ตอนที่ 2
คิรามาถึงที่เกิดเหตุ ในห้องเย็นเฉียบอุณหภูมิ 8 องศา ก้อนน้ำแข็งเรียงราย ไอสีขาวลอยล่อง เจ้าหน้าที่โยงเส้นเหลืองรอบโรงงาน แพทย์เก็บหลักฐานและถ่ายรูปเรียบร้อย รอแค่ให้เขาเริ่มงานสืบ
“ผู้ตายเป็นชายร่างใหญ่ เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ถูกฆ่าด้วยการรัดคอ สภาพศพถูกจัดวางแบบวิปลาส ลำแขนถูกขึงกับไม้ ขาสองข้างถูกแขวนไว้ด้วยเชือก ห้อยหัวลงมา เป็นรูปตัววายคว่ำ เพราะถูกเก็บรักษาในห้องเย็น อาจทำให้เวลาตายคลาดเคลื่อน” แพทย์คู่บุญบรรยาย
“น่าจะเป็นฆาตกรรมเลียนแบบ กับที่เคยเกิดเมื่อ 4 ปีก่อนนะหมอ” คิราก้มหัวลงเพื่อมองหน้าเหยื่อ พยายามให้อยู่ในมุมมองเดียวกันมากที่สุด
“ทำไมถึงคิดว่าเป็นฆาตกรรมเลียนแบบครับสายสืบ”
คิรามองไปทางที่เหยื่อมอง ตรงจุดเดียวกับระดับสายตาเหยื่อที่เบิกค้าง เหยื่อถูกถ่างตาให้มองดูอะไรบางอย่าง เหมือนเมื่อ 4 ปีที่แล้วไม่ผิด
“จำคดีฆาตกรรมนักศึกษาแพทย์ในหอพักชายได้ไหม ศพถูกแขวนหัวคว่ำลงแบบนี้เหมือนกัน” คิราทวนความจำ พลางเอามือลูบน้ำแข็งชั้นนอกออกไป และเห็นรอยขีดข่วนจางๆ บนผนังน้ำแข็งด้านใน
คิราชี้… “ดูนี่หมอ มีลายเซ็นต์ฆาตกรอยู่ตรงนี้”
แพทย์ดีดนิ้วเปาะ “เพราะน้ำแข็งใหม่เพิ่งก่อตัวหลังจากศพตาย ก็เลยบังตัวอักษรที่ติดอยู่บนน้ำแข็งชั้นแรกไว้ คำนวณอัตราการแข็งตัวของน้ำแข็ง ก็จะได้ช่วงเวลาที่ฆาตกรยังอยู่ในห้อง”
คิราเขียนตัวอักษรที่พบลงในแอพฯแปลภาษา
“มันแปลว่า…สอง”
“ถ้านับศพเมื่อสี่ปีที่แล้วเป็นศพที่หนึ่ง ศพนี่ก็เป็นศพที่สอง แต่! อาชญากรคดีนักศึกษาแพทย์เค้าฆ่าตัวตายไปแล้วนี่”
สี่ปีที่แล้ว แฟนสาวของผู้ตาย…ให้การรับสารภาพในห้องสอบสวนว่าฆ่าแฟนหนุ่มของตนเอง และผูกคอตายในห้องฝากขัง ปิดคดีลงแบบด้วนๆ สั้นๆ ไม่แม้แต่จะคลี่คลายถึง เหตุผลที่เธอจัดศพให้คนมาพบในสภาพวิปลาส
“ถ้าไม่ใช่ฆาตกรรมเลียนแบบ ก็อาจเป็น ฆาตกรต่อเนื่องนะหมอ”
ลางสังหรณ์ของเขาไม่เคยพลาด สัญชาตญาณบอกว่ากำลังจะมีศพที่สามเกิดขึ้น
…
เหยื่อของผู้ชายคนนั้น เป็นเด็กสาวอายุแค่ 13 …เป็นเด็กในโรงเรียนที่เขาเป็นครูแนะแนวอยู่ เขาได้รับโทษเบา เพราะเด็กพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นการข่มขืน หรือสมยอม แม้เด็กจะบอกว่าเธอไม่ใช่เหยื่อรายแรก แต่ก็ไม่มีใครยอมออกมาเป็นพยาน
เขาดูเป็นครูที่ใจดีมาก อ่อนโยน สุภาพ และชอบสั่งสอน คำพูดเชิงเทศนาน่าเชื่อถือพรั่งพรูออกจากปากเขาเป็นประจำ เขาเป็นเหมือนพ่อพระสำหรับเพื่อนนักโทษ
เขาได้นำสวดมนตร์เป็นประจำ และอาสาสอนหนังสือให้กับนักโทษวัยรุ่น เขาเป็นที่ชื่นชอบแม้แต่พัศดีเรือนจำ ทุกคนยืนยันว่าเขามีความประพฤติดีและควรได้กลับสู่สังคม
เขาผ่านการประเมิณทางจิตโดยจิตแพทย์มาแล้ว และดอกเตอร์เวฬาเป็นผู้เชี่ยวชาญด่านสุดท้ายที่จะช่วยให้เขาได้กลับไปหาครอบครัว หาเด็กๆ ที่ยังเคารพและรอคอยเขาให้กลับไปสอนหนังสือที่โรงเรียนตามเดิม
อนาคตเขาอยู่ในกำมือของเวฬา และคงเพราะเหตุนั้น คุณครูแนะแนวจึงมองเวฬาด้วยแววตาเหมือนมองพระผู้เป็นเจ้า
“ครูผอมไปเยอะเลยครับ ไม่ค่อยกินเหรอ”
“ผมไม่ค่อยอยากกินครับ”
“เพราะอะไรครับ มีเรื่องกังวลเหรอ”
“พอรู้สึกว่าใกล้พ้นโทษก็ยิ่งกังวลครับ ผมยังรู้สึกผิดอยู่ กลัวสังคมไม่ยอมรับด้วย”
“แต่จากจดหมายที่ข้างนอกส่งมาให้ก็มีฟีดแบกที่ดีมากนี่ครับ ส่วนใหญ่เขาโทษโจทก์กันด้วยซ้ำ”
“นั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกผิดครับ รู้สึกผิดต่อเด็ก เพราะผมเองทำให้เขามีตราบาป มันอาจติดตัวเค้าไปตลอดชีวิต”
“แต่ครูเองก็มีตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิตเหมือนกันนะครับ”
“มันไม่เหมือนกันหรอกครับ ผมโดนเพราะผมสมควร ผมเป็นผู้ชายที่ต้องรับผิดชอบ แต่เด็กเป็นผู้หญิง และก็ไม่รู้เรื่องอะไร เด็กไม่ได้ทำอะไรผิด ผมเป็นคนผิดคนเดียว ผมควรมีตราบาปคนเดียว พอคิดแบบนี้ผมก็อยากติดคุกตลอดชีวิต มากกว่าจะได้ออกไป”
…
ในห้องสังเกตการณ์ เกลินเฝ้ามองอยู่ เธอเห็นผู้ชายคนนั้นซับน้ำตา เธอเห็นมือเขาสั่น เธอมองดูแขน ดูเส้นเอ็นปูดโปนบนร่างกายที่ผ่ายผอมของเขา
การประเมิณแท้จริงยังไม่เริ่ม ตราบใดที่เกลินยังไม่ได้สัญญาณให้ก้าวเข้าไป
“ผมมีเรื่องจะต้องแจ้ง พอดีผมได้รับมอบหมายให้ฝึกงานนักศึกษา พอจะอนุญาตให้เขาเข้ามาจดบันทึก ถามคำถาม และอัดเสียงระหว่างสัมภาษณ์เพื่อเอาไปเขียนรายงานได้ไหมครับ ถ้าไม่สะดวกใจบอกได้เลยนะครับ”
“โอ้ แล้วแต่ดอกเตอร์เลยครับ ผมไม่กล้าขัดข้องอะไรหรอก อะไรช่วยได้ผมก็ช่วย” เขาพูดอย่างเกรงใจ
“เข้ามาได้เลยเกลิน” เวฬาหันมาให้สัญญาณ เกลินถอดหน้ากากอนามัยออกแล้วก้าวเดินเข้าไป
เวฬาสังเกตทุกอากัปกิริยา แววตาของเขาก็เหมือนนักโทษที่อยู่ในคุกมานาน คงไม่ได้เห็นผู้หญิงที่ยังอ่อนเยาว์ บอบบาง และงดงามสมบูรณ์แบบมานานมาก
เขาตกใจ เขินอายและประหม่า ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาหรือมองหน้าเธอตรงๆ
“สวัสดีค่ะ หนูขื่อเกลินนะคะ” เธอแนะนำตัวด้วยเสียงเยือกเย็นแต่ฟังดูรื่นหูกว่าตอนพูดคุยทั่วไป
“หนูมีคำถามจะถามคุณลุงหน่อยค่ะ เกี่ยวกับชีวิตในเรือนจำ ปกติได้เล่นกีฬาไหมคะ”
เธอใช้เวลาในการพูดคุยเรื่องทั่วไปอยู่นานมาก กระทั่งเขาคลายความเขินอาย กระทั่งเขาคลายความระแวดระวังตัว และหลงเข้าไปในบทสนทนา จนเหมือนลืมว่ามีเวฬาเป็นบุคคลที่สามที่นั่งฟังอยู่ตรงนั้นด้วย
ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยสัพเพเหระและเรื่องไม่สลักสำคัญทั้งหลาย เวฬาค่อยๆ ถอยห่างออกไปนั่งชิดมุมห้อง ทำตัวให้จางๆ กลืนไปกับบรรยากาศ จนเหมือนเขาได้ล่องหนหายไปจริงๆ …อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของเป้าหมาย
ใช่! เป้าหมายของเขาถูกจับจ้องอยู่ และการประเมินที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น
เวฬายกมือเป็นสัญญาณให้เกลินเริ่มคำถามที่เขาเตรียมมา
“ลุงคะ… ช่วยดูภาพนี้แล้วบอกความรู้สึกมาทีได้ไหมคะ ชอบเท่ากับ 1 ไม่ชอบเท่ากับ 0”
เธอหยิบภาพ abstract ของวัตถุที่ดูคล้ายอวัยวะเพศขึ้นมา
“เอ…” เขาทำหน้าเหมือนมองไม่ออก “ภาพอะไรน่ะ ดูไม่รู้เรื่องเลยให้ 0 ก็แล้วกัน”
เธอมองภาพแล้วทำเป็นแค่นหัวเราะ “หึ… ดูไม่ออกก็ดีแล้วค่ะ”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงหลายอารมณ์ในเสี้ยววิ ตกใจ เศร้า แล้วโกรธ ก่อนกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
“แล้วภาพนี้ล่ะคะ" เธอยกภาพที่ดูคล้ายเต้านมขึันมา
"0 ครับ"
"ทำไม่ให้ 0 ล่ะ ไม่ชอบหรือคะ"
"ให้ 0 เพราะดูไม่ออกครับ ภาพมันเละๆ "
เธอแกล้งวนนิ้วรอบบริเวณเต้านม
"ตรงนี้เป็นวงกลมไงคะ ดูไม่ออกหรือคะ"
เขาดูกระอักกระอ่วนและไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
"แล้วภาพนี้ล่ะคะ"
เธอหยิบภาพวาดขึ้นมา เป็นโบว์สีเขียว ซึ่งติดอยู่บนเสื้อผ้าของเหยื่อในวันเกิดเหตุ
" 0 ครับ" เขาพูดโดยเร็วแบบไม่หยุดคิด
เธอถามอีกหลายคำถามที่ดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป ก่อนจะได้สัญญาณจากดร.เวฬาให้เริ่มเข้าสู่ช่วงสำคัญ
'โหมโรงพอแล้ว เริ่มได้!' แววตาเขาบอกแบบนั้น
"จะขอเข้าสู่คำถามที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนหน่อยได้ไหมคะ"
"ครับ"
"คุณมีอารมณ์ทางเพศบ่อยแค่ไหนคะ"
"ฮะ!" เป้าหมายมีสีหน้าอึดอัดกระอักกระอ่วน เขาไม่สะดวกใจที่จะตอบคำถาม เขาเพิ่งตระหนักถึงการมีอยู่ของบุคคลที่สาม
"ดอกเตอร์ครับ" เขาหันไปหาเวฬาเหมือนจะขอความช่วยเหลือ
เวฬาแสร้งทำเป็นมีโทรศัพท์แล้วแยกตัวออกไปคุยห่างๆ … อย่างรู้งาน … "ขอตัวสักครู่นะครับ"
"ผมไม่อยากตอบครับ" เขาก้มหน้าไม่สบตาเธอ
"ก่อนหน้าที่จะรับโทษ คุณมีอารมณ์ทางเพศไหมคะ"
เขาเริ่มกระสับกระส่าย
"ขอโทษนะหนู แต่ผมไม่สะดวกใจจริงๆ "
"คำถามนี้สำคัญนะคะ เราต้องใช้ในการพิจารณาก่อนปล่อยตัวคุณ"
"ไว้วันหลังก็แล้วกันครับ ผมเหนื่อยแล้ว"
"ขออีกแต่สองสามคำถาม ช่วยหนูหน่อยนะคะ" เธอขยับเข้าไปใกล้เขา เกินระยะปลอดภัยสำหรับคนแปลกหน้า "คุณไม่มีอารมณ์ทางเพศ และไม่เคยช่วยตัวเองเลยในระหว่างที่อยู่ในนี้ใช่ไหมคะ"
"ผู้คุม ผู้คุมครับ ผมอยากกลับแล้ว"
"ได้ยินว่าหมอให้ยาลดอารมณ์ทางเพศคุณด้วย"
"ผู้คุมครับ ผู้คุม!" เขาเริ่มตะโกน
ผู้คุมที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย รีบเดินกลับเข้ามา
เธอยิ้มมุมปากและชิงพูดก่อนผู้คุมจะเข้ามาถึงตัว
"ถึงออกไป ก็เอากับใครไม่ได้แล้ว เพราะไข่แกมันฝ่อไปแล้ว ไอ้แก่"
" อีบ้านี่! " ชายคนนั้นฟิวศ์ขาด เขาเงื้อมือจะตบเธอ แต่โดนผู้คุมรวบจับกระแทกลงกับโต๊ะเสียก่อน เก้าอี้ล้มระเนระนาด ขณะเดียวกัน นักศึกษาสาวได้ถอยออกมา และสบตาดอกเตอร์ที่มองอยู่ภายนอก
" ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ"
เขาขยับปากช้าๆ ให้เธออ่าน… ไม่มีสักเสียงที่เล็ดรอดไรฟันออกมา
…
"คุณเป็นบ้าจริงๆ ใช่ไหม" เวฬากดลบเสียงบันทึกที่ได้จากเรือนจำเมื่อครู่หลังจากฟังจบแล้ว
"เค้ายังไม่พร้อมที่จะออกไปข้างนอก คุณก็เห็นแล้วนี่คะ ที่เขาทำเป็นคนดี กลับใจ เขาแค่เล่นละครตบตาทุกคน เพราะอารมณ์ทางเพศไม่ได้อยู่แค่อัณฑะ แต่มันอยู่ในนี้ด้วย" เธอชี้ที่หัวตัวเอง
เวฬารู้สึกรำคาญใจคำพูดและท่าทางของเธอ
"ที่เค้าระเบิดอารมณ์ไม่ใช่เพราะคุณไปยั่วโมโหหรอกเหรอ"
"ที่เค้าโมโหมาก เพราะรู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้เค้าควรจะมีอารมณ์ แต่เพราะเค้าสูญเสียสมรรถภาพทางเพศจากยาที่กิน มันก็เลยระเบิดออกมาเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวแทน"
"ถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ต่อให้ไม่เป็นอาชญากรทางเพศ เค้าก็อาจระเบิดอารมณ์ได้เหมือนกัน ก็คุณไปคุกคามเขานี่ ถ้สคุณไปถามคำถามพวกนั้นกับคนข้างนอกไม่ใช่นักโทษ เค้าอาจจะแจ้งข้อหาคุณ ละเมิดทางเพศด้วยวาจา รู้หรือเปล่า"
เวฬาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่ทำเขารำคาญได้มากกว่านิดา
"ดูเหมือนคุณจะเห็นใจลุงคนนั้น"
เธอจ้องเขาไม่วางตา
"ผมวางตัวเป็นกลาง และเห็นอกเห็นใจทุกคน มันเป็นหน้าที่ของผู้บำบัดไม่ใช่เหรอ"
เธอลุกขึ้น พร้อมหยิบกระเป๋า "คุณวางตัวเป็นกลางไม่ได้จริงหรอกค่ะ ถ้าคุณเคยอยู่ในฐานะเหยื่อ"
เธอกำลังจะเดินออกจากห้อง แต่ถูกเขากระชากร่าง ผลักชนตู้กระจก ปลาที่อยู่ในตู้แตกตื่นกระจาย เขากดเธอไว้แนบกับกระจก เธอมีอาการตกใจ ใบหน้าที่เคยมีสีชมพูระเรื่อเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
" คุณพูดเหมือนคุณรู้อะไรเกี่ยวกับผม คุณมองเหมือนคุณรู้จักผมดีมาตั้งแต่วิแรกที่เราเจอกัน"
เขาเขย่าร่างเธอ
"ผมจะไม่ให้เวลาคุณอีกแล้ว พูดออกมา คุณรู้เรื่องอะไร"
เธอเงียบ ดูลังเลที่จะพูด เธอกำลังชั่งใจอยู่ว่ามันเร็วไปหรือเปล่า
"พูดออกมาเร็วๆ ไม่อย่างนั้นผมจะย้ายคุณไปอยู่กับนิดาแทนนะ"
" ที่คุณถาม… เมื่อเช้า…" เธอปากสั่น
" อะไร ว่ามา" เขาผละออก เพื่อให้โอกาสเธอได้หายใจ
" ทำไม… ถึงต้องเป็นคุณ ตัวแปรเดียวกัน สถานการณ์เดียว แต่ทำไมผลลัพธ์จึงเกิดขึ้นเฉพาะกับ a ไม่ใช่ b หรือ C"
" นั่นสิ ทำไม… ทำไมต้องเป็นผม ทำไมคุณเลือกผม คุณพุ่งเป้ามาที่ผมตั้งแต่แรกเลย ผมคือเป้าหมายที่ทำให้คุณมานี่"
"ฉันเลือกคุณเพราะ… เพราะ"
เธอยืนพิงตู้ปลา แสงสีฟ้าของน้ำย้อมร่างเธอ สีหน้าเย็นเยือกทำให้เธอดูกลมกลืน เหมือนร่างเธอถูกแช่ในน้ำ มากกว่ายืนอยู่ภายนอก
"เพราะจะมีใครรู้จักความรู้สึกของเหยื่อได้ดีเท่า คนที่เคยเป็นเหยื่อเหมือนกัน"
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 11
Comments