ำไป มือก็พยายามที่จะต่อสายให้ได้ ถึงแม้ผู้หญิงที่อยู่ปลายสายจะเอาแต่พูดแต่ประโยคเดิมซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม
แล้วเสียงริงโทนก็ดังขึ้น หมอทินหัวใจพองฟูรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่เขาก็รับสายนั้นด้วยความหวังว่าที่ปลายสายจะเป็นเสียงของไอริณ ภรรยาสุดที่รักของเขา "ฮัลโหลหมอ ผมเองนะครับ... สารวัตรสิทธา" เสียงนั้นทำให้ความหวังพังทลายลงใส่หน้าเขาโครมเบ้อเร่อพร้อมกับหัวใจที่ห่อเหี่ยวย่อยแย่บลง "อ๋อ เออ...ครับ ว่าไงสารวัตร" หมอทินกล้ำกลืนความผิดหวังลงลำคอไป และนึกไม่ชอบใจกับเสียงแหบๆ ของตัวเอง "มีเคสอีกแล้วนะหมอ นี่ผมกำลังไปที่จุดเกิดเหตุ" เสียงของสารวัตรสิทธาฟังดูเหมือนจะไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่เช่นกัน "อะไรนะ! อีกแล้วเหรอ!?" หมอทินทำหน้ายุ่ง "อื้ม...ผมเพิ่งได้รับรายงานมาว่าทุกอย่างเหมือนกับเคสก่อนๆ เปี๊ยบเลย" นายตำรวจหนุ่มพูด "รีบตามมานะหมอ ผมแชร์โลเคชั่นให้แล้ว อ้อ...หมอครับ นี่เป็นเบอร์ใหม่ของผมนะ พอดีผมทำโทรศัพท์ตกหายน่ะ ก็เลยต้องเปลี่ยนเครื่องเปลี่ยนเบอร์ใหม่ ตามนี้นะหมอ เจอกันครับ" พูดตัดบทจบก็ตัดสายไปทันที หมอทินยืนอึ้งอยู่กับที่ชั่วอึดใจก่อนจะลดมือลงแล้วมองดูเวลาตรงมุมซ้ายของหน้าจอโทรศัพท์ มันบอกเวลาเกือบจะสามทุ่มเข้าไปแล้ว
สิบห้านาทีต่อมา ที่ชั้นสามของตึกพาณิชย์ร้างที่สร้างไม่เสร็จห่างจากหมู่บ้านชลัดดาวิลล์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 600 เมตร หมอทินกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบสภาพศพหญิงไม่มีหัวด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ "ผมไม่เข้าใจ ทำไมศพที่ถูกฆ่าตัดหัวแหกอกซะขนาดนี้ถึงไม่มีรอยเลือดแม้แต่หยดเดียวอย่่างนี้นะ" สารวัตรสิทธาเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังของเขา หมอทินหันไปมองพลางยันกายลุกขึ้นยืน เขาถอนใจเบาๆ และส่ายหน้าไปมา "อย่าว่าแต่คุณเลยสารวัตร ผมเองก็หัวจะปวดเหมือนกัน" เขาตัดสินใจเลือกที่จะยังไม่บอกสิ่งที่เขาได้รับรู้มาจากด็อกเตอร์รำมะนาเมื่อคืนก่อน ไม่ใช่ตอนนี้...ถึงเขาจะคิดว่ามันอาจจะช่วยทำให้คดีคลี่คลายได้ก็บ้างเถอะ แต่การจะพูดเรื่องแบบนี้กับพวกตำรวจ เขาจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ได้รับการพิสูจน์แน่ชัดแล้วเท่านั้นมาประกอบ ไม่อย่างนั้นหมอนั่นค้องไม่มีวันเชื่อแน่ๆ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะอ้างศาตราจารย์คงเดชอะไรนั่นเลย เพราะถึงตอนนี้เขาเองก็ยังไม่เชื่อคำพูดของตาลุงนั่นสักกี่มากน้อยเลย
"เออ...ดูนี่สิหมอ" สารวัตรหนุ่มยกแท็บเล็ตที่ถืออยู่ในมือขึ้นมา หมอทินเลิกคิ้ว มองหน้าคู่สนทนาด้วยความสงสัยพลางขยับมายืนข้างนายตำรวจหนุ่ม "ไม่รู้ว่ามันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่านะ แต่จากการพอยท์ตำแหน่งต่างๆ บนแผนที่ที่พบศพก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าจุดศูนย์กลางของมันจะอยู่แถวๆ นี้นะครับ" สารวัตรสิทธากล่าวพร้อมกับใช้ปากกาสไตลัสชี้จุด "หมู่บ้านชลัดดา...แถวบ้านผมงั้นเหรอ!" หมอทินอุทาน ในขณะที่สารวัตรหนุ่มมองหน้าเขาก่อนจะพยักหน้า "นับจากจุดศูนย์กลางขยายรัศมีโดยรอบ จุดที่ไกลสุดสามจุดอยู่ที่ประมาณ 800 เมตร" นายตำรวจหนุ่มอธิบาย "ตรงนี้เป็นจุดแรกที่เกิดคดีศพไร้หัว แล้วหลังจากนั้น มันก็กระจายรัศมีเป็นวงกลมอย่างที่เราพอยท์เอาไว้นี่เลย เป็นไปได้ไหมได้ว่า จุดนี้จะเป็นจุดที่อยู่ของฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ หมอว่าไงครับ" สารวัตรสิทธาหันมาถามหมอทินที่กำลังถือวิสาสะใช้นิ้วถ่างขยายภาพแผนที่แท็บเล็ตในมือของสารวัตรสิทธาและทำคิ้วขมวดมุ่นเขม้นตามองอย่างเอาเป็นเอาตาย
ในหัวของเขาระลึกชาติไปถึงภาพในวันที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้พบศพไร้หัวสามศพเมื่อวันก่อน ภาพแสงไฟสีแดงสลับเขียวที่พุ่งทะยานเข้ามาทางบ้านหลังที่จัดปาร์ตี้ ก่อนที่จะเกิดเหตุโกลาหลจนนำไปสู่การพบศพหญิงไร้หัวในสวนข้างบ้านหลังนั้น ร่วมถึงเหตุการณ์ที่เกิดที่ลานจอดรถของสถาบันวิจัยปรสิตวิทยาด้วย ภาพของวัตถุประหลาดคล้ายหัวลอยได้จากคลิปวีดิโอนั่น โผล่ขึ้นมารบกวนจิตใจของเขาโดยไม่ได้รับเชิญ แถมลึกๆ ภายในใจยังตะโกนบอกเขาว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันอาจจะเกี่ยวข้องกันก็เป็นได้ "เป็นไปไม่ได้น่า!" หมอทินพึมพำเบาๆ คัดค้านตัวเอง แต่ก็ยังไม่รอดพ้นจากหูที่ไวยังกับเครื่องโซนาร์เรือดำน้ำของสารวัตรสิทธาไปได้ "ว่าไงนะครับ หมอนึกอะไรออกงั้นเหรอ" เขาถามเร็วปรื๋อพร้อมกับใช้สายตาคมกริบปานเหยี่ยวจ้องจะโฉบเหยื่อมองหน้าหมอทินอย่างคาดหวังคำตอบ
หมอทินสะดุ้งใจนิดหน่อย รีบส่ายหน้าดิกปฏิเสทอย่างไม่มีพิรุธเลยสักนิด "เปล่า...ไม่มีอะไรหรอกครับ" เขาบอกปัด เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาคิดมันจะเกี่ยวข้องกับคดีหรือเปล่า อีกอย่างเขาจะต้องดูเป็นคนเสียสติแน่ๆ ถ้าบอกเรื่องดวงไฟประหลาดกัยเรื่องหัวลอยได้นั่นออกไป แต่นายตำรวจหนุ่มก็ยังไม่หายข้องใจอยู่ดี เขาหรี่ตามองมาอย่างคลางแคลงใจ ซึ่งหมอทินเองก็รับรู้ถึงสิ่งที่ตำรวจหนุ่มคิด "เดี๋ยวๆ สารวัตร...คุณมองผมแบบนี้ คงไม่ใช่ว่าจะมาสงสัยว่าผมเป็นฆาตกรหรอกนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงขึงขังจริงจังขึ้นพร้อมกับมองสู้ตานายตำรวจกลับ สารวัตรสิทธาอึ้งไปชั่วอึดใจก่อนจะหัวเราะร่วนออกมา "อะไรกันหมอ ผมจะไปคิดอะไรแย่างนั้นทำไมล่ะ ผมก็แค่หวังว่าหมอจะนึกอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีออกบ้างก็เท่านั้นเอง" นายตำรวจหนุ่มกล่าวพลางส่ายหน้าไปมาพร้อมอมยิ้มและส่งสายตาล้อเลียนมาให้เขา ทำให้หมอทินหน้าชาไปนิดหน่อย
"สวัสดีคุณหมอ คุณสารวัตร" เสียงห้าวๆ ต่ำๆ อย่างคนมีอายุที่หมอทินรู้สึกคุ้นๆ ว่าเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนสักที่ดังขึ้นมาจากโถงทางเดินหน้าช่องประตูห้อง หมอทินละสายตาจากนายตำรวจหนุ่มมองไปยังต้นเสียง "ศาตราจารย์คงเดช! คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ" หมอหนุ่มขมวดหัวคิ้วเข้าชนประสานงากันอย่างแรง ปั้นเครื่องหน้าของเขาให้บอกใครต่อใครว่าเขาประหลาดใจเบอร์ใหญ่มากๆ กับการปรากฏตัวของชายสูงวัยผู้นี้ ส่วนสารวัตรสิทธามองหน้าชายสูงวัยสลับกับหมอนิติเวชไปมาอย่างงงๆ "เดี๋ยว...เดี๋ยวนะครับ คุณเข้ามาได้ยังไง...ที่นี่เป็นเขตห้ามเข้านะครับ...จ่า" คำสุดท้ายเขาหันไปหาจ่่าสิบตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำหน้ายุ่งยากใจเดินตามชายสูงวัยแปลกหน้าเข้ามาติดๆ "ขอโทษครับผม คือเขามาในนามของผู้กำกับภาคน่ะครับ" ตำรวจยศจ่ารีบรายงาน
"ผมคือศาตราจารย์ด็อกเตอร์คงเดช ปราบวิญญู จากศูนย์วิจัยและกักกันสิ่งมีชีวิตที่อาจจะเป็นภัยต่อมนุษยชาติ..." ชายสูงวัยกล่าวแนะนำตัวยังไม่ทันจบ นายตำรวจหนุ่มก็พลันสวนคำขึ้นเสียก่อน "ศะ...ศูนย์วิจัยอะไรนะ" หน้าตาของเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์ที่มาพร้อมเครื่องหมายคำถามเต็มหน้าผากบอกให้รู้ว่าเขาไม่เคยได้ยินชื่ออะไรที่ประหลาดๆ แบบนี้จากที่ไหนมาก่อนเลยในชีวิต หมอทินมองหน้านายตำรวจหนุ่มแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ เพราะเขาเองก็เคยมีรีแอคชั่นแบบนี้มาก่อนแล้ว เมื่อเย็นวานนี้ที่ห้องแลปของด็อกเตอร์รำมะนา "เรียกชื่อย่อก็ได้ อาร์ซีเอฟเอช... สารวัตร" ชายสูงวัยพูด นายตำรวจหนุ่มทำคิ้วย่นกำลังอ้าปากจะโต้ตอบแต่หมอทินชิงสอดขึ้นเสียก่อน "ไม่เป็นไรน่าสารวัตร ผมกำลังอยากได้ความเห็นจากเขาอยู่พอดีเลย" เขาตัดบท สารวัตรหนุ่มหันมาทำหน้าพิศวง มองหน้าเขาอย่างชั่งใจอยู่ชั่วครู่ "เอางั้นเหรอ" นายตำรวจหนุ่มถามย้ำและหมอมินก็ยักคิ้วให้เป็นคำตอบ พร้อมพยักหน้าน้อยๆ ยืน ยันเจตนารมณ์ "โอเค...ก็ได้" ในที่สุดสารวัตรสิทธาก็ตัดสินใจให้ไฟเขียวมาจนได้ ก่อนจะหันไปสนใจศพไร้หัวบนพื้นด้วยท่าทางงงๆ
"คิดดูว่าไงครับศาตราจารย์" หมอทินถามขึ้นเบาๆ พร้อมกับมองหน้าชายสูงวัยอย่างขอความเห็น ศาตราจารย์ผู้สูงวัยทำหน้าเคร่งเครียด "ผมภาวนาขออย่าให้มันเป็นอย่างที่ผมคิดเลย" เป็นประโยคที่เหมือนกับจะพูดกับตัวเองเสียมากกว่าที่จะตั้งใจตอบคำถาม "คุณคิดอะไรอยู่ล่ะครับ" ชายหนุ่มเปลี่ยนคำถาม "ผมมีหลักฐานจากห้องและของศูนย์วิจัยของเรา ว่ากำลังเกิดการผ่าเหล่าในปรสิตพวกนั้น พวกมันก้าวร้าวขึ้น และกระหายเลือดมากกว่าเดิม และยังมีอัตราการแพร่กระจายพันธุ์ที่เร็วยิ่งขึ้นถึง 87% และผมเกรงว่าเจ้าพวกที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเราพวกนี้ มันก็กำลังขยายพื้นที่อาณาเขตของพวกมันอยู่น่ะสิ" ชายสูงวัยพูดและมีสีหน้าหนักใจ ข้อมูลที่เพิ่งจะได้รับการอัพเดทนี้ทำให้หมอทินเกิดความรู้สึกแปลกพิกล เขาไม่ได้เชื่อในสิ่งที่ศาตราจารย์สติเฟื่องคนนี้พูดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ว่าสถานการณ์ที่เขากำลังพบเจออยู่นี้ มันก็เหมือนจะเข้ากันได้พอดีเป๊ะกับสิ่งที่ชายสูงวัยพูดมา และเขาเองก็ไม่สามารถหาเหตุผลหรือสมมติฐานใดๆ มาอธิบายหรือคัดค้านสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้เลย
"แล้วคุณคิดว่าเราควรทำไงต่อไปดีครับ ศาตราจารย์" หมอหนุ่มถามออกไปอย่างจนปัญญา "เราต้องจำกัดการแพร่กระจายวงของพวกมันให้ได้ และต้องทำให้เร็วที่สุดด้วย" ชายชรากล่าวพลางมองไปที่นายตำรวจหนุ่มที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการสั่งงานให้ลูกน้องของเขา รวมถึงเจ้าหน้าที่ชำนาญการที่กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ ชายหนุ่มจึงมองตามไปด้วย...พวกนั้นทนทำงานกับจอมจู้จี้อย่างหมอนั่นได้ไงวะ!?...หมอทินนึกสงสัย "ผมมาที่นี่ก็เพราะต้องการเก็บตัวอย่างล่าสุดนี้ไปตรวจสอบที่ศูนย์ เราจำเป็นต้องรู้ถึงความก้าวหน้าของพวกมัน..." "คุณจะเอาศพนี้ไป เหมือนกับที่เอาไปจากแลปของผมงั้นเหรอ" หมอทินถามแทรกขึ้น "ผมต้องขออภัยกับเรื่องนั้นด้วยนะคุณหมอ แต่เราต้องรีบตามพวกมันให้ทัน ผมอาจจะขอโทษคุณด้วยการ..." ศาตราจารย์เฒ่าพูดไม่ทันจบ หมอทินก็โบกมือ "ช่วงเถอะครับ อย่างน้อยคุณก็มีคำสั่งจากกระทรวงมาแสดง ซึ่งผมก็ไปคัดค้านอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ผมเข้าใจครับ" คำพูดที่ฟังดูเหมือนจะตัดพ้อและน้อยเนื้อต่ำใจของชายหนุ่มทำให้ชายสูงวัยยิ้มออกมา
"เอาเถอะนะ...เพื่อแทนคำขอโทษจากใจของชายแก่อย่างผม จะว่าอะไรไหมถ้าผมจะเชิญคุณหมอไปเยี่ยมชมศูนย์วิจัยของเรา" ศาตราจารย์คงเดชพูดพลางมองชายหนุ่มนิ่ง ซึ่งหมอทินเองก็ทำแบบเดียวกันนี้กับชายสูงวัยเช่นกัน "คุณคิดว่าผมควรจะรับคำเชิญของคุณไหมล่ะครับ...ศาตราจารย์" ชายหนุ่มย้อนถามหลังจากที่จ้องตากันนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ "ผมเชื่อว่าคุณเองก็อยากจะรู้คำตอบของเรื่องนี้อยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือ...คุณหมอ" หมอทินหลับตาลงพลางถอนใจเบาๆ ก่อนจึงส่ายหน้าน้อยๆ เป็นเชิงปฎิเสธ "ผมว่าไม่ดีกว่าครับ ผมมีอะไรที่ต้องทำรอผมอยู่ ต้องขอโทษด้วยครับ" เขาพยายามบอกปัดอย่างสุภาพสุดชีวิต ศาตราจารย์คงเดชถอนใจเบาๆ พร้อมรอยยิ้มบางๆ "เชื่อผมเถอะคุณหมอ ไม่ว่าจะยังไง...อีกเดี๋ยวคุณก็จะต้องเป็นผู้ร่วมทางไปกับพวกเขาอยู่ดีล่ะ" ชายสูงวัยพูดยิ้มๆ ทิ้งท้ายอย่างเป็นปริศนา ก่อนที่จะหันไปสนใจกับศพที่นอนไร้หัวบนพื้น
นิติเวชหนุ่มจัดกาาสวมถุงมือยางเพื่อที่จะได้เริ่มงานของเขาเสียที ในขณะที่ศาตราจารย์ผู้สูงวัยเข้าไปก้มๆ เงยๆ สำรวจศพอยู่ก่อนแล้ว เขาเดินมานั่งข้างศพและใช้สายตาสำรวจก่อนเป็นอันดับแรก "บ้าจริง...รู้สึกเหมือนกับต้องมานั่งทำงานเก่าซ้ำไปซ้ำมาเลย" ชายหนุ่มบ่นพึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้สารวัติหนุ่มได้ยิน เพราะเขาเพิ่งจะเดินมาหยุดอยู่ของหลังของหมอทินพอดี "ผมก็รู้สึกไม่ต่างกับคุณหรอกนะหมอ" นายตำรวจหนุ่มพูด "นี่เราจะไม่รู้อะไรเลยรึไงนะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับศพพวกนี้" เขาพูดพลางย่อตัวลงนั่งข้างหมอทิน "คุณเชื่อเรื่องกระสือมั้ย...สารวัตร?" ศาตราจารย์คงเดชเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เขาตรวจดูสภาพศพจนพอใจแล้ว
สารวัตรสิทธาถึงกับทำหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำถามนั้นออกมาจากปากชายสูงวัยคนนี้ ซึ่งหมอทินไม่ได้แปลกใจกับปฎิกริยานี้เลย สารวัตรสิทธาหันขวับไปมองหน้าผู้ถามนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ก็ที่เขาจะหัวเราะแห้งๆ ออกมา "วะ...ว่าไงนะครับ?" คำถามของเขาแสดงถึงความไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เพิ่งจะได้ยินมันออกมาจากปากของนักวิทยาศาสตร์ระดับศาตราจารย์จริงรึเปล่า "กระสือ...สารวัตร คุณฟังไม่ผิดหรอก คุณเชื่อมั้ยว่ามันมีอยู่จริง" ชายสูงวัยยืนยันคำถามเดิมของเขา นั่นทำให้สารวัตรหนุ่มต้องหัวเราะอีกครั้ง แต่สีหน้ากลับเป็นไปในทิศทางตรงข้ามกับความร่าเริง เขาอ้ำอึ้งอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะตอบ "ไม่อยู่แล้ว เอ่อ...ผมหมายถึง ไม่เชื่อน่ะครับ" คำตอบของเขาทำให้ศาตราจารย์สูงวัยยิ้มออกมา "นั่นสินะ...ผมก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าสารวัตรจะตอบว่ายังไง หึๆ" เขาหัวเราะในลำคอ "แต่ว่านะ โลกนี้ไม่ได้มีแค่เพียงสิ่งที่เราเชื่อว่ามีจริงเท่านั้นหรอกนะ สิ่งที่เราเชื่อว่าจริงแต่ในความจริงแล้วมันอาจจะไม่เคยมีอยู่เลยก็ได้ ในทางกลับกัน สิ่งที่เราไม่เชื่อว่ามีจริงก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีอยู่จริงในโลกนะสารวัตร"
คำพูดของศาสตราจารย์เฒ่าทำเอาหมอทินหัวหมุนติ้วและมึนตึ้บ เขาเหลือบมองหน้านายตำรวจหนุ่มก็เห็นว่ารายนั้นก็มึนน้ำลายไม่น้อยไปกว่าเขาสักเท่าไหร่ สารวัตรหนุ่มหัวเราะแห้งๆ อีกแล้ว "ผม...ไม่เข้าใจ เอ่อ...ครับ" เขาสารภาพตามตรงพร้อมฉีกรอยยิ้มแบบเอํอๆ "งั้นเอาอย่างนี้ไหม ผมจะเอาศพนี่ไปตรวจพิสูจน์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันเกิดจากสิ่งที่คุณไม่เชื่อ...ให้คุณได้เห็นกับตาตัวเองเลยดีมั้ย" ชายสูงวัยยื่นข้อเสนอที่ฟังดูไม่ค่อยจะเข้าท่านักในความคิดของหมอทิน และเขาก็มั่นใจว่าสารวัตรสิทธาก็รู้สึกอย่างเดียวกับเขาเช่นกัน "เอ่อ...อย่าพูดเล่นแบบนั้นสิครับ" สารวัตรหนุ่มพูดอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ ด้วยท่าทีที่ยังคงมีความเกรงใจอยู่ แต่หมอทินคิดว่าความเกรงใจนั้นมันกำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่วืนาทีข้างหน้านี้แล้ว
"เปล่า...ผมไม่ได้พูดเล่น" ชายสูงวัยพูดน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับจ้องตานายตำรวจหนุ่ม นั่นไง...หมอทินคิด รอยยิ้มเอ๋อเหรอหายวับไป พร้อมกับสีหน้าของสารวัตรสิทธาเริ่มตึงขึ้นมานิดหน่อยแล้ว "ขอโทษด้วยครับศาตราจารย์ แต่ผมคงจะยอมให้คุณทำอะไรอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด คุณจะมาวุ่นวายกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุแบบนี้ไม่ได้" เขาพูดเสียงแข็งขึ้นกว่าเดิม 45% แต่กระนั้นชายสูงวัยยังคงรักษาทรงคัมภีรภาพเอาไว้ได้อย่างน่านับถือ เขาโต้ตอบด้วยรอยยิ้มและความสุภาพ "ผมเองก็ต้องขอโทษคุญด้วยนะ...สารวัตร แต่ผมเกรงว่าอีกประเดี๋ยวคุณจะต้องเป็นคนช่วยพาศพนี้ไปกับผมล่ะ" ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงโทรศัพท์มือถือของสารวัตรสิทธาก็ดังขึ้น นายตำรวจหนุ่มรีบดึงออกมาดูแล้วทำหน้าแปลกใจก่อนจะวไลด์รับสายพลางยันกายลุกขึ้นยืน "ครับผม ผู้กำกับ" เขาพูดพร้อมกับเดินไปหาช่องประตูแล้วหายออกไปจากห้อง
ศาตราจารย์คงเดชหันมาทางหมอทินที่กำลังพลิกศพอยู่กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอีกคน "แล้วหมอล่ะ เชื่อเรื่องกระสือไหม" ชายสูงวัยเสิร์ฟคำถามเดียวกันมาให้เขาพร้อมกับขยับลุกขนยืน หมอทินรู้สึกอึดอัดกับคำถามนั้นจึงแกล้งทำเป็นหูทวนลม แต่ศาตราจารย์เฒ่าก็ไม่ยอมละความพยายาม "ผมก็รู้ล่ะว่าหมอเองก็ไม่เชื่อ ทั้งที่ก็เห็นมากับตาแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นในคลิปนั้น ผมบอกตรงๆ เลยก็ได้ว่าศพนี้และศพก่อนหน้าล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคลิปนั่นทั้งนั้นเลยล่ะ" คำพูดของชายสูงวัยทำให้หมอทินทำเป็นเฉยต่อไปไม่ไหว เขาหันขวับมามองหน้าศาตราจารย์เฒ่าพร้อมด้วยโบว์แดงแสลงใจบนหน้าผากอันเบ้อเร่อ "อะไรนะ!? มันจะไปเกี่ยวกันยังไงล่ะครับ" เขาถาม แต่ชายสูงวัยไม่ได้ตอบ
"อีกอย่าง...คุณกับด็อกเตอร์รำมะนาก็เห็นแล้วนี่ว่า สิ่งที่พวกคุณแอบเก็บไปจากที่เกิดเหตุในเคสบ้านสามศพนั่น มันเป็นอย่างไร ผมบอกเลยว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่กำลังเกิดการวิวัฒน์ในระดับสุดโต่ง ที่จะเกิดขึ้นในทุกๆ สามร้อยปี" ยิ่งพูดหมอทินยิ่งมึนหนักขึ้นเรื่อยๆ โชคดีของเขาที่สารวัตรสิทธาคุยโทรศัพท์เสร็จพอดี "จ่า...ช่วยจัดการเอาศพใส่ถุงด้วย ด่วนเลย อ้อ...แล้วกันพวกกู้ภัยกับนักข่าวออกจากพื้นที่ด้วย ไม่ต้องทำหน้าสงสัย เป็นคำสั่งจากผู้กำกับ" เสียงนายตำรวจหนุ่มสั่งงานผู้ใต้บังคับบัญชาพร้อมกับเดินมาหาพวกเขา
"โอเค...ศาตราจารย์ ผมไม่รู้ว่าคุณทำยังไงหรอกนะ แต่...รถของคุณอยู่ไหนล่ะ" นายตำรวจหนุ่มพูดกับศาตราจารย์เฒ่าที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ข้างหมอทิน "ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะสารวัตร" ชายสูงวัยกล่าวพลางค้อมหัวเล็กน้อย "แต่ผมกับหมอทินต้องไปกับคุณด้วย เป็นคำสั่งจากผู้กำกับน่ะ" สารวัตรหนุ่มพูดห้วนๆ เสียงแข็งโป๊กและทำหน้าเคร่งเครียด หมอทินหันขวับไปมองหน้านายตำรวจหนุ่มทันที พร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง "ผมต้องไปด้วยเหรอ" เขาถามเสียงตื่น สารวัตรสิทธามองสบตากับเขา ยักคิ้วให้ก่อนจะพยักหน้ารับ "ผู้กำกับระบุชื่อคุณกับด็อกเตอร์รำมะนามาโดยเฉพาะเลย เห็นบอกว่าเป็นคำสั่งจากท่านรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์อีกทีด้วยนะ" "อะไรนะ! บ้ากันไปใหญ่แล้ว...มันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนไปไหนเนี่ย แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับด็อกเตอร์รำมะนาด้วย!?" หมอทินถามด้วยความแปลกใจและตกใจผสมกันพร้อมกับผุดลุกขึ้นยืน เขาเหลียวมองหน้าศาตราจารย์เฒ่าอย่างมีคำถาม
"ด้วยความยินดีครับ...สารวัตร คุณหมอ" ศาตราจารย์คงเดชตอบอย่างสุภาพพร้อมกับลุกขึ้นยืนตาม รอยยิ้มยังระบายบนใบหน้ายับย่นตามวัยของเขา หมอทินสังเกตุเห็นความอึดอัดขัดใจลอยฟ่องอยู่บนหน้าของสารวัตรหนุ่มแล้วก็รู้ว่านายตำรวจหนุ่มก็หงุดหงิดกับเรื่องนี้ไม่น้อยเลย "นี่มันเรื่องบ้าบอคอลเซ็นเตอร์อะไรของมันวะเนี่ย" สารวัตรสิทธาพึมพำอย่างไม่ชอบใจ น้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ศาตราจารย์เฒ่ายิ้มพลางค้อมหัวเล็กน้อยอย่างสุภาพให้กับหมอทินและสารวัตรสิทธา "ผมมีความจำเป็นจะต้องล่วงหน้าไปก่อน รถของพวกคุณจะพร้อมเวลาบ่ายสามโมงยี่สิบห้านาที คุณสุภาพบุรุษ" ชายสูงวัยพูดจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มทั้งสองมองตามตูดตาปริบๆ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 45
Comments
Pretty_Mia
ฉันกำลังหลงไปในโลกของเรื่องนี้!
2023-08-01
0
Anthea
😍อ่านนานไม่เหนื่อยเลย เพราะเรื่องนี้สนุกจนตื่นเต้นแบบนี้!
2023-08-01
0