กันตาเดินนำฉันอย่างรู้เส้นทางเป็นอย่างดี ก่อนไปหยุดอยู่หน้าร้านขายโทรศัพท์มือถือ คาดว่าน่าจะเป็นร้านประจำของเธอเพราะเธอเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล แต่บางทีเธอก็มีความมั่นใจในตัวเองสูงอยู่แล้วคงไม่แปลกเท่าไหร่นัก
“ฉันรอคุณตรงนี้นะ” ฉันยืนรอเธออยู่หน้าร้านโดยไม่เข้าไปด้วย เธอเหลียวหลังมามองและไม่ได้ตอบอะไร
ใระหว่างที่ฉันยืนรอทอดสายตามองคนโน้นทีคนนั้นทีหางตาก็พลันเห็นผู้ชายร่างสูง ฉันกำลังจะหันไปมองให้เต็มตาแต่กันตาเรียกขึ้นก่อน
“เสร็จแล้ว”
“ทำไมเร็วจังเลยคะ” ฉันถามด้วยความสงสัย เพราะเธอเข้าไปในร้านไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ
“ฉันก็โทรมาบอกให้เขาเตรียมไว้ให้สิ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา เธอนี่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย”
แววตาของเธอที่มองฉันบ่งบอกว่าเซ็งสุด ๆ
“มีอะไรกันรึเปล่าครับน้องตา”
เสียงเอ่ยดังมาจากข้างหลังฉัน เมื่อหันไปมองก็พบว่าผู้ชายตัวสูงที่ฉันสะดุดไปเมื่อครู่คือมานัท
“คนที่เมื่อคราวก่อนเจอนี่ เขามาวุ่นวายกับน้องตาใช่ไหม เดี๋ยวพี่ห้ามให้เอง” จากนั้นพี่มานัทก็เอาตัวเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างฉันและกันตา พร้อมกันมือให้เกิดระยะห่าง
แหม่ ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเอาหน้าจริง
“คุณครับ” เขาจ้องหน้าฉัน
“คะ?”
“กรุณาอยู่ห่าง ๆ น้องตาและอย่ามาก่อกวนกันอีกนะครับ ถ้าผมเห็นอีกครั้ง คราวนี้ผมจะแจ้งตำรวจ” เขาทำหน้าจริงจัง
“คือมันไม่ใช่อย่างที่พี่มานัทเข้าใจนะคะ”
“ใครเป็นพี่คุณครับ”
ถ้าฉันเอานิ้วจิ้มตาพี่มานัทจะผิดไหม
“คุณอธิบายหน่อย” ฉันหันไปขอความช่วยเหลือจากกันตา
“…” เธอเงียบก่อนจะยักไหล่ไม่รับรู้กับสิ่งที่ฉันพูด
“เมื่อกี้ทำเป็นรู้จักน้องตา ตกลงว่าคุณมั่วนิ่ม” พี่มานัทเอ่ยขึ้น
ฉันเหลือบมองกันตาพลางส่งสายตาพิฆาต จากนั้นจึงหันหลังเตรียมตัวเดินกลับ แต่แล้วเธอก็คว้าข้อมือฉันเอาไว้
“มากับตาเองค่ะ ผู้จัดการชั่วคราวของตา” เธอบอกพี่มานัทก่อนคุยกับฉัน “ทำเป็นมีอารมณ์ไปได้”
“สรุปเป็นผู้จัดการ สวัสดีครับผมมานัท”
ฉันยืนหน้านิ่งก้มมองดูมือที่ยื่นออกมาเพื่อแสดงความรู้จักอย่างเป็นมิตร ซึ่งผิดกับเหตุการณ์ก่อนหน้า
ฉันเงยหน้าขึ้นพร้อมใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มสดใส
“ใบข้าวค่ะ”
คนอะไรเปลี่ยนเร็วชะมัด… แต่ก็ดีเหมือนกันคราวนี้ฉันจะได้ทำงานเกี่ยวกับพี่มานัทได้สะดวกขึ้น
“น้องตาจะไปไหนต่อรึเปล่าครับ ถ้าไม่ให้พี่เลี้ยงข้าวสักมื้อแล้วกัน มีร้านเปิดใหม่ข้างบน” มานัททิ้งฉันหน้าเหว๋ออ้าปากค้างเพราะกำลังจะพูดบางอย่างต่อ
แนะนำตัวตามมารยาทสังคมสินะ… อีพี่มานัท ฉันจะแฉให้ได้คอยดู!
“ตาไม่ว่างเลยค่ะ เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน ตามีธุระต้องทำต่อค่ะ เชิญพี่ตามสบายเลย ตาขอตัวนะคะ” กันตารีบบอกลาและดึงมือฉันเข้าร้านขายโทรศัพท์มือถือที่เธอเพิ่งเดินออกมา
“ไหนว่าเสร็จแล้วไง” ฉันถามงง ๆ เมื่อถูกลากเข้ามาในร้าน
“จ่ายเงิน” เธอพูดเสียงเรียบ
“….” ฉันยืนนิ่งรอเธอจัดการธุระของเธอเอง
“ยืนทำอะไร ฉันบอกให้จ่ายเงิน!” กันตาย่นคิ้วมองหน้าฉัน
“ฉัน?” ฉันยกนิ้วชี้เข้าที่หน้าตัวเองพร้อมทวน
ตอนแรกฉันก็แปลกใจที่กันตารั้งฉันไว้และพูดให้พี่มานัทเข้าใจ แต่ความจริงแล้วเธอให้ฉันมาจ่ายเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้เธอนี่เอง
“ใช่สิ เร็ว! ฉันอยากพักผ่อนแล้ว”
“แล้วทำไมฉันต้องเป็นคนจ่ายให้คุณด้วย”
“ลืมกระเป๋าไว้ในรถ ไม่ได้ติดมาด้วย”
“แอปแบงค์กิ้ง”
“ก็ฉันซื้อมือถือใหม่จะมีได้ไงล่ะ คิดหน่อย”
เออ… ลืมคิดไป
“เท่าไหร่คะ?” ฉันถามคนขาย
เมื่อคนขายบอกตัวเลขที่ชัดเจนออกมาทำฉันถึงกับผงะ
บางทีฉันอาจหูฝาดไป
“เมื่อกี้ว่าไงนะคะ ได้ยินไม่ถนัด”
“สามหมื่นหกพันเก้าร้อยครับ เคสอีกพันห้า รวมเป็นสามหมื่นแปดพันสี่ร้อยครับผม!” คนขายพูดอย่างคล่องปากพร้อมกับกดเครื่องคิดเลขเพื่อคำนวณ
“สามหมื่นแปดพันสี่ร้อย!!” ฉ-ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยบอกที
“จ่ายเร็วสิ เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว” กันตาเร่ง
“ซื้อมือถือหรือมอ’ ไซค์ ทำไมมันแพงอย่างนี้”
“จ่ายไปเถอะน่า อย่าบ่นเลย เดี๋ยวฉันโอนคืนให้ ไม่เบี้ยวหรอก”
ฉันจ้องหน้ากันตาก่อนจะหันไปยิ้มแห้งให้พนักงานเล็กน้อย จากนั้นจึงเปิดกระเป๋าและล้วงบัตรเครดิตออกมาช้า ๆ
ในขณะที่ฉันกำลังจะยื่นมัน กันตาก็คว้าไปจากมือและยื่นให้คนขายแทน
“นี่คุณ!”
“รีบจ่ายจะได้รีบไป หยิบไปสั่นไปแล้วเมื่อไหร่จะเสร็จ”
สั่นสิ เงินไม่เคยออกจากกระเป๋าวันเดียวเกือบสี่หมื่นแบบนี้
“ขอบคุณครับ แวะมาใหม่นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
มันจะไม่มีคราวหน้าเด็ดขาด!
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments