ตอนที่ 1
‘อหังการ์จะนำพามนุษย์สุ่จุดสูงสุด และต่ำสุดในเวลาต่อมา หากแต่ช่วงแรกที่หัวจักรทะยานขึ้น เรามักรู้สึกสนุกจนไม่ทันดู ว่าปลายทางอาจมีหุบเหวรออยู่ ความล้มเหลวของการตระหนักรู้นี้เอง พระเจ้าจึงต้องส่งพระบุตรมาตาย เพื่อไถ่บาป และปลดปล่อยเรา’
กระจกรถมีเกล็ดฝนเกาะพราว สถาบันวิจัยตระหง่านอยู่ไม่ไกล ฤดูกาลแรกแห่งช่วงฝึกงานของหญิงสาวได้เริ่มต้นขึ้น
...และนั่น …จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายด้วย
…
ละอองฝนบนใยแมงมุมคล้ายเรืองแสงได้เมื่อต้องแดด ในสวนหย่อมกึ่งกลางแจ้ง ด้านหลังตึก ฝนเพิ่งหยุดหมาด เสียงฝีเท้าสวบสาบ เชื่องช้าเบากริบ เหมือนอสรพิษที่ดักรอเหยื่อในพุ่มไม้ เขียวขจีและเงียบสงัด
ร่างสูงโปร่งขาวเหมือนกระดาษ… เดินมานั่งอ่านหนังสือบนเครื่องอ่านอิเล็คทรอนิกส์เหมือนทุกวัน บนม้านั่งสีขาวตัวโปรด ใต้ร่มแมกไม้ ไขว่ห้างเอนตัวพิงพนักแขน ดื่มด่ำบทวิจัยไม่ต่างวรรณกรรม อักษรเลขกราฟสถิติสลับซับซ้อน ดุจโครงเงื่อนกวีนิพนธ์สำหรับเขา
'ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ระหว่างระดับไอคิวของอาชญากรบุคลิกประเภทไซโคพาธ กับฆาตกรต่อเนื่อง'
ฟังราวเค้าลางหายนะ
…
ร่างเธอซีดเซียวและผอมซูบ แขนขาเรียวบางเก้งก้าง เธอหอบตั้งหนังสือกองพะเนินอย่างเด็กเรียน ระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังตึกสถาบัน เท้าเล็กที่ดูไม่มั่นคง ย่ำต๊อกแต๊กใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มมองเห็นหน้าตาชัดขึ้น
สีหน้าตื่นประหม่า ริมฝีปากหยักคว่ำอย่างคนที่ไม่คุ้นเคยการยิ้ม ดวงตาเลื่อนลอยหลุบต่ำ มองที่พื้นตลอดเวลา ผมสีธรรมชาติยาวถึงกลางหลัง ปลายหลิกเป็นลอนอ่อน สวยมากแต่มืดหม่นไม่ต่างเมฆทะมึนฝนในเช้านั้น
เธอเป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง…
หนังสือกองพะเนินในมือเธอร่วงหล่นกระจายบนพื้น เมื่อเธอชนเข้ากับร่างสูงที่ยืนขวางอยู่ เธอรีบลนลานย่อตัวลงเก็บหนังสือเล่มโตที่ทับเท้าของชายหนุ่มอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นหวั่นๆ แล้วช้อนตามองเขาอย่างซื่อๆ
เลือดในกายฉีดพล่าน… ม่านตาดำของเขาขยาย ตื่นเต้นปิติสุขอย่างไม่เคยเป็นมานาน
“ขอโทษค่ะ คะ คุณ” เธออ่านป้ายชื่อบนหน้าอกเขา และมีสีหน้าตกใจ
หลายปีแล้วที่เขาเฝ้ามองหา ‘ผู้ร่วมการทดลอง’ ที่สมบูรณ์แบบ แต่ไม่พานพบจวบจนวันนี้
“อาจารย์! ขอโทษจริงๆนะคะ” …แก้มของเธอซีดเผือด
“ไม่เป็นไรครับ” เขาก้มลงช่วยเธอเก็บหนังสือ ปราดตามองชื่อ อายุ กรุ๊ปเลือด สถาบันและคณะในแฟ้มเอกสารภายในรวดเดียว คว่ำปิดแล้วส่งคืนเธอ
“รีบไปดูห้องทำงาน เอาของไปเก็บ ถามทางกับคนชื่อสุวภา เค้ารอคุณอยู่ในตึก แล้วรีบกลับมาเข้างานนะครับ อนุญาตให้สายได้ 5 นาทีสำหรับฝึกงานวันแรก”
พูดจบเขาลุกยืนตัวตรง แล้วเดินจากไป ทิ้งเธอไว้กับอาการตั้งตัวไม่ติด …ดีแล้วที่เป็นแบบนั้น ควรฝึกเธอให้ชินกับการเจอเรื่องไม่คาดคิดเสียหน่อย เพราะเธอจะต้องเจอสิ่งที่เกินฝันร้ายอีกมากมายที่นี่ หวังว่าเธอจะอดทนได้มากกว่าคนก่อนๆที่ผ่านมา
…
คนที่อดทนได้นานที่สุดน่าจะยืนอยู่ตรงนี้ ร่างสูงชะลูด เพรียวบาง ยืนพิงกระจก แดดส่องรำไรลอดร่าง สื่งที่เขาชอบที่สุดในตัวเธอคือ …สไตล์การแต่งตัว เลือกชุดมาไม่เคยซ้ำแต่ละวัน เหมือนหลุดมาจากนิตยสาร ทุกอย่างเหมาะเจาะลงตัวเข้ากันไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้า โทนสี เครื่องประดับ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ
"ผู้หญิงคนนั้น สวยดีนะ สเป็คคุณเลย"
แต่สิ่งที่เขาไม่ชอบก็คือ ความอวดฉลาดของเธอ
"น่าจะอายุแค่ 22-23 เท่านั้นเอง ทำไมถึงได้มาทำงานที่นี่ ใครเป็นคนคัดเลือกเธอเข้ามา" เธอเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานแล้วทำเป็นเปิดแฟ้มอย่างนิ่งเนิบ
"คุณน่าจะเช็คประวัติมาหมดแล้วไม่ใช่เหรอ" เขารีบจิบกาแฟก่อนที่มันจะเย็นชืด มัวแต่ถือไว้ในมือจนลืมเวลา เขาชอบกลิ่นของมัน …มากกว่ารสชาติ กลิ่นกาแฟทำให้สมองเขาแล่น
"เธอทำคะแนนวัดระดับได้ดีมาก น่าจะสูงที่สุด …เท่าที่เคยมีมา"
"เด็กที่มาฝึกงานที่นี่ก็ฉลาดทั้งนั้น" เขาไม่แปลกใจ
"คุณน่าจะสนใจแบบประเมินบุคลิกภาพมากกว่า" เธอส่งกระดาษปึกนั้นให้เขา แต่เบากลับเดินเลยผ่านเธอไปที่ตู้ปลาข้างหลัง หยอดไรน้ำลงไป แล้วค่อยๆดูปลาฮุบเหยื่ออย่างใจเย็น
"เธอเป็นพวกบุคลิกภาพเก็บตัว แต่มีทัศนคติทางบวกต่อพฤติกรรมก้าวร้าว และก็มีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ เธอมักจะอยากอาเจียนเวลาที่เธอรู้สึกเครียดหรือรู้สึกว่าโดนกดดัน คุณว่าเธอเป็นพวก passive agressive (ก้าวร้าวเงียบ) หรือเปล่า" เธอหย่อนคำถามอีก
…ได้ผล ในที่สุดเธอก็ทำให้เขาสนใจได้
"แปลกมาก" เขายื่นมือมารับแบบประเมินไปดูด้วยตาตัวเอง
เขาเอานิ้วจิ้มน้ำลายแล้วพลิกดูทีละหน้า ขณะเดินไปนั่งอ่านแฟ้มที่โต๊ะทำงานอย่างตั้งใจ
"คะแนนการเข้าสังคมต่ำ เป็นพวกนักคิดวิเคราะห์แบบพวกวิชาการ แต่คะแนนการเป็นคนยอมตามว่าง่ายสูง และทักษะการจัดการความขัดแย้งก็สูง"
"พื้นฐานครอบครัวเธอไม่ค่อยดี"
เขาเงยขึ้นสบตาเธอเป็นครั้งแรกในรอบวัน และทันเห็นเธอคลายฟันออกจากการกัดริมฝีปากตัวเอง
"ไม่มีข้อมูลพ่อแม่ ดูเหมือนจะโตมากับครอบครัวอุปถัมป์ ระบุว่ามีความสัมพันธ์แบบห่างเหิน"
“คุณสุวภาบันทึกไว้แบบนั้นเหรอ” เขาปิดแฟ้มแล้วเดินไปยืนข้างเธอที่ริมกระจก จากชั้นสามตรงนี้ มองลงไปเห็นสวนกว้าง แดดขาวสะอาดยามเช้า เขียวโล่งสบายตา ตัดกับรูปร่างที่ดูทึบและเคร่งขรึมของหญิงสูงวัยที่เดินนำหญิงสาวแรกรุ่น ซึ่งก้าวตามเธอต้อยๆ ราวกับลูกสุนัขจรจัดวิ่งตามคนใจดีผู้มีแววว่าจะแบ่งปันอาหารและบ้านให้…
"ใครเป็นคนเลือกเด็กคนนี้เข้ามาทำงาน ไม่ใช่คุณเหรอ?"
"ทีแรกชั้นนึกว่าคุณเป็นคนเลือก"
"ก็น่าจะเป็นผม แต่ไม่ใช่ผม"
"แล้วใครเป็นคนคัดเข้ามา คุณสุวภา?"
“ถ้าเป็นคุณสุวภา อะไรคือเหตุผล… เค้ามีประสบการณ์กับเด็กอีคิวต่ำ ไอคิวสูงมามากจนน่าจะเข็ด และรังเกียจมากเกินกว่าจะยอมรับ”
“อืมมม เช่นผมเป็นต้น” เขายิ้มอย่างภูมิใจ
“หรือเค้าจะทำ…”
เธอโยนลูกมาแล้วเขาก็ส่งมันเข้าโกล
“…เพราะความเห็นใจ”
เด็กคนนั้น เดินใกล้ตึกเข้ามาเรื่อยๆ เธอแหงนหน้าขึ้นมาบนชั้นสาม และสบตากับเขาพอดี ดวงตาของเธอซื่อบริสุทธิ์
“เรามีเทปตอนสัปภาษณ์หรือเปล่า?” เขาหันไปคุยกับนิดา เพื่อนร่วมงานสาวสวยที่ทำงานด้วยกันมานานกว่า 5 ปี
ทั้งสองรู้จักและรู้ทางกันและกันดีกว่าคู่รักบางคู่เสียอีก
"สนใจขึ้นมาแล้วสิ"
…
เธอจ้องมองมาที่กล้อง ราวกับรู้ว่ามีกล้องอยู่ตรงนั้น …เธอเป็นคนฉลาดและช่างสังเกต สีหน้าของเธอดูไม่กังวลแม้รับรู้ว่าถูกจับภาพ …เธอทำการบ้านมาดี
“ดิฉันตรวจสอบแบคกราวคุณ ประวัติของคุณทั้งน่าสนใจและน่าเห็นใจ ดิฉันคิดว่าคุณน่าจะเหมาะในการร่วมงานกับ ดร.นิดา เธอเชี่ยวชาญพิเศษด้านบำบัดจิตของเหยื่ออาชญากรรม และก็…เป็นผู้หญิงเหมือนกันด้วย น่าจะทำงานเข้าขากัน”
“คือ คือหนู…อยากทำงาน…กับดร.เวฬาค่ะ”
… เธอทำการบ้านมาดีเลยล่ะ
“เพราะอะไรคะ” น้ำเสียงคุณสุวภาร์ดูข้องใจ
“หนูเคยอ่านงานวิจัยของ ผศ.ดร.เวฬา ที่วิเคราะห์ลักษณะร่วมของอาชญากรทางเพศและวิธีคิดในการเลือกเหยื่อ หนูสนใจมากค่ะ”
“เพราะอะไรถึงสนใจคะ"
“หนูคิดว่า การเรียนรู้อาชญากรจากมุมมองของคนนอก ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ถ้าเราเรียนรู้ในมุมมองภายในตัวพวกเค้า อาจค้นพบวิธีการจัดการต้นตอของปัญหาที่แท้จริงค่ะ”
… น่าสนใจจริงๆ
“งานของ ดร.เวฬา ค่อนข้าง… เอ่อ มีความละเอียดอ่อนทางจิตใจมากนะคะ เขาต้องลงไปสัมผัสกับเคสโดยตรง บางครั้งก็ต้องเผชิญหน้ากับอาชญากรทางเพศในการสัมภาษณ์ ลักษณะคำถามก็… ค่อนข้างล่อแหลม ซึ่งอาจไม่เหมาะที่ผู้หญิงอย่างเราจะไปรับฟัง”
“หนูรับได้ค่ะ หนูคุ้นเคยกับคนพวกนี้ดี”
“คุ้นเคย หมายความว่ายังไงคะ”
“คุ้นเคยกับการเผชิญหน้าพวกเขา”
“เคยทำวิจัยเกี่ยวกับอาชญากร”
“ไม่ใช่ค่ะ แต่หนูคุ้นเคยมาก ในฐานะที่…”
เธอเบนสายตาจากคุณสุวภาว์ แล้วหันมามองกล้อง
“…เคยเป็นเหยื่อมาก่อนค่ะ”
…
เขาเปลี่ยนมุมมองจากการจ้องมองเธอผ่านจอ มาสังเกตใบหน้า ลำคอ และรอยหยักของริมฝีปากในชีวิตจริง
"ทำไมถึงเลือกมาทำงานกับผมล่ะครับ"
ธอนั่งอยู่ตรงข้ามเขา ในห้องทำงาน ดูหวาดหวั่นขณะเดียวกันในแววตาก็มุ่งมั่นอย่างประหลาด
"เพราะหนูอยากทำงานกับคุณจริงๆค่ะ"
"คุณดูไม่ค่อยมีชั้นเชิงในการตอบคำถามเลยนะ"
"คะ…"
"คุณตอบตรงไปตรงมามาก ถ้าไปตอบแบบนี้ในการสมัครงานที่อื่น คนที่สัมภาษณ์คุณอาจรู้สึกว่าคุณไม่เรียบเรียงความคิดให้ดีก่อนที่จะพูด อาจมองว่าคุณทื่อเกินไป และก็ไม่มีความน่าเชื่อถือพอที่จะให้เข้าทำงาน"
"เพราะอย่างนั้น หนูถึงเลือกมาสมัครงานที่นี่ไงคะ … ที่นี่ คงไม่เลิอกคนเข้าทำงาน ด้วยข้อมูลปริมาณน้อย ความแปรปรวนสูง ความเที่ยงต่ำ แบบที่คุณพูดมาใช่ไหมคะ"
"เดี๋ยวก่อน ข้อมูลปริมาณน้อย แปรปรวนสูง ความเที่ยงต่ำคืออะไร"
"พวกตัวแปรที่วัดค่าได้ยาก เช่น บุคลิกภาพ หรือความสามารถในการเข้าสังคม"
"จะบอกว่าผมไม่น่าใช่คนตัดสินอะไรฉายฉวยว่างั้นสิ"
"ฉันคาดหวังไว้แบบนั้นค่ะ" เธอตอบด้วยบุคลิกที่ซื่อแต่กระด้าง
"ที่คุณบอกว่าเคยเป็นเหยื่อมาก่อน หมายความว่ายังไง" เขาซ่อนรอยยิ้มขณะที่พยายามเปลี่ยนเรื่อง
เธอพรั่งพรูออกมาเหมือนเตรียมเรื่องที่จะพูดมานานแล้ว
"ฉันผ่านการอยู่ในครอบครัวอุปถัมป์หลายครอบครัว ในครอบครัวแรก ฉันถูกล่วงละเมิดโดยสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้ชาย ตั้งแต่ระดับคำพูดไปจนพฤติกรรมระดับรุนแรง ฉันต้องติดต่อนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อขอย้ายครอบครัวใหม่ พอเปลี่ยนไปครอบครัวใหม่ก็ยังเกิดเรื่องอีก ฉันตกเป็นเหยื่อความรุนแรงโดนทุบตี ฉันต้องทำเรื่องย้ายไปครอบครัวที่สาม แต่สุดท้ายก็มีปัญหากันอีก พ่อแม่ครอบครัวที่สามต้องขอให้เจ้าหน้าที่ย้ายฉันไปอยู่กับญาติเค้าแทน พอต้องย้ายที่บ่อยๆ พวกเจ้าหน้าที่ก็เริ่มคิดว่าปัญหาอาจจะมาจากตัวฉันเองก็ได้ค่ะ"
"แล้วตอนนี้ครอบครัวที่คุณอยู่ด้วยเป็นยังไง"
"เป็นคุณยายวัย 65 โสดมาตลอด ไม่มีลูกค่ะ"
"ไม่มีปัญหากันใช่ไหมครับ"
"ไม่มีปัญหาเลยค่ะ คุณยายใจดีมาก"
"ครอบครัวที่สามที่บอกมีปัญหากันคือเรื่องอะไรครับ"
"คู่สามีภรรยา เค้ามีปัญหาหึงหวงกันค่ะ" เธอดูไม่อยากพูด
" อ่อ… ผมพอจะเข้าใจอยู่"
เขาพลิกหน้าเอกสารใบสมัครงานและเห็นเธอบันทึกประวัติการใช้ยาจินเวชเอาไว้ด้วย
" ที่คุณบอกว่าเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์คิดว่าคุณมีปัญหา ปัญหาเรื่องอะไร พอจะทราบไหมครับ"
"ปัญหานั้น ฉันไม่ทราบจริงๆค่ะ ฉันพยายามคิดทบทวนตัวเอง หาว่าทำอะไรผิดเพื่อที่จะได้หาทางแก้ไข เพื่อที่จะหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่ไม่ว่าจะแก้มันยังไง ปัญหาต่างๆมันก็จะเกิดขึ้น ตามเวลาของมัน เหมือนมีระเบิดเวลาที่ตั้งเอาไว้ และไม่ว่าเราจะทำยังไง ช้าหรือเร็ว มันก็ต้องระเบิดอยู่ดี โดยทีีฉันทำอะไรไม่ได้"
"เจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกคุณเหรอครับว่าปัญหาของคุณคืออะไร"
" พวกเขาพยายามบอกว่า ทุกอย่างเกิดจากบุคลิกของฉัน เกิดจากลักษณะทางกายภาพของฉัน ความสามารถในการสื่อสาร ทุกอย่างที่พวกเขาพอคิดออก และพยายามจะหาเหตุผลได้"
" ฟังดูเหมือน… คุณไม่ค่อยเชื่อ"
"ถ้าเราควบคุมตัวแปรทั้งหมด และสมมุติฐานเป็นจริง ผลลัพธ์ก็ควรจะเกิดขึ้นอย่างเที่ยงตรงและแน่นอน ตัวแปรเดียวกัน แต่ทำไมในสถานการณ์เดียวกันนี้ ผลลัพธ์จึงเกิดขึ้นเฉพาะกับ a ไม่ใช่ b หรือ c"
"คุณพยายามจะบอกว่า… ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด"
"ฉันไม่รูัจริงๆค่ะว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับฉันซ้ำๆ ถ้าหาคำตอบได้ ก็จะจัดการไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกได้"
"ดูเหมือนที่คุณมาหาผมเพราะคุณอยากหาคำตอบว่า เพราะอะไร คุณถึงได้กลายเป็นเหยื่อตลอดเวลา"
"ฉันคงจะสงสัยไปตลอดชีวิตถ้าหาคำตอบไม่ได้"
"เคยปรึกษาผูัปกครอง ครู หรือผู้ใหญ่คนไหนบ้างไหม"
"คุณยายบอกว่ามันเป็นกรรมแต่ชาติปางก่อน แต่ฉันไม่เชื่อค่ะ"
" จริงๆ คุณสามารถหาคำตอบนี้จากคุณนิดาก็ได้ และจากผู้เชี่ยวชาญอีกหลายๆคนที่ผมรู้จัก เค้าก็เก่งด้านนี้ ทำไม… ถึงต้องเป็นผมด้วยล่ะ ตัวแปรเดียวกัน สถานการณ์เดียว แต่ทำไมผลลัพธ์จึงเกิดขึ้นเฉพาะกับ a ไม่ใช่ b หรือ C ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันนะ"
เธอมีอะไรอยากพูดมากมาย แต่ไม่ยอมปริปาก เธอเก็บไพ่ใบลับไว้ในมือ และรอจังหวะเปิดอย่างเหมาะสม
เสียงแจ้งเตือนนัดสำคัญดังขึ้น!
"วันนี้ผมมีนัดคุยกับเคส" เขาพึมพำขณะเอื้อมมือไปกดปิดมือถือ
"ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ นอกจากจดบันทึก อัดเสียง ถอดเทป แล้วมีอะไรที่อยากให้ทำอีกไหมคะ" เธอพูดรัวๆออกมา
"ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้คุณไปด้วย"
"คือ.. ถ้าฉันไปจะเป็นประโยชน์กับคุณมากกว่านะคะ"
เขาอยากหัวเราะ…
"ไหนลองบอกมาซิ คุณจะเป็นประโยชน์กับผมยังไง"
"การสัมภาษณ์อาชญากรทางเพศที่ใกล้ได้รับการปล่อยตัว คนที่คาดหวังว่าจะได้รับการอภัยโทษ เขาจะพูดความจริงออกมาได้จริงๆเหรอคะ และเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าถ้าเขาออกไปใช้ชีวิตภายนอกสัมผัสแรงกระตุ้นแบบเดิมๆแล้วจะไม่ก่อพฤติกรรมแบบเดิมอีก คุณไม่อยากทดสอบก่อนเหรอ"
"หมายความว่า คุณจะใช้ตัวเองเป็นตัวกระตุ้นคนพวกนั้นเหรอ"
"ถ้าการเป็นเหยื่อ เป็นพรสวรรค์ของฉัน ก็ควรใช้มันให้เป็นประโยชน์นะคะ"
เขาหัวเราะออกมาลั่น
"คุณนี่บ้ากว่าที่ผมคิดจริงๆ"
แต่เธอจริงจัง… "ใช้ฉันเถอะค่ะ ให้เป็นประโยชน์*
เธอวางแผนไว้แล้วก่อนจะมาที่นี่
"ตามสถิติ อาชญากรทางเพศที่ได้รับการปล่อยตัว มักไปก่อเหตุซ้ำ ถ้าเราจะสามารถยับยั้งได้ด้วยการคัดแยกคนที่กลับใจจริง กับคนที่กลับใจลวง ออกจากกัน ก็… "
เขาชิงพูดประโยคสุดท้ายก่อนเธอ "จะไม่มีเหยื่อใหม่เกิดขึ้น"
เธอพยักหน้า เขาจ้องเข้าไปในตาเธอ กระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นแล่นวาบอยู่ในมวลอากาศ
“คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ” เขาชักตื่นเต้นจนคุมสีหน้าไม่ไหว
เขากำลังจะวางเดิมพันกับเธอ และชั่งน้ำหนักว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงไหม
นั่นเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่หมิ่นเหม่ศีลธรรมและวิปลาสที่สุดที่เขาเคยทำ อนาคตและหน้าที่การงาน… เขาอาจสูญเสียทุกอย่างถ้าเรื่องแดงออกไป แต่ถ้าไม่มีความตายของสัตว์ทดลอง ก็ไม่มียารักษาโรคอุบัติใหม่ ถ้าไม่มีใครคิดเดินทางไปดวงจันทร์ ป่านนี้เราคงย่ำอยู่กับโลกใบเดิม
ถ้าไม่มีสักคนเสียสละ ไม่มีเลือดหลั่งเลือดชำระ แล้วเมื่อไหร่ ที่ความเลวทรามจะหมดสิ้น
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 11
Comments