ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช

ห่างจากย่านชานเมืองออกไปราวแปดสิบกิโลเมตร รถตู้กันกระสุนสีดำสนิททั้งคัน ติดป้ายทะเบียนสีฟ้าตัวหนังสือสีขาว อักษร อ.อ่าง 66-6666 กำลังแล่นไปตามทางลาดยางขนาดสองเลนที่ตัดผ่าตรงเข้าไปในดงไม้อันหนาทึบของป่าใหญ่กลางหุบเขาที่ห่างไกลผู้คนอย่างเชื่องช้า เพราะเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางขึ้นและลงเขาแบบลูกต่อลูก นั่นจึงทำให้การเดินทางของพวกเขาต้องใช้เวลามากกว่าที่ควรจะเป็นกับระยะทางเพียงเท่านี้ หมอทินผู้จำยอมกลายมาเป็นอาคันตุกะแบบกึ่งบังคับแกมรับเชิญ นั่งคู่มากับด็อกเตอร์รำมะนานักวิจัยสาวที่เอาแต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง และทำหน้าครุ่นคิดเหมือนชีวิตไม่เคยมีเวลาพักมาเกือบจะตลอดทาง ที่เบาะถัดจากพวกเขาไปข้างหลัง สารวัตรสิทธานั่งคู่กับสกุณา คนทั้งสองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างอะไรกับเขาเลย

ทุกคนเลิกพูดคุยกันตั้งแต่รถยังไม่เข้าสู่เขตป่าด้วยซ้ำ หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างจ้องมองผ่านกระจกฝั่งของตัวเองออกไปที่แนวต้นไม้หนาทึบที่เริ่มเลื่อนไหลมาแทนที่ทัศนียภาพของทุ่งหญ้าโล่งกว้างใหญ่เมื่อครู่โดยสมบูรณ์ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าคนอื่นที่นั่งร่วมทางมาด้วยกันนี้จะคิดหรือมีความรู้สึกอย่างไร แต่สำหรับตัวเขาเองแล้ว เขารู้สึกอึดอัดทรมานเหลือเกินที่ต้องเอาแต่นั่งจ่อมก้นติดอยู่แต่ในเบาะนั่งของเขามาเป็นเวลาเกือบจะสามชั่วโมงเข้าไปแล้ว เขาต้องขยับเปลี่ยนท่าทุกสิบนาทีนับตั้งแต่รถแล่นเข้าสู่เขตป่าทึบมาเมื่อสองชั่วโมงก่อน อีกทั้งในหัวยังมีหลายๆ อะไรหลายอย่างที่ประเดประดังถาโถมเข้าใส่จนเขารู้สึกถึงความหนักอึ้งของภาระหน้าที่ที่กำลังแบกรับอยู่ ซึ่ง มันส่อเค้าว่าจะพาเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องลึกลับที่มากับศูนย์วิจัยชื่อประหลาดกับศาตราจารย์สติเฟื่องคนนั้นโดยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ไหนจะความห่วงกังวลใจที่มีต่อภรรยาสาวที่ขาดการติดต่อไปอย่างไม่ทราบสาเหตุโดยที่เขาไม่อาจจะปลีกตัวจากงานเพื่อไปตามหาเธอผู้เป็นที่รักได้

สามสิบนาทีต่อมารถก็แล่นลงสู่ที่ราบเชิงเขา ผ่านพ้นดงไม้และป่าทึบออกมาสู่ที่โล่งกว้างขวางอีกครั้ง มันเป็นพื้นที่ราบขนาดเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลจนกะด้วยสายตาไม่ได้ว่าใหญ่แค่ไหน แต่ชายหนุ่มคิดว่าอาจจะถึงพันไร่เลยก็ได้ รถตู้พาพวกเขาตรงเข้าไปหาอาคารสีเงินเด่นสะดุดตาตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวอยู่กลางแสงแดดยามเย็นของฤดูโคตรจะร้อนหลังนั้น ขนาดชองมันไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้ในตอนแรกเลยสักนิด มันเป็นเพียงอาคารชั้นเดียวรูปทรงแปลกตา ตั้งอยู่เกือบจะตรงกลางของพื้นที่ หน้าตาของมันดูอย่างกับว่าสถาปนิกผู้ออกแบบจะได้รับแรงบันดาลใจจากฮวงซุ้ยของอากงอาม่ามาเต็มๆ

ตัวอาคารกลางเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีจั่วโค้งขนาดใหญ่อยู่ด้านบน และปีกตึกแบบสมมาตรสองข้างก็ยื่นบิดมาข้างหน้า ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนรถกำลังวิ่งเข้าหาสุสานของชาวจีนยังไงก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่ทำให้มันดูโดดเด่นไฉไลมากมายหลายเบอร์ก็เห็นจะเป็นผนังตึกที่บุด้วยแผงโซล่าห์เซลล์ในทุกตารางนิ้วของตัวตึกนี่แหละ จำนวนของมันคงจะให้พลังงานไฟฟ้าที่มากเกินความต้องการของอาคารขนาดเล็กนี่ไปเป็นพันๆ กิโลวัตต์เลยล่ะมั้ง...หมอทินคิดขณะมองมันกำลังสะท้อนแสงแดดยามเย็นที่ดวงอาทิตย์กำลังโพล้เพล้จวนจะลาลับเหลี่ยมเขาไปในอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงที่จะถึงนี้ เพราะเวลาในตอนนี้ก็ปาไปทุ่มกว่าแล้ว งานนี้ท่าทางจะต้องลากยาวกว่าที่คิดแน่เลย...หมอทินแอบบ่นในใจ

ในที่สุดรถก็แล่นเข้ามาจอดที่ลานหน้าตึกตรงกับประตูทางเข้าที่มีป้ายมหึมาสีดำขลิบทองบอกยี่ห้ออันยาวเหยียดของตึกว่า 'ศูนย์วิจัยและกักกันสิ่งมีชีวิตที่อาจจะเป็นภัยต่อมนุษยชาติ' ในภาษาไทยและ 'A research and containment facility that poses a threat to humanity" ในภาษาอังกฤษ

"ถึงซะที ตูดผมด้านไปหมดแล้วเนี่ย" สารวัตรสิทธาเอ่ยขึ้นเมื่อเขามุดออกมายืนเหยียดแขนขาไล่ความเมื่อยขบอยู่ข้างรถเป็นคนแรก "จริงด้วย...รากงอกเต็มก้นไปหมดแล้วฉัน...โอยยย" สกุณามุดตามออกมาติดๆ พร้อมกับลำนำคร่ำครวญของเธอเองพลางบิดเอวซ้ายทีขวาที "สมน้ำหน้า...ไม่ต้องทำเป็นบ่นเลย ใครใช้ให้ดื้อตามมาเองล่ะ" ด็อกเตอร์รำมะนาเหน็บแนมผู้ช่วยสาวของเธอ หมอทินมุดตามออกมาเป็นคนสุดท้าย เขาบิดตัวจนกระดูกลั่นกร๊อบ "ให้ตายเถอะเจ้าแม่บาร์บี้!...สาบานได้เลยว่าผมรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนรถนี่มาตลอดทั้งชีวิตเลย" เขาเปรยพลางมองไปรอบตัว "ตะกี้คุณบอกว่ารากงอกออกก้นแล้วใช่มั๊ย มันเป็นยังไงเหรอ...ไหนผมขอดูหน่อยสิ" สารวัตรหนุ่มทำหน้าทะเล้นใส่ผู้ช่วยนักวิจัยสาวพลางยื่นมือไปทำท่าจะจับก้นเธอจริงๆ "ว๊าย! อย่านะสารวัตร... อย่าจับอย่างเดียว ต้องขยำแรงๆ ด้วยนะคะ" หญิงสาวขี้เล่นรับมุขก่อนจะพากันหัวเราะคิกคัก ทำเอาด็อกเตอร์สาวถลึงตาใส่ "ตายแล้วยัยนก! เธอจะกํากั่นเกินเบอร์ไปแล้วนะ!" เธอเอ็ดเสียงเข้ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ช่วยของเธอสลดลงเลยแม้แต่น้อย กลับหัวเราะเสียงดังกว่าเก่าเสียอีก "นี่คือที่มาของฉายาแม่แก่ล่ะค่ะสารวัตร คุณหมอ" เธอหันหน้าและปากไปพูดกับหมอทินและสารวัตรหนุ่ม แต่ตาของเธอมองไปที่ด็อกเตอร์สาวอย่างยั่วเย้า

"ยินดีต้อนรับทุกๆ คน" เสียงห้าวๆ ที่ฟังดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ของผู้ชายคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ ทุกคนหันไปมองแทบจะพร้อมกันก็พบกับชายร่างสูงใหญ่วัยกลางคน ผู้มีผมบนหัวชี้ฟูกระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิงเหมือนไม่เคยโดนหวีมานานแสนนาน ในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบและคลุมด้วยเสื้อกาวด์สีขาวยาวถึงน่อง ที่คอของเขามีป้ายแถบแม่เหล็กสีฟ้าขาวแขวนอยู่ มองแว่บแรกหมอทินนึกว่าเป็นศาสตราจารย์คงเดชเสียอีก เพราะคอสตูมถอดแบบกันมาแบบเป๊ะมาก ทั้งเสื้อเชิ้ตลายทางและเน็คไทด์ลายพร้อย ถึงจะต่างกันที่สีสันก็เถอะ นี่ยังไม่นับกางเกงยีนส์หลวมโพรกกับรองเท้าผ้าใบคู่โตเกินตีนนั่นอีกล่ะ "ผมคือหัวหน้านักวิจัยของศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช" เขาประกาศตัวเสียงดังฟังชัด หมอทินขมวดคิ้วมองหน้าตาที่ดูเย่อหยิ่งถือดีของชายคนนั้นด้วยความรู้สึกว่าคุ้นๆ กับท่าทางและน้ำเสียงเย็นชาแบบนี้มาก่อน...จากที่ไหนนะ เขาทำหน้านิ่วพยายามจะนึกให้ออก

"ผมคือด็อกเตอร์ธานินทร์ ปราบวิญญู" ชายผู้โผล่มาใหม่แนะนำตัวเอง และนั่นเป็นการเฉลยคำตอบให้หมอทินมาถึงบางอ้อเสียที ที่แท้ก็ไอ้หมอจอมเย็นชาเมื่อตอนไปเก็บตัวอย่างที่บ้านสามศพนั่นเอง "ผมเป็นหัวหน้านักวิจัยของศูนย์วิจัยอันทรงเกียรตินี้ และผมได้รับการร้องขอจากศาตราจารย์คงเดชให้มาเป็นมัคคุเทศก์นำพวกคุณทุกคนเยี่ยมชมศูนย์วิจัยของเรา" เขาพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจและให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นอย่างสูง หมอทินกรอกตามองบนพร้อมทำปากคว่ำเอียงหน้าไปหาสารวัตรสิทธา "ผมว่างานนี้เราเจอคงเดชจูเนียร์ซะแล้วล่ะมั้ง สารวัตร" เขากระซิบกระซาบ "แต่ผมกลับคิดว่าเขาเป็นติ่งศาตราจารย์ซะมากกว่านะ ดูเสื้อผ้าหน้าผมนั่นดิ... เป๊ะเว่อร์อ้ะ" สารวัตรหนุ่มเอียงหน้ามากระซิบตอบ "เม้าท์มอยอร่อยเหาะเลยเนอะ...นั่นอาจจะเป็นยูนิฟอร์มของพวกเขาก็ได้" สกุณายื่นหน้ามากระซิบผสมโรง "เงียบกันเถอะน่า" ด็อกเตอร์รำมะนากระซิบเอ็ด

ด็อกเตอร์ร่างยักษ์หัวยุ่งมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่ยากแก่การตีความ คางของเขาเชิดขึ้นนิดๆ เมื่อปรายตามองมาที่หมอทินและสารวัตรสิทธา "กรุณาตามผมมาทางนี้เลยครับ" เขาพูดจบก็ทำท่าผายมือเชิญ ก่อนจะหันกลับแล้วออกเดินนำหน้าไปยังทางเข้าอาคาร พวกเขาทั้งสี่เหลือบมองหน้ากันไปมาแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก หมอทินเริ่มเดินไปได้เพียงสองสามก้าว อยู่ๆ ด็อกเตอร์ร่่างยักษ์ก็หยุดเดินกระทันหันจนคนเดินตามต้องเบรคดังเอี๊ยดไปตามๆ กัน แล้วหันมาปรายตามองมาที่หมอทินและสารวัตสิทธาด้วยสายตาเชือดเฉือนและเย็นชา "อ้อ...และกรุณางดใช้เสียงดังด้วยนะครับ ถ้าจะต้องพูดขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็ ผมแนะนำให้กระซิบพูดเอาจะเป็นการดีที่สุด ขอบคุณ" พูดจบก็หันกลับไปเดินนำต่อ "เยอะจัดเนอะ ไอ้หมอนี่" หมอทินทำหน้าตึงพึมพำแดกดันด้วยความไม่ชอบใจ เขาหันไปมองภูเขาที่อยู่ไกลลิบทางทิศตะวันตก ท้องฟ้ากลายเป็นสีฟ้าหม่นและกำลังมอดดับลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแล้วสำหรับการเริ่มต้นราตรีที่แสนยาวนาน อยู่ๆ สังหรณ์แปลกๆ ที่ไม่อาจจะอธิบายเป็นคำพูดได้ก็แวบขึ้นมาในความรู้สึก หมอทินรีบสลัดมันทิ้งทันทีก่อนจะหันกลับใาก้มหน้าก้มตาเดินและเร่งฝีเท้าขึันเพื่อตามให้ทันคนอื่นๆ

ภายในตัวอาคารนี้กลับไม่ได้มีอะไรที่เด่นสะดุดตาอย่างภายนอกเลยสักนิด มันเป็นเพียงทางเดินสีขาวโล่งๆ ที่ตรงไปหาห้องโถงทรงกลมเพดานสูงที่อยู่ลึกเข้าไป เส้นผ่าศูนย์กลางของห้องโถงน่าจะสักยี่สิบเมตรไม่เกินนั้น ไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่าสีขาวสว่างจ้าเหมือนผ้าที่ซักด้วยโอโม่ ซึ่งมันขาวเว่อร์จนชวนให้ปวดกระบอกตาเป็นอย่างยิ่ง บนพื้นมีเส้นวงกลมสีเขียวเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ ห้าเมตรอยู่ตรงใจกลางของห้องแบบเป๊ะๆ ล้อมรอบด้วยผนังทรงกลมที่มีแผงหลอดไฟฝังผนังเรียงรายเป็นตับๆ เต็มไปหมด "นั่นคือหลอดไฟยูวี เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันและทำลายสิ่งที่อาจจะหลุดลอดออกไปข้างนอกได้" ด็อกเตอร์หัวยุ่งพูดโดยไม่หยุดเดินหรือหันมามอง ราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าทุกคนจะต้องมีคำถามอย่างแน่นอน หมอทินภาวนาให้เขาอธิบายต่ออีกสักนิดว่า แล้วอะไรล่ะที่จะหลุดออกไปและไอ้แสงยูวีนี่มันจะหยุดอะไรที่ว่านั้นได้ยังไง

"ทักทายแขกของเราหน่อย สิรินยา" อยู่ดีๆ ชายร่างยักษ์ก็พูดอะไรประหลาดๆ ขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอาหมอทินถึงกับงงเต้กหันมองหน้าคนอื่นๆ อย่างมีคำถาม "สวัสดีค่ะ ฉันชื่อสิรินยา ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอชเอฟค่ะ" เสียงก้องๆ ของผู้หญิงดังขึ้นรอบๆ ตัวโดยที่ไม่เห็นตัวคนพูด ยิ่งทำให้หน้าหมอทินเหลอหลาเข้าไปใหญ่ "สิรินยาคือระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ควบคุมหลักของศูนย์เราน่ะ" ด็อกเตอร์ธานินทร์พูดน้ำเสียงอวดโอ๋อีกตามเคย ถึงแม้หมอทินจะรู้สึกหมั่นไส้ไม่ถูกชะตากับชายหัวยุ่งนั่นขึ้นมาติดหมัด แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าทึ่งกับสิ่งที่ด็อกเตอร์ขี้โอ่บอกมาไม่ใช่น้อย "พาเราลงไป...สิรินยา" เขาออกคำสั่งกับลมฟ้าอากาศ "กรุณายืนอยู่ในขอบเขตเส้นสีเขียวด้วยค่ะ ขอบคุณ" ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ส่งสัญญาณเตือน

ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังหึ่งๆ เหมือนเสียงเครื่องยนต์ไฮโดรลิกทำงานขึ้น แล้วหมอทินก็รู้สึกถึงการยุบตัวลงของพื้นที่ยืนอยู่ จากนั้นเพดานก็ถอยห่างจากเขาขึ้นไปข้างบนพร้อมกับพื้นเลื่อนลงสู่ที่ต่ำอย่างช้าๆ และค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น "อะไรอ่ะ!" สกุณาร้องด้วยความตกใจ เธอเสียการทรงตัวเซและทำท่าจะล้มไปหานายตำรวจหนุ่มที่ยืนหน้าตื่นแหงนหน้ามองเพดานอยู่ข้างเธอ แต่การตอบสนองของนายตำรวจหนุ่มก็ไวพอๆ กับลิงชิงหลักเข้าคว้าตัวเธอเอาไว้ได้อย่างทันท่วงทีแล้วดึงเธอเข้าหาตัว เธอเงยหน้าขึ้นไปเป็นขณะเดียวกันกับที่เขามองลงมา แล้วดนตรีก็บรรเลงเพลงรักหวานแหววขึ้นมาพร้อมกับภาพของสองหนุ่มสาวที่มองสบตากันแบบสโลโมชั่น แหมํ...ก็จังหวะมันได้อ่ะเนอะ...หมอทินคิด หนุ่มสาวทั้งสองคงจะค้างเติ่งอยู่ในท่านั้นอีกนานเลยทีเดียว ถ้าไม่มีมารความรักตามมาผจญด้วยการสั่งคัทซีนเสียก่อน "โอ๊ย...ฉันเหม็นความรักจะแย่แล้ว...แหวะ" ด็อกเตอร์รำมะนานั่นเองที่ทำวงแตก สองหนุ่มสาวรีบผละออกจากกันมายืนบิดกระมิดกระเมี้ยนม้วนต้วนดูแล้วก็น่าหมั่นไส้ดีเหมือนกัน

หมอทินมองดูผนังทรงกลมเพิ่มระดับความสูงที่สัมพันธ์การดิ่งลงของพื้น นี่มันคือลิฟท์ดีๆ นี่เองซึ่งในที่สุดมันก็หยุดการเคลื่อนที่ลงพร้อมกับเสียงหึ่งๆ ของเครื่องยนต์ที่ดับไป ประตูแอร์ล็อคขนาดใหญ่เปิดออกโดยอัตโนมัติทันทีที่พื้นลิฟต์เลื่อนลงมาแตะระดับ เผยให้เห็นด้านในประตูที่เป็นอุโมงค์ทางเดินสีขาวทอดตัวลึกเข้าไปข้างในที่สว่างไสวด้วยแสงสีขาว มองเห็นประตูแอร์ล็อคอีกแห่งหนึ่งที่ตรงด้านไกลข้างในสุด "ขอเชิญทุกท่านมีความสุขกับการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยของเราค่ะ" เสียงสวยๆ ของสิรินยาดังขึ้น "เชิญครับ" ด็อกเตอร์ธานินทร์พูดเสียงเรียบๆ ก่อนจะออกเดินนำหน้าไปโดยไม่ได้หันมามองดูว่าจะมีใครตามตูดเขาไปหรือไม่อย่างไร หมอทินเดินไปพร้อมกับความรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่ได้เห็น เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าศูนย์วิจัยชื่อประหลาดนี่จะล้ำยุคได้ถึงขนาดนี้ และสิ่งที่พวกเขากำลังทำวิจัยกันอยู่นี้มันก็คงจะมีความสำคัญมากๆ หรือไม่ก็คุ้มค่าสำหรับการลงทุนสร้างศูนย์นี่ไว้ใต้ดินกลางป่าเขาที่ห่างไกลเมืองแบบนี้แน่ๆ นี่มันคงไม่ใช่เรื่องเหลวไหลไร้สาระอย่างที่เขาคิดมาตลอดแล้วล่ะมั้ง ยิ่งคิดชายหนุ่มชักจะไขว้เขวมากขึ้นเรื่อยๆ

ด็อกเตอร์จอมเย็นชาเดินนำหน้ามาถึงแอร์ล็อคเข้ารหัสอิเล็คโทรนิกส์ เขาเดินไปที่แผงควบคุมที่ติดอยู่กับผนังข้างประตูด้านขวามือ ก่อนที่จะจัดการกดรหัสที่หมอทินไม่รู้ว่ามีกี่ตัวกันแน่ เพราะเห็นเขาจิ้มๆๆ และก็จิ้มแบบรัวๆ ราวกับเล่นเกมกด อึดใจต่อมาแอร์ล็อคก็เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบสมูทแอสซิลค์ แต่ภายในนั้นกลับมืดสลัวต่างกับข้างนอกนี้ราวกับกลางวันและกลางคืน "อ้าว...ข้างในไฟฟ้าดับหรือครับด็อกฯ" สารวัตรสิทธาถามขึ้นอย่างคนปากไวที่เกิดความประหลาดใจจนยั้งไม่อยู่ ด็อกเตอร์หัวยุ่งหันกลับมาอย่างช้าๆ สายตาเย็นเยียบของเขาเลื่อนไปจับที่ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่ม มีความขุ่นเคืองฉาบฉายอยู่ในนั้น "ด็อกเตอร์ธานินทร์คือชื่อของผมครับ คุณตำรวจ" เขาพูดน้ำเสียงเย็นเจี๊ยบเรียบเฉยแต่สายตาเชือดเฉือน "สิ่งที่พวกคุณจะได้เห็นต่อไปนี้ อาจจะทำให้คุณไม่สบายใจและลำบากใจที่จะเชื่อ แต่ผมต้องขอบอกเลยว่า ทุกสิ่งที่พวกคุณจะได้เห็น คือของจริงไม่อิงตัวแสดงแทนหรือวิสช่วลเอฟเฟกต์ใดๆ ทั้งสิ้น" คำพูดแปลกๆ พร่างพรูออกมาจากปากชายร่างยักษ์ ทำเอาพวกเขาทั้งสี่ต้องเหลียวมองหน้ากันไปมาอย่างสับสน

"หมายความว่าไงคะ ด็อกเตอร์" นักวิจัยสาวเอ่ยถามแทนใจหมอทิน แต่ด็อกเตอร์ธานินทร์ไม่ตอบอะไร เขาหันกลับแล้วเริ่มออกเดินอีกครั้งพร้อมกับหันหน้ามาพูดสั้นๆ กับ หัวไหล่ของตัวเองท"กรุณาตามผมมา" หมอทินขมวดคิ้วเป็นปมมองตามหลังด็อกเตอร์จอมเย็นชาไปอย่างขุ่นเคืองใจกับท่าทีแบบนั้น "อะไรของงมันนักหนาวะหมอนี่" เข่าพึมพำกับตัวเองขณะเริ่มออกเดินตาม แต่ก็ไม่ได้พ้นไปจากหูของสารวัตรสิทธาไปได้ "นั่นดิ ไม่รู้จะขี้เก๊กไปถึงประเทศไหน...น่าหมั่นไส้ชะมัด" สารวัตรหนุ่มทำหน้าเบ้ใส่ สกุณาใช้สองนิ้วหนีบหมับเข้าที่สีข้างของเขาแล้วออกแรงบิด "นี่แน่ะ!" เธอเข่นเขี้ยวเอ็ดด้วยเสียงกระซิบ "เดี๋ยวก็โดนเขาประชดซะอีกดอกหรอก ไปกันได้แล้ว...เร็วเข้า!" นายตำรวจหนุ่มหน้าเบี้ยวไปตามแรงบิดของเธอ ทำหน้าม่อยส่งสายตาละห้อยไปอ้อนสาว

ข้างหลังประตูแอร์ล็อคมีลักษณะเป็นอุโมงค์ทางเดินทรงกลมที่สามารถเดินได้รอบโดมกระจกใสขนาดใหญ่มหึมาและสูงลิ่วที่อยู่ตรงกลาง มันสูงเสียจนหมอทินต้องแหงนหน้าขึ้นมองจนคอเกือบจะตั้งบ่าเลยทีเดียว บริเวณทางเดินมีแสงสีเขียวส่องขึ้นมาจากหลอดไฟฝังพื้นด้านติดกับผนังเป็นช่วงๆ และมีบางช่วงที่เปลี่ยนเป็นแสงสีแดง มันทำให้หมอทินนึกถึงทางเดินในบ้านผีสิงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนภายในโดมกระจกนั้นมีแสงสว่างเพียงรำไรจากแสงสีขาวเย็นตาที่ใกล้เคียงกับแสงสว่างของดวงจันทร์เต็มดวง สาดส่องลงมาจากด้านบนของหลังคาโดมเหนือยอดไม้ พื้นที่กว้างขวางภายในนั้นถูกตกแต่งให้มีสภาพเป็นป่าจำลองที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่มากมาย เงามืดของต้นไม้พวกนั้นทำให้มองอะไรที่อยู่บนพื้นได้แต่ก็ไม่ชัดเจนนัก ดูๆ ไปแล้วก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองดูป๋าในคืนพระจันทร์เต็มดวงไม่หยอกเหมือนกัน หมอทินลองยื่นหน้าเข้าไปชิดกับกระจกเพื่อมองหาสิ่งที่ถูกโดมกระจกนี้ขังเอาไว้ นั่นทำให้เขาได้เห็นว่าป่าจำลองนี้มันทำได้สมจริงมากแม้แต่บนพื้นก็มีสภาพเป็นดินที่ดูมีความชุ่มชื้นแบบดินชั้นดีในป่าทึบ แต่เขาไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่ข้างในนั้นเลยแม้แต่แมลงสาบสักตัว

ทันใดนั้นเอง อยู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างกลิ้งตัวหลุนๆ ออกมาจากเงามืดของต้นไม้ต้นที่ใหญ่และสูงที่สุดในโดม มันเคลื่อนตรงมาทางที่เขาเอาหน้าผากแปะกระจกอยู่ด้วยความเร็วสูง ก่อนที่มันจะเด้งดึ๋งขึ้นจากพื้นพุ่งเข้ามาหาหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว "เชี่ย!" ชายหนุ่มร้องลั่นด้วยความตกใจ ผงะกระโดดถอยหลังออกห่างไปซะไกล อะดรีนาลีนพุ่งฉีดปรี๊ดปร๊าด ตาเบิกกว้างอย่างตื่นระทึกจับจ้องไปที่เจ้าสิ่งนั้น

มันดูคล้ายกับหัวของมนุษย์จำนวนสามหัว แต่ละหัวมีผมเผ้าขาวโพลนไปทั้งหัวและยุ่งเหยิงกระเซิงฟูดูหยาบกระด้าง ใบหน้าของพวกมันอัปลักษ์เหี่ยวย่นยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตขนาดเกือบเท่าลูกเทนนิสมีแต่ตาดำเต็มเบ้า ดั้งแหม่บปลายเชิดขึ้นสูงจนเห็นรูจมูกดำมืดติดอยู่กลางใบหน้าเหนือปากที่อ้ากว้างที่อัดแน่นไปด้วยฟันซี่เล็กๆ เรียวแหลมเหมือนเข็มจำนวนมากมายจนล้นออกมาข้างนอกเพราะไม่สามารถจะเก็บไว้ในปากได้หมด พวกมันพุ่งเอารูจมูกแปะติดกับกระจกฝั่งตรงข้ามกับที่หมอทินเอาหน้าผากแปะเมื่อครู่ แล้วพากันแยกเขี้ยวยิงฟันและแลบลิ้นสีดำยาวเฟื้อยตวัดไปมาราวกับกำลังพยายามหลอกหลอนเขาให้ตื่นกลัว และชายหนุ่มต้องยอมรับว่าพวกมันทำสำเร็จอย่างงดงาม เพราะเขามีอาการขนหัวลุกเกรียวไปทั้งตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การปรากฏตัวอย่างกระทันหันของพวกหัวประหลาดทำให้ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในบัดดล "เฮ้ย! เป็นอะไรหมอ!?" สารวัตรสิทธาถามอย่างงงๆ และตกใจ เขามองตามสายตาของหมอทินไป พร้อมกับสกุณา "ว้าย! นั่นมันตัวอะไรน่ะ!" หญิงสาวร้องลั่นทันทีเห็นมันเข้าจะๆ เต็มสองตาแล้วผวาเข้าหาแขนของนายตำรวจหนุ่มที่ยืนตะลึงมองเจ้าหัวน่าเกลียดน่ากลัวนั่นนิ่งอยู่กับที่ ส่วนด็อกเตอร์รำมะนาหันไปหาด็อกเตอร์ธานินทร์ที่หันกลับยืนกอดอกทำหน้าเปื่อยๆ ยืนมองอยู่ห่างๆ ด้วยท่าทีเฉยเมย "นั่นมีตัวอะไรคะด็อกเตอร์!" เธอถามเสียงตื่น

"มันคือกลิ้งดง สิ่งมีชีวิตลึกลับที่เล่าขานกันในหมู่พรานและนักเดินป่าไงล่ะ" เสียงคุ้นหูดังมาจากอีกฟากของโดมกระจก แต่ไม่ใช่เสียงเย็นชาของด็อกเตอร์หัวยุ่งแน่นอน เพราะหมอนั่นยังยืนหัวฟูอยู่ตรงข้ามกับทิศทางที่เสียงนั้นดังมา "เขาว่าอะไรกลิ้งๆ นะหมอ?! คั่วกลิ้งเหรอ!" สารวัตรสิทธายื่นหน้ามากระซิบข้างหูหมอทิน เขาหันขวับมองหน้านายตำรวจแล้วทำหน้าเพลียใจเข้าใส่แต่ไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะหันมองไปทางเสียงที่เหมือนกำลังเคลื่อนที่มาพร้อมกับพูดไปด้วย "และฉายาของพวกมันก็คือ 'หัวปิศาจแห่งป่าฝน' ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ศูนย์วิจัยและกักกันสิ่งมีชีวิตอันอาจจะเป็นภัยต่อมนุษยชาติ" แล้วร่างของชายสูงวัยผมสีดอกเลาในคอสตูมเดียวกันกับด็อกเตอร์ธานินทร์ก็โผล่พ้นมุมโค้งของโดมกระจกมา

ด็อกเตอร์ธานินทร์กุลีกุจอเดินผ่านพวกเขาทั้งสี่ตรงเข้าไปหาศาตราจารย์ผู้เฒ่าด้วยอาการพินอบพิเทาแปลกๆ "ออกมาด้วยตัวเองเลยหรือครับศาตราจารย์" เขาเอ่ยถามพร้อมทำท่าเหมือนจะเข้าไปประคองชายสูงวัยแต่ถูกศาตราจารย์คงเดชยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไว้ "ไม่เป็นไรด็อกเตอร์ ผมไม่เป็นไร" เพียงแค่นั้น หมอทินก็เห็นความผิดหวังฉายวาบขึ้นมาบนใบหน้าที่แข็งกระด้างของชายร่างยักษ์ ท่าทีของด็อกเตอร์หัวยุ่งที่ถอยออกไปเอามือกุมเป้าตัวเองอยู่ข้างหลังชายสูงวัย ทำให้ความประหลาดใจและความสงสัยเกิดขึ้นกับหมอทินอย่างแรง ทำไมท่าทางอวดดีและขี้เก๊กเมื่อครู่ถึงได้มลายหายสูญไปหมดสิ้นทันทีที่ศาตราจารย์เฒ่าปรากฏตัวขึ้นกันนะ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่รู้สึกอย่างนั้น เขามองหน้าเพื่อนร่วมทริปทั้งสามก็เห็นว่าพวกนั้นก็มีคำถามอยู่เต็มหน้าผากไปหมดเช่นเดียวกัน

"ไม่ต้องตกใจอะไรขนาดนั้นหรอก คุณหมอ" ศาตราจารย์เฒ่าพูด "เจ้าพวกนั้นมันไม่มีอันตรายใดๆ กับมนุษย์หรอก พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่อาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น ก็อย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ พวกมันมีแต่หัวกลิ้งไปกลิ้งมาหากินอยู่ในป่า อาหารของพวกมันก็เป็นพวกแมลงหรือสัตว์ตัวเล็กๆ ที่อยู่ตามพื้นป่าเท่านั้นเอง เชื่อผมเถอะว่า ถึงรูปโฉมหน้าตาของพวกมันจะไม่ค่อยจะน่านำเสนออย่างนี้ก็เถอะ แต่พวกมันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เล่นไม่น้อยเลยแหละ พวกมันชอบออกมาหยอกล้อกับคนเดินป่าเสมอ..." "คุณแน่ใจนะว่ามันจะแค่หยอกล้อ ไม่ใช่ตั้งใจออกมางาบไข่ใครต่อใครน่ะ!" หมอทินแทรกขัดคอขึ้นพลางมองหน้าเหี่ยวย่นและฟันแหลมเปี๊ยบนั้นด้วยความสยดสยอง "แน่ใจสิคุณหมอ พวกมันทำได้อย่างมากก็แค่หลอกให้คนตกใจเล่นนิดๆ หน่อยๆ ก็เท่านั้นเอง" ชายสูงวัยพูดยิ้มๆ แต่หมอทิส่ายหน้าดิกไม่เห็นด้วยเต็มคาราเบล เขาหันไปมองเจ้าหัวปิศาจพวกนั้นอีกครั้ง พวกมันก็ยังคงเอารูจมูกดูดกระจกและแปะติดอยู่อย่างนั้น ดวงตาสีดำมืดของมันจ้องมาที่พวกเขา ลิ้นยาวเรียวแหลมของมันกวาดไปมาบนกระจกเหมือนที่ปัดน้ำฝน "มะ...ไม่หน่อยล่ะมั้งครับ หัวใจจะวายเอาง่ายๆ เลยนะแบบนี้!" ชายหนุ่มพูดอย่างแพนิค พยายามอย่างยิ่งที่จะบังคับเสียงไม่ให้แกว่ง

"เอาล่ะ เราไปกันต่อดีไหม มีอะไรอีกหลายอย่างที่ผมเตรียมไว้ให้พวกคุณชมนะ" ศาตร์คงเดชพูดอย่างใจดี "หา! นี่ยังจะมีอย่างอื่นอีกเหรอ?!" สารวัตรสิทธาถามพลางทำหน้าแหยงๆ "ถามเหมือนกับจะกลัวเลยนี่ คุณตำรวจ" ด็อกเตอร์รำมะนาพูดแขวะ "แหม...ด็อกฯ เป็นใครเจอของแปลกอย่างนี้ก็ต้องกลัวกันบ้างแหละ หรือด็อกไม่กลัวล่ะคะ" สกุณาออกหน้าปกป้องผู้ชายของเธออย่างออกนอกหน้า หมอทินเห็นนักวิจัยสาวถึงกับต้องเป่าลมใส่ปอยผมของเธอเองพร้อมกับกรอกตามองบน "เบื่อจริง พวกความรักบังตาเนี่ย" เธอพึมพำเบาๆ

ฮอต

Comments

Matsuri :v

Matsuri :v

บอกว่ารีบแต่ไม่เห็นตัวอยู่นี่แหละ อัพหน่อย

2023-08-01

0

ทั้งหมด
เลือกตอน
1 งานเลี้ยงวันเกิด
2 เก็บตัวอย่าง
3 ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4 ผู้ติดเชื้อ
5 เทียบเชึ
6 ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7 งานวิจัย
8 รายงานข่าวด่วน
9 ทางลัด
10 การกระจายพันธุ์
11 ความลับที่ถูกเปิดเผย
12 กองกอย
13 หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14 ไอริณ
15 S.O.S
16 กระสือและซอมบี้
17 เก็บกวาด
18 ทางเลือกจองคุณหมอ
19 การสอบสวน
20 ความแตกต่าง
21 องค์กรคู่ปรปักษ์
22 เทอเทิลแอนด์สเนล
23 สะกดรอยตาม
24 ปฏิบัติการปริศนา
25 ฐานวิจัยลับ
26 ทะลายรัง
27 โคตรว่านโพง
28 พ่อ แม่ ลูก
29 การลักพาตัว
30 ด็อกเตอร์ธานินทร์
31 คนทรยศ
32 คลังแสง
33 กองกอยวอริเออร์
34 พี่น้องเคลียร์ใจ
35 ล่าถอย
36 ปั๊มน้ำมัน
37 ด่านทหาร
38 หอพักหญิง
39 อุโมงค์ซิตี้
40 บันไดหนีไฟ
41 จตุรัสกลางเมือง
42 ทหารรับจ้าง
43 อุโมงค์ระบายน้ำ
44 ตึกใบหนาด
45 บนดาดฟ้า
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 45

1
งานเลี้ยงวันเกิด
2
เก็บตัวอย่าง
3
ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4
ผู้ติดเชื้อ
5
เทียบเชึ
6
ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7
งานวิจัย
8
รายงานข่าวด่วน
9
ทางลัด
10
การกระจายพันธุ์
11
ความลับที่ถูกเปิดเผย
12
กองกอย
13
หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14
ไอริณ
15
S.O.S
16
กระสือและซอมบี้
17
เก็บกวาด
18
ทางเลือกจองคุณหมอ
19
การสอบสวน
20
ความแตกต่าง
21
องค์กรคู่ปรปักษ์
22
เทอเทิลแอนด์สเนล
23
สะกดรอยตาม
24
ปฏิบัติการปริศนา
25
ฐานวิจัยลับ
26
ทะลายรัง
27
โคตรว่านโพง
28
พ่อ แม่ ลูก
29
การลักพาตัว
30
ด็อกเตอร์ธานินทร์
31
คนทรยศ
32
คลังแสง
33
กองกอยวอริเออร์
34
พี่น้องเคลียร์ใจ
35
ล่าถอย
36
ปั๊มน้ำมัน
37
ด่านทหาร
38
หอพักหญิง
39
อุโมงค์ซิตี้
40
บันไดหนีไฟ
41
จตุรัสกลางเมือง
42
ทหารรับจ้าง
43
อุโมงค์ระบายน้ำ
44
ตึกใบหนาด
45
บนดาดฟ้า

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!