พิสวาทอาชญา

บทที่​ 7

ดีนาเดินทางไกลมาจากสามจังหวัดชายแดนใต้​ หลังเรื่องเลวร้ายสมัยมัธยม​ เธอก็ไม่เคยกลับบ้านเกิดอีกเลย

ข่าวการฆ่าตัวตายของอรเพิ่งแพร่สะพัดในโลกออนไลน์เมื่อเช้า​ และเพื่อนหลายคนจากบ้านเกิดพยายามติดต่อมา

ดีนาไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น​ ในมือเธอถือนามบัตรของสายสืบคิราที่ได้มาจากร้านน้ำเต้าหู้เมื่อวันก่อน

'ถ้านึกอะไรออกเพิ่ม​ ช่วยติดต่อเรามาด้วยนะครับ'​

ก่อนตำรวจคนนั้นจะลุกไปจากโต๊ะ​ เขาหันมาพูดทิ้งท้าย

'มันมีหลายวิธีที่จะแก้แค้น​ ภายใต้กรอบความยุติธรรม​นะครับ​ คนที่เป็นฮีโร่จริงๆก็คือ​ คนที่แก้แค้นในวิธีที่ถูกต้อง​ ไม่ใช่แบบที่เพื่อนคุณทำ'​

ดีนาคว่ำกะละมังซักผ้าทิ้งอย่างหัวเสีย คว้าโทรศัพท์มาตัดสินใจโทรหาเขา​ 

"การแก้แค้นที่ถูกต้อง​ แม่งคืออะไรวะคุณตำรวจ!" …เธอไม่มีข้อมูลจะให้ มีแต่คำถาม

… 

ก่อนที่สารวัตรคิราจะได้ตอบคำถามเธอ จ่าชำนาญก็วิ่งเข้ามา คิราชู่วปากแต่ไม่ทัน

“มีรายงานว่าพบศพที่สองแล้วครับ” จ่าชำนาญพูดเสียงดัง 

คิราชะงัก… ไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองแพ้ ทั้งที่ยังไม่เริ่ม 

เขารีบพูดกับดีนา… “เดี๋ยวผมจัดการธุระเสร็จ จะรีบติดต่อกลับไปนะครับ”

“ตอนพี่ติดต่อมาอีกที หนูอาจเป็นศพที่สามไปแล้วก็ได้” เธอตอบกลับมาเสียงสั่น

จ่าชำนาญไม่รอ เปิดมือถือ …เอารูปภาพเหยื่อที่ปอเต็กตึ๊งถ่ายขณะพบศพให้คิราดู

ภาพศพสยดสยองจนเขาเกือบเบือนหน้าหนี  …ชายชราร่างเล็กผอมบาง หัว แขน และขา ถูกตอกด้วยหมุดเตนท์เข้ากับต้นไม้ ถูกจัดให้อยู่ในสภาพกลับหัว

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ”  …เขายังไม่วางสายจากเธอ เพราะไม่แน่ใจว่านั่นเป็นสัญญาณการฆ่าตัวตายหรือเปล่า

“ไม่รู้จะอยู่ทำไม ในโลกที่มีแต่คนเหี้ยๆแบบนี้”  ดีนาสูดจมูก

คิราจ้องดูภาพศพ ใบหน้าศพบิดเบี้ยวเหยเกเหมือนคนที่กลัวและเจ็บปวดสุดขีด มีเทปปิดปากไว้เพื่อป้องกันการส่งเสียง ขณะตอกหมุดลงบนเนื้อทั้งเป็น แล้วปล่อยให้เลือดไหลจนตาย ผู้ลงมือต้องเกลียดเหยื่อเข้าไส้ ถึงจะทำแบบนี้ได้ 

“แต่คนที่คุณเกลียดเค้าก็ตายไปแล้วนี่ครับ”

“ไม่จบแค่ที่มันหรอก ในหมู่บ้าน ยังมีคนที่ดูคลิปที่ไอ้เหี้ยนั่นแชร์ ช่วยกันแชร์คลิปต่อ ช่วยตัวเองกับคลิป แล้วก็หัวเราะตอนที่พวกเราเดินผ่าน” ดีนาสะอื้นอย่างเหลืออดเมื่อนึกถึงความทรงจำที่บ้านเกิด  

“สายสืบครับ” จ่าชำนาญเหลืออด “จ่าเป็นตำรวจไม่ใช่จิตแพทย์นะครับ นี่ใช่เวลาเหรอ”

คิราชู่วปากอีก และทำให้จ่าชำนาญต้องเตะขาโต๊ะเพื่อระบายความหงุดหงิด

“คอยดูนะ หนูจะกลับบ้านไปวันนี้แหละ กลับไปฆ่ามันให้หมด”

“ใจเย็นก่อนนะครับ” คิรารู้ว่าเธอไม่ทำ เพราะคนที่กล้าลงมือทำเรื่องพวกนั้นจริงๆจะไม่เอาเรื่องนี้มาคุยกับตำรวจหรอก

“ฆ่าพวกเค้าแล้วจะยังไงต่อครับ” คิรากดเลื่อนดูรูปศพในมือถือ  “คุณวางแผนไว้ยังไง ฆ่าคนตายไม่ใช่ง่ายๆนะครับ”

“ทีอรยังทำได้เลย ทำไมหนูจะทำไม่ได้  หนูจะฆ่าพวกมันให้หมด แล้วหนูจะฆ่าตัวตายตามแบบอร”

คิราเซิสหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตายเพิ่ม…เขาคืออดีตสัปเหร่ออายุ 90 ปี ติดคุกมา 30 ปี ข้อหาข่มขืนเด็ก และเพิ่งได้ปล่อยตัวมาไม่ถึงปี 

“ฆ่าคนตายไม่ง่าย ฆ่าตัวตายยิ่งยากกว่า และต่อให้ทำทั้งหมดก็ไม่มีอะไรการันตีว่ามันจะจบนะครับ เรื่องเลวทราม เรื่องเหี้ยๆที่คุณบอกมันก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี ทำไมเราไม่มาหาทางแก้ที่ยั่งยืนร่วมกันล่ะครับ”

“แล้วจะต้องทำไง บอกมาสิจะต้องทำไง!” เธอตะโกน

คิรามองตาจ่าชำนาญที่เร่งเร้าให้เขากลับไปทำงานของตัวเองอยู่ 

“เย็นนี้ผมเคลียร์ธุระเสร็จ แวะไปหาหลังเลิกงานนะครับ อย่าเพิ่งรีบตายน ผมมีข้อเสนองานให้คุณทำ”

เกลินสนิทกับนิดามากขึ้น จนออกมาทานข้าวที่ร้านอาหารด้วยกันแบบสองต่อสอง นิดาถ่ายรูปคู่กับเธอและอัพลงสตอรี่อินสตาแกรม ลงไม่ถึงนาทีก็เห็นไอคอนโปรไฟล์หน้าไอจีของเวฬา …เด้งขึ้นบนหน้าจอ

“เค้ามาส่องล่ะ” นิดาเรียกเกลิน หันมือถือให้เด็กสาวดู 

“คะ…” เกลินเงยหน้าจากจาน …มองมือถือที่นิดาหันจอมา

‘สวีทกันจังนะ’ เวฬาส่งข้อความส่วนตัวมาแซวพอดี นิดาเอาให้เกลินอ่านอีก

เกลินดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด “เขาหึงใครกันแน่คะ ดอกเตอร์หรือหนู”

นิดาหัวเราะ หยิบกระจกมาเช็คเมคอัพ แล้วเติมลิปสติก

“เค้าคงอิจฉาที่เราไม่ชวนมากกว่า แล้วปล่อยเค้ากินข้าวกับคุณสุวภาว์สองคนที่โรงอาหาร น่าจะตึงมาก”

เกลินปิดปากหัวเราะเบาๆ ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ให้ความรู้สึกราวมองสัตว์เล็กๆที่ไร้เขี้ยวเล็บ​อย่างกระต่ายหรือลูกเจี๊ยบ อ่อนโยนและนุ่มนิ่มไปหมด จนหนุ่มออฟฟิศที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆถึงกับเก็บอาการไว้ไม่อยู่  

นิดาแอบเห็นผ่านกระจกแต่งหน้า …เธอยิ้ม

“คนสวยอย่างเธอไม่เล่นไอจีกะเค้าบ้างเหรอ” 

“หนูไม่ชอบถ่ายรูปน่ะค่ะ” เกลินรีบกุลีกุจอส่งทิสชู่ให้สาวรุ่นพี่ เมื่อเห็นว่าลิปสติกของเธอเลอะขอบปาก

“ก็ดีนะ ยิ่งโลโพรไฟล์  ก็ยิ่งไร้ความเสี่ยง” …รับกระดาษมาจากมือเด็กสาว

“ปกติคนหน้าตาดีจะชอบถ่ายรูป ชอบเห็นหน้าตัวเองบนสื่อต่างๆ”  นิดากดรูปเวฬาในไอจีให้เกลินดู “แต่ถ้าไม่ขายหน้าตา ก็ลงไอจีแบบนี้สิ ดูมีคลาสดี”

ใน instagram ของเวฬา มีรูปถ่ายหนังสือที่อ่าน ทิวทัศน์ที่มองยามออกกำลังกาย กาแฟที่ชงเองในตอนเช้า หมาแมวจรจัดที่เจอตามร้านอาหารและท้องถนน 

“ไม่มีรูปตัวเองเลย อาจารย์เค้าเป็น rare items นะคะ ไม่ใช่ผู้ชายที่หาเจอได้ทั่วๆไป” เกลินสบตากับหนุ่มออฟฟิศหน้าตาดีที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้าม พวกเขาพยายามยิ้มให้เธอ โบกไม้โบกมือ แต่เธอก้มหน้าหลบ 

“เค้าตั้งใจลงรูป เพื่อล่อให้คนอย่างพวกเธอมาติดกับดักนี่แหละ” นิดาชักสีหน้าหมั่นไส้

นิดาทิ้งมือถือให้เกลินไล่ดูภาพในอินสตาแกรมของเวฬา จนถึงภาพหนังสือของดอกเตอร์สิรี #ตีพิมพ์ครั้งที่31 #ปกใหม่

“เธอรู้จักดอกเตอร์สิรีไหม”

เกลินรีบเลื่อนไปดูรูปอื่น​ นิดาเห็นเธอไม่ตอบ​ จึงถามอีกรอบ

“เกลิน! เธอรู้จักดอกเตอร์สิรีมั้ย”

“คะ! อ้อ ค่ะ  …เค้าเป็นนักวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์ที่เก่งมากคนนึง” 

“ตอนไปทำงานในห้องของเวฬาเห็นหนังสือของดอกเตอร์สิรีไหม”

“อ๋อ… เห็นบ้างค่ะ”

“แปลกจัง เธอไม่สงสัย เด็กฝึกงานคนที่ผ่านๆมา ถามเรื่องนี้กันทุกคน”

“ถามเรื่องอะไรคะ” เกลินรีบเลื่อนมือถือคืนนิดา

“ทำไมถึงมีหนังสือของดอกเตอร์สิรีอยู่ทุกที่​"

ใช่... มีหนังสือหรือเอกสารชื่อเธอคนนั้นรอบตัวเวฬาเสมอ ในห้องทำงาน​ บนรถ​ คอนโด​ โซฟาห้องนั่งเล่น​ หัวเตียง​ และในแววตาของเขาตอนใกล้จะหลับ

" ถ้าแม่ของเวฬาไม่ใช่คนดัง​ คนคงนึกว่าดอกเตอร์สิรีเป็นแม่เค้าไปแล้ว"

" หนูรู้จักงานของคุณสิรีเพราะดอกเตอร์เวฬาอ้างถึงในงานวิจัยนี่แหละค่ะ"

"​แหง…  อ้างอิงทีไรก็มีแต่งานของดอกเตอร์สิรี​ ไม่เคยมีการกล่าวถึงแพทย์หญิงวราลี​เลย ดอกเตอร์สิรีเป็นต้นแบบของเค้า ถ้าเลือกเกิดได้คงอยากเกิดเป็นลูกในท้องดอกเตอร์สีรีมากกว่า"

"หนูก็ชอบคุณสิรีค่ะ​ แต่ไม่ได้ตามอ่านงานทุกเล่มเหมือนที่เคยตามอ่านของคุณวราลี" เกลินแสดงความสนใจแม่ของเวฬามากกว่า​ 

“แหมมม นี่คุณตามอ่านเพราะว่าชอบงานแม่เค้า หรือตามอ่านเพราะชอบลูกเค้ากันแน่คะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ 555” เกลินหัวเราะหน้าแดง 

"ทำไมเก็บไม่ครบล่ะ”

“คะ…”​   นิดาพูดพลางใช้ตลับแป้งซับผิวอย่างเบามือ

“งานของ​ดอกเตอร์สิรีน่ะ”

เกลินหน้าเสียเมื่อนิดาดึงศูนย์กลางของเรื่องกลับไปที่ดอกเตอร์สิรีอีกครั้ง 

“ดอกเตอร์สิรีนี่แหละ​ rare  item ตัวจริง ถ้าคิดจะเอาดีด้านนี้ต้องศึกษางานเค้านะ งานเค้ามีแค่ไม่กี่เล่ม​ ที่มีก็ตีพิมพ์ซ้ำๆอยู่​นั่นแหละ ไม่มีงานออกมาเพิ่มเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่อง…" นิดาเหม่อไป

"งานของแพทย์หญิงวราลีอ่านง่ายกว่านะคะ​ อย่างเรื่อง​ วงกตความคิด​ เป็นหนังสือในดวงใจเลย​ หนูเคยได้ลายเซ็นต์จากงานหนังสือด้วยนะคะ"  เกลินชวนพูดถึงงานของแพทย์หญิงวราลีอีก​ 

นิดาส่ายหน้า…  "งานของคุณหมอ ขายดีทุกเล่ม​ แต่ตื้นเขินทุกเล่ม​ จับกระแส​แมส​ pop​ psy แบบดาษดื่น​ ถ้าจะอยู่ในวงการนี้​ เธอต้องหัดลับสายตาให้คม​ จะได้มองออกว่าใครเป็นตัวจริงของวงการ"  

" ค่ะหนูจะจำไว้ค่ะ"  

“เอ้อ.. แล้วอีกอย่าง” นิดายังหลงวนอยู่ในความคิดที่แวบขึ้นมาเมื่อครู่

“เคยได้ยินข่าวเรื่องนั้นมั้ย”

“เรื่องอะไรคะ”

“ที่ดอกเตอร์สิรีเข้ารักษาในสถานกักกันนักโทษทางจิตเวช หลังจากเหตุกราดยิงในงานออเคสตร้า ที่เธอไปนั่งรับชมอยู่ด้วย งานนั้นมีรัฐมนตรี และผู้นำทางทหารหลายคนของประเทศโดนลูกหลง ตายเป็นสิบ แต่สื่อมวลชนเลี่ยงไม่กระพือข่าวเพราะกลัวพฤติกรรมเลียนแบบ วงในพูดกันว่า… เด็กคนที่ก่อเหตุเป็นลูกศิษย์คนสนิทของดอกเตอร์สิรี”

“อ้อ…เรื่องนั้นเอง” เกลินไม่พูดอะไรต่อ แค่หยิบน้ำมาดื่ม 

"เดี๋ยวมานะ"  นิดาเดินไปห้องน้ำ​ ทิ้งเกลินให้นั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียว​ เปิดโอกาสให้หนุ่มในร้านซึ่งเล็งเธอนานแล้ว​ ได้จังหวะเข้ามา

"น้องครับ​ มากับพี่สาวเหรอครับ​ ขอไลน์หน่อยได้ไหมครับ"

"พี่เค้าไม่อนุญาตค่ะ"  เกลินตอบทันที​ โดยไม่เงยหน้ามองเขา

"ขอหน่อยนะครับ​ นะ… " ชายหนุ่มที่หน้าตาดีที่สุดในกลุ่ม แสดงท่าเพลย์บอยอย่างคนมั่นใจในตัวเองเพื่อโชว์เพื่อน ด้วยการเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างเธอ​ ยื่นหน้าเข้าใกล้เธ​อ​  “ก็น้องน่ารักนี่ครับ” 

เพื่อนหนุ่มที่มาด้วยปรบมือ​ และส่งเสียงวี๊ดวิ่วเชียร์​ 

"ขอตัวนะคะ"  เกลินก้มหน้างุดขณะลุกไปจากโต๊ะ

"เดี๋ยวสิครับ"  ชายหนุ่มยื่นมือมาเหมื​อนจะคว้าแขนเธอไว้ ​  

ฉึบ! 

มันเร็วเสียจนเขาไม่ทันรู้สึกเจ็บ

… 

นิดาได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากในร้าน​ เธอรีบวิ่งออกมาด้วยความเป็นห่วงเด็กสาว​ แต่ภาพที่เห็นคือ… 

ชายหนุ่มนั่งร้องด้วยความเจ็บปวด​ มีเพื่อนรุมล้อมรอบตัว​ ต่างตะโกนลั่นให้เรียกรถพยาบาล​ ให้ห้ามเลือด​ บรรยากาศสับสนอลหม่าน

มือของเขามีเลือกโชก​ มีดหั่นเสต็กส์ตกอยู่ข้างๆ​ ไม่ต้องเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด​ นิดาก็พอเดาได้ว่า​ คง มีคนเอามีดเล่มนั้นปักมือเขา

เกลินยืนหันหลังอยู่​ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ​ เด็กเสิร์ฟและลูกค้าคนอื่นในร้าน​ เว้นระยะตีวงรอบเธอ​ แววตาหวาดกลัวแตกตื่น

"ดอกเตอร์คะ…"  เกลินหันมาเรียกนิดา​ เผยให้เห็นเลือดบางส่วนที่กระเซ็นเปรอะตามเสื้อผ้าและเสี้ยวหน้าซีกหนึ่ง​ หน้าตาเธอเหมือนเด็กที่เพิ่งโดนแม่จับได้ว่าทำจานแตก

"หนูขอโทษค่ะ" 

… 

เวฬารีบขับรถมารับนิดากับเกลินที่หน้าโรงพัก เมื่อเกลินขึ้นรถมาเธอก็เอนตัวพิงพนักแล้วหลับไป นิดานั่งกุมขมับอยู่ตรงเบาะข้างคนขับขณะที่เวฬาส่งยาดมในหลอดสีเงินให้

“ผมจำได้ว่าคุณชอบดมยี่ห้อนี้ เพิ่งไปซื้อมาจากเซเว่น” เขากล่าวพลางออกรถ

“ขอบใจนะที่ยังจำได้” นิดาเปิดฝายาดม พลางหันไปมองเกลินที่หลับอยู่

“ชั้นให้ยาแก้เครียดเค้ากินไป น่าจะง่วง วันนี้คุณไปส่งเค้าที่บ้านนะ”

“อือ… คุณให้ผมไปส่งบ้านด้วยมั้ย” เวฬามองเกลินผ่านกระจกมองหลัง

“ไม่ล่ะ ไม่อยากทิ้งรถไว้ที่สถาบัน” นิดาปฏิเสธ สีหน้ายังไม่หายจากอาการเคร่งเครียด

“แบบนี้เค้าเรียกกรรมตามทัน… กรรมติดจรวดเลยเห็นมั้ย”

“ยังไงนะ” นิดาข้องใจ

“ก็คุณหนีไปกินข้าวกันสองคนไม่ชวนผมไง สมน้ำหน้า”

“คิดว่าตลกเหรอ” นิดาไม่มีอารมณ์เล่น แม้รู้ว่าเขาพยายามผ่อนคลายบรรยากาศเพราะเห็นเธอเครียด

“ทำไมอยู่ๆถึงได้เกิดเรื่องได้ล่ะ” เวฬาถาม

“ก็…” นิดาชำเลืองมองเกลินที่หลับอยู่ “เธอเข้าใจผิดว่าเค้าจะลวนลามล่ะมั้ง แต่ทางนั้นให้การว่าแค่เล่นกันเฉยๆ ยังไม่ได้จับตัวด้วยซ้ำ แค่จะเอานิ้วเกี่ยวสายกระเป๋า แต่ว่าคนของเรา …น่าจะใจร้อนไปหน่อย” 

​“สำหรับเกลิน จะมากหรือน้อย ก็จัดว่าเป็นการลวนลามหมดแหละ” เวฬากล่าว

“คุณสุวภาว์ยังไม่รู้เรื่องใช่ไหม” นิดาสีหน้ากังวล 

เวฬาส่ายหน้า…

นิดาพูดเสียงกระซิบ “ชั้นกลัวเธอจะโดนไล่ออก”

“สภาพจิตเธอไม่ปกติ คุณก็เห็นแล้ว เธอทำงานต่อไม่ได้ เธอควรไปเข้ารับบำบัด” เวฬาพูดเสียงเบา 

“ฉันยังไม่อยากปล่อยไปตอนนี้ เธอยังไม่พร้อม” นิดากระซิบอีก

“แล้วคุณจะช่วยปิดได้นานแค่ไหน ถ้าเกิดเรื่องแดงออกไป คุณสุวภาว์ก็จะมองคุณไม่ดีไปด้วย”  

“ก็นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”

เวฬาถอนหายใจ “อีกแล้วนะ…”

“อะไร!” นิดาหงุดหงิด เพราะรู้ล่วงหน้าว่าเขาจะพูดอะไร

“คุณจะปกป้องแม่ของคุณ ในรูปแบบของผู้หญิงอ่อนแอทุกคนที่เข้ามาในชีวิตไม่ได้ ผมเคยบอกแล้วไง ถ้าทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายตัวคุณจะเหนื่อยและพังเอง”

“เอาตัวเองให้รอดก่อนค่อยมาบอกคนอื่น” นิดาตอกกลับอย่างเย็นชา…และไม่ลืมที่จะหันมาขู่เขา “ส่งให้ถึงบ้านนะ ห้ามยุ่งกับเธอ เลิกยุ่งซะนะ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”

“ผมไม่ได้ยุ่ง ไม่เคยยุ่ง ไม่คิดจะยุ่งด้วย พูดอะไรของคุณ” เขาชักสีหน้า

“ใครเชื่อก็โง่แล้ว” นิดาปรับเบาะเอนนอน สีหน้าอ่อนล้าเต็มที “ไม่คุยด้วยละปวดหัว”

บทสนทนาในค่ำคืนนั้นสิ้นสุดลง ที่หญิงสาวทั้งสองหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน บนรถเขาที่ขับไปอย่างเนิบช้า เปิดเพลงสวิงยุค 60 เสียงนักร้องผิวสีฟังดูเยือกเย็น เขาร้องคลอตามเบาๆอย่างรื่นรมย์ 

เมื่อเหลือบขึ้นมองกระจก …ก็สบกับดวงตาเบิกกว้างที่จ้องเขาอยู่

เกลิน!   เธอไม่เคยหลับเลย

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!