บทที่ 4
แดดเช้าส่องผ่านกระจกเข้ามา เขาเดินมาที่เตียง พร้อมถ้วยกาแฟในมือ เขาเลิกผ้าห่มออกจนหมด และดูเรือนร่างเธอในแดดสว่างจัดขาวโพลน
"สวยจัง มาสเตอพีชเลย"
เขาพึมพำ และเธอตื่น จริงเธอตื่นมาสักพักแล้วแต่แกล้งทำเป็นหลับอยู่
เขากระดกกาแฟเข้าปาก เธอลืมตา เขาก้มลงและปล่อยกาแฟไหลรินลงในปากเธอ เธอกลืนกาแฟลงไปอย่างว่าง่าย เหมือนลูกนกรับอาหารจากแม่
"อาจารย์คะ… อะ…"
เธอไม่ทันได้พูดจบก็ต้องชะงักเพราะเขาชำแรกลงไป… ซ้ำแล้วซ้ำอีก
…
เธอระบมไปทั้งร่าง แต่ก็ยังลากสังขารขึ้นรถเมล์ไปทำงาน เพื่อไปให้ถึงสถาบันก่อนเขา เพื่อให้เหมือนต่างคนต่างมาจากบ้านของตัวเอง
เขาขับรถมาจอดที่สถาบัน รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ต้นขา บั้นเอว และสะโพกตึงเคล็ดไปหมด เขานึกเป็นห่วงเธอขึ้นมา
เกลินแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด เธอชงกาแฟ ซีรอกส์เอกสาร และจัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้ในห้องประชุมอย่างรู้งาน คุณสุวภาร์สอนเธอเอาไว้ดี
นิดาเหล่ตามองเขาเหมือนจับผิด เธอแอบกระซิบตอนที่พักเบรคสัมมนา และไม่มีใครจับตามอง
"คุณจัดไปแล้วรึยัง"
"จัดอะไร"
"เด็กคนนั้นไง อย่าคิดว่าไม่รู้นะว่าคุณเป็นไง"
"พูดอะไรบ้าๆ" เขาจิบชาเปปเปอมินท์ "ไม่ได้เจอกันตามผับซะหน่อย"
"งั้นก็พาไปผับแล้วมอมเหล้าซะสิ"
"พูดจาให้สมกับเป็นอาจารย์หน่อย"
"หึ… ชั้นเป็นนักวิชาการต่างหาก"
เขาเหล่มองเกลินที่ยืนคุยกับคุณสุวภาว์อยู่ไกลๆ
" ช่วยอะไรอย่างสิ"
" อะไร… "
" ช่วยขอตัวเด็กคนนั้นไปทำงานกับคุณที"
"ทำไมล่ะ เค้าทำงานไม่ดีเหรอ"
" ไม่มีอะไร ผมแค่ไม่ชอบ"
" ไม่ชอบเพราะอะไร บอกเหตุผลหน่อยสิ"
" เค้าดูเหมือนพวกสตอคเกอร์ ผมกลัวว่าทำงานไปนานๆแล้วจะล้ำเส้น"
"จะบอกว่าเค้าชอบคุณงั้นสิ"
"คิดแบบนั้นก็ได้ถ้าสบายใจ"
"ไม่หลงตัวเองไปหน่อยเหรอ"
" สรุปจะช่วยหรือไม่ช่วย" เขาชักสีหน้าหงุดหงิด
" ช่วยก็ได้แต่ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อวาน"
เวฬาเริ่ม… "เมื่อวาน ผมพาเธอไปสัมภาษณ์นักโทษคนที่กำลังจะได้รับการปล่อยตัว"
นิดาเบิกตากว้างอย่างสนใจ
…
เกลินจับตาดูทั้งสองอยู่ ชายหนุ่มหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียว ดูสมกับราวคู่รักจากโลกภาพยนตร์ ใบหน้าเคลื่อนใกล้ กระซิบกระซาบ เสียงวิดีโอในห้องสัมมนาดังกระหึ่มไปเรื่อย แต่ทั้งสองไม่สนใจฟัง ดูเหมือนบทสนทนาจะมีข้อมูลที่สำคัญกว่าเรื่องที่ฉายบนสไลด์
…
นิดาชู่วปากให้เขาเงียบเสียงลง เพราะเกลินกำลังเดินตรงเข้ามาแจกเอกสารชุดใหม่
“นี่เอกสาร และนี่กาแฟค่ะอาจารย์”
เกลินพยายามอย่างมากที่จะสบตากับเวฬา แต่เขาเมินไปทางอื่น นิดาสังเกตอากัปกิริยาของทั้งคู่ตลอดเวลา
พอเวฬาทำกาแฟกระฉอกใส่เสื้อตัวเอง เธอก็กุลีกุจอมาเช็ดให้ แต่เวฬาปัดมือเธอออกอย่างรำคาญ แล้วดึงกระดาษทิสชู่มาเช็ดเอง
"ใจดำจังนะ" นิดาแอบกระซิบตอนที่เด็กสาวเดินออกไปแล้ว
"ถ้าสงสารก็รีบรับไม้ต่อไปสิ" เขาพูดอย่างเย็นชา
…
คิราได้รับแจ้งว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งฆ่าตัวตาย เธอทิ้งจดหมายลาเป็นคำสารภาพ
"ฉันฆ่ามันเองแหละ มันสมควรตายแล้ว"
สั้นๆได้ใจความ จากรายงานพบว่าเธอคืออดีตเหยื่อของอาชญากรข่มขืนที่เพิ่งถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ เธอฆ่าตัวตายด้วยเข็มฉีดยา และเสียชีวิตจากอาการหัวใจหยุดเต้น*
"ไม่มีทาง" เขาพูดทันทีที่เห็นศพ
ในห้องชันสูตรอันเย็นเยือก ร่างเล็กบางขาวโพลนนอนอยู่บนเตียง สีหน้าของเธอสงบ ไม่มีอะไรติดค้าง เธอคือศพที่ตายตาหลับ
"เด็กผู้หญิงสูง 155 หนักแค่ 45 กิโลกรัม ไม่มีทางที่จะฆาตกรรมผู้ชายหนัก 78 ได้ ยิ่งจับขึ้นไปแขวนข้างบนยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ยกเว้นว่าจะมีคนอื่นร่วมมือด้วย" คิรากล่าวต่อ
"จากกล้องวงจรปิดที่จับภาพสถานที่ มีคนร้ายเข้าออกโรงงานแค่คนเดียว รูปพรรณสัณฐานตรงกับเด็กคนนี้" จ่าชำนาญลูกน้องคนสนิทให้ข้อมูล
"เด็กเป็นอดีตพนักงานในโรงงานน้ำแข็งครับ ทำให้รู้ทางเข้าออกเป็นอย่างดี" ลูกน้องอีกคนบอก
"และมันเป็นไปไม่ได้ที่" หมออนาวิน แพทย์นิติเวชคู่ใจสารวัตรคิรา เอ่ยขึ้นอย่างเฉียบคม “เด็กอายุแค่ 17-18 จะคิดวิธีการฆ่าคนด้วยวิธีที่ผิดปกติได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นคนปกติคิดจะฆ่าเหยื่อด้วยความแค้น แค่เอามีดไปแทงก็จบ แต่นี่กลับแขวนคอและทิ้งสัญลักษณ์ไว้เพื่อประจานเหยื่อ แถมวิธีที่เธอฆ่าตัวตาย ไม่ใช่วิธีที่เข้าถึงได้ทั่วไป ขนาดผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลายคน ยังไม่รู้”
“พ่อเด็กให้การว่าก่อนลูกสาวจะตาย เธอหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ตมาก เข้าเวบแปลกๆ เป็นไปได้ไหมครับว่าเค้าจะได้ข้อมูลและวิธีการพวกนี้มาจากอินเตอร์เน็ต” ลูกน้องในทีมเอ่ย
…
ออกจากห้องชันสูตร คิรารีบต่อสายหาทีมไซเบอร์ทันที
“เช็คคอมพิวเตอร์ของผู้ตายหรือยังครับ ครับ… ครับ… โอเคครับ ถ้าเจอข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้อง ช่วยติดต่อผมด่วนนะครับ”
จ่าชำนาญถาม “แผนกไซเบอร์ว่าไงครับ”
คิราตอบด้วยสีหน้ากังวล
“คอมฯเธอติดไวรัสไปเมื่ออาทิตย์ก่อน เธอเอาคอมไปล้างที่ร้าน และก็ไม่ได้ไปเอาคืน”
“แล้วข้อมูลล่ะพี่”
“ข้อมูลหายหมดเกลี้ยง ไม่เหลือเลย”
“ท่าทางเราจะเจองานหิน”
คิราถอนหายใจแทบคำตอบ
“โดยปกติแล้วฆาตกรที่ลงมือฆ่าเพื่อล้างแค้น ถ้ามีเหยื่อที่เหมือนกับตัวเองหลายคน ฆาตกรน่าจะพยายามติดต่อกับเหยื่อคนอื่นๆ ..เพื่อหาแนวร่วม หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองให้กล้าลงมือ เราต้องรีบตามหาเหยื่อคนอื่นให้เจอ ก่อนที่ข่าวจะออกไป และพวกเค้าจะตั้งหลักทัน”
ทั้งสองเดินออกจากตึกนิติเวชไปยังลานจอดรถพร้อมกัน
…
นิดารับโทรศัพท์ด่วนจากกรมราชฑัณฑ์ เธอรีบตรงไปหาคิราถึงห้องทำงาน เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่าเกลินนั่งอยู่ในห้อง ตรงโต๊ะเล็กๆ ที่แยกส่วนออกมาจากโต๊ะทำงานของเวฬา แผ่นหลังเล็กบอบบางนั่งพิมพ์งานก๊อกแก๊กไปเรื่อย
เวฬายืนอยู่หน้าชั้นหนังสือ ทั้งสองหันหลังให้กัน ต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างอยู่
“มีอะไรหรือเปล่า” เวฬาหันมาถาม
“เจ้าหน้าที่ทางเรือนจำโทรมาทวงแบบประเมิณทางจิตของผู้ต้องขังคนล่าสุด คุณส่งให้เขาหรือยัง”
“ผมเพิ่งให้เมจเซนเจอร์ไปส่ง น่าจะไปถึง…” เขามองนาฬิกา “อีกสิบนาที”
“แล้วสรุปคุณเซ็นต์ให้ผ่านหรือไม่ผ่าน”
ทันทีที่นิดาถามคำถามนั้น เสียงพิมพ์งานของเกลินก็เงียบกริบลง
“ผมเซ็นต์ให้…” เวฬาเหลือบตามองเกลิน
เธอรู้ว่าเวฬากำลังพูดถึงเคสที่เขาและเธอเพิ่งไปสัมภาษณ์มาเมื่อวาน
“ผ่าน”
สิ้นเสียงตอบ เกลินลุกขึ้นจากที่นั่งของเธอ แรงจนได้ยินเสียงขาเก้าอี้เบียดพื้นลั่น เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องทำงานของเขา ไม่ต้องหันไปมองก็พอจับความรู้สึกได้ว่าเธอไม่พอใจ
นิดามองเวฬาอย่างข้องใจ…
“ทำไมให้ผ่านล่ะ คุณพาเด็กคนนั้นไปทดสอบด้วยตาตัวเองแล้ว ก็เห็นแล้วว่าผลออกมาเป็นไง”
“ก็…เขาดูสำนึกได้ เขามีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง งั้นผมไม่ควรให้โอกาสเขางั้นเหรอ”
นิดาแค่นหัวเราะเหยียด “ฉันไม่เคยเชื่อหรอกว่าไอ้พวกอาชญากรบ้ากามมันจะกลับใจได้ ไม่เชื่อพวกมันเลยสักคน”
“พวกคุณนี่เหมือนกันหมด” เขาเดินไปที่ตู้ปลา หยิบกระบอกอาหารและหย่อนไรน้ำลงไปอย่างใจเย็น “ชอบมีอคติกับผู้ชาย”
“จะเป็นใคร ถ้ามีไอ้นั่นก็เหมือนกันหมด”
“หือออ ผมไม่เป็นนะ” เขายียวน
“คุณน่ะตัวดีเลย”
นิดาเดินไปกระชากลูกบิดประตูอย่างหงุดหงิด ก่อนจะออกเธอเหลือบมองโต๊ะทำงานของเกลิน แล้วหันไปบอกเขา
“บอกให้เด็กคนนั้นย้ายมาทำงานกับชั้นวันพรุ่งนี้ได้เลย”
“เห็นใจเธอแล้วล่ะสิ”
“เห็นใจคุณต่างหาก หลังจากนี้เค้าคงจะเกลียดคุณมาก เพราะรู้ว่าคุณหลอกใช้เค้า ทั้งที่รู้ว่าเธอเคยเป็นเหยื่อ รู้ว่าเธอมาด้วยจุดประสงค์อะไร แต่กลับไม่มีความเห็นใจเธอเลย”
เขาแค่นหัวเราะ "พวกคุณก็เป็นเหมือนกันหมด"
"ว่าไงนะ!"
“เธอไม่ใช่เหยื่อของนักโทษคนนั้นสักหน่อย คุณก็ไม่ใช่เหยื่อของนักโทษคนนั้น พวกคุณก็แค่ คนที่เคยเป็นเหยื่อของคนอื่น แต่คุณพาลไปทั่ว ถ้าพวกคุณมีประสบการณ์ในอดีตที่ไม่ดี แล้วเอามันมาลงโทษผู้ชายทุกคนที่คุณเจอ อย่างนี้ใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ พวกคุณ… หรือผู้ชายพวกนั้น”
เวฬายังพูดไม่ทันจบประโยค นิดาก็ดึงประตูปิดใส่หน้าเขา เสียงบานประตูลั่นเข้าไปถึงหัวใจที่เต้นระรัวของเกลินที่แอบยืนฟังอยู่มาตั้งแต่ต้น
…………………..
*ผู้เขียนตั้งใจเลี่ยงไม่เขียนรายละเอียดที่ล่อแหลมเป็นอันตรายและเสี่ยงต่อพฤติกรรมเลียนแบบ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 11
Comments