ฉันขับรถมาจอดในโรงพยาบาลก่อนเวลาสามสิบนาที แต่คราวนี้ฉันไม่ได้มาตัวเปล่าเพราะก่อนหน้านั้นได้แวะซื้อส้มโอที่ตลอดก่อนมาเป็นที่เรียบร้อย ฉันซื้อมันมาเพื่อหวังจะสงบศึกชั่วคราว
หวังว่าวันนี้เธอคงยังจะอยากกินมันอยู่นะ
“สวัสดีค่ะพี่นัตตี้ พี่อ้อมใจ” ฉันไหว้ที่นัตตี้ก่อนหันไปหาพี่อ้อมใจที่นอนเป็นมัมมี่อยู่บนเตียง
“มาเร็วเชียว”
“ค่ะ มาก่อนเวลา ข้าวกลัวรถติด ว่าแต่คุณกันตาละคะ” ฉันไม่เห็นเธออยู่ในห้อง มีแต่เตียงที่ว่างเปล่าและผ้าห่มกองอยู่ปลายเตียง
“เปลี่ยนเสื้อค่ะ เพิ่งเข้าไปเมื่อกี้เลย”
“ค่ะ แล้วพี่จะไปไหนไหมคะ ข้าวอยู่ดูให้ก่อนได้นะ” ฉันบอกพี่นัตตี้ในขณะที่กำลังนั่งรอกันตาบนโซฟา
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไม่อยากให้น้องตารอ แล้วอีกอย่างพี่มีกองฟางช่วยแล้ว ขอบใจมากนะ” พี่นัตตี้ชี้ไปยังกองฟางที่กำลังนั่งหลับฟุบอยู่ข้างยิหวา
“น้องตาออกมาพอดีเลยค่ะ” พี่นัตตี้บอกเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดดังเอี๊ยด “ยังไงพี่ฝากน้องตาด้วยนะคะ” พี่นัตตี้ย้ำอีกรอบด้วยความเป็นห่วง
“ไม่จำเป็นค่ะพี่นัตตี้ ตาบอกแล้วไงคะว่าตาดูแลตัวเองได้… เธอกลับไปเถอะ” และเธอก็หันมาไล่ฉัน
“ไม่ได้ค่ะน้องตา พี่บอกต้นสังกัดไปแล้วว่าน้องใบข้าวจะมาช่วยดูแลในระหว่างที่อ้อมใจกำลังรักษาตัว”
กันตานิ่วหน้ากดหน้าต่ำลงก่อนห่อไหล่
“วันนี้ฉันซื้อส้มโอมาให้คุณด้วย” ฉันพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี
กันตาเงยหน้าขึ้นพร้อมฉายแววตาเป็นประกายระยิบระยับแว็บหนึ่งก่อนจะทำให้นิ่งตามเดิม
“อยากกินเมื่อวาน วันนี้เอามาทำไมไม่ทราบ!”
“เมื่อวานฉันลืมไง”
“ไม่ใช่ เมื่อวานเธอบอกว่า ‘ไม่ได้ลืมค่ะ แต่ไม่ได้ซื้อ’ ฉันจำได้!” เธอสวนขึ้นทันควัน
นี่จำทุกคำพูดฉันเลยเหรอเนี่ย
“นี่ฉันอุตส่าห์เอาใจคุณนะ”
“เอาใจให้ถึงที่สุดแล้วกัน!”
เธอจะทำให้ผู้จัดการชั่วคราวอย่างใบข้าวปวดหัวเลย ไม่เชื่อคอยดู
“พี่นัตตี้คะ ถ้าหวาตื่นแล้วฝากบอกหวาด้วยนะคะว่าตากลับแล้ว พี่อ้อมใจรีบหายนะคะ ตาอยากให้พี่กลับมาดูแลตาเร็ว ๆ” เธอแตะมือพี่อ้อมใจ
อ้อมใจทำได้เพียงยิ้มบางตอบกลับ
“ได้ค่ะเดี๋ยวพี่บอกให้” นัตตี้รับคำ
“ไหนส้มโอ ตั้งใจเอามาให้ฉันไม่ใช่เหรอ อยู่ไหนล่ะ” เธอทวง
“ในรถค่ะ ไม่ได้ติดมือมาด้วย”
“ทำไมไม่ถือติดมาด้วยเลยฮะ”
“จะรอตรงนี้ไหมล่ะ ฉันจะลงไปเอามาให้คุณ”
“ไม่ต้อง ฉันต้องเดินลงไปอยู่แล้วไหม”
ก็ใช่น่ะสิ ฉันประชด ใครบอกว่าจะยอมเดินวนไปวนมาเล่า
“ข้าวไปก่อนนะคะพี่นัตตี้ พี่อ้อมใจ”
ฉันลาทั้งสองและเดินมายังลานจอดรถใต้ตึกของโรงพยาบาล
“คันนี้ค่ะ” ฉันชี้ไปยังรถเก๋งคันเล็กกะทัดรัด กดรีโมทเปิดและเข้าไปนั่งฝั่งคนขับ
แต่กันตาไม่ยอมเปิดประตูเข้ามาสักที ฉันจึงเลื่อนกระจกลงถาม
“ทำไมไม่ขึ้น”
“ฉันไม่เปิดรถเอง มาเปิดให้หน่อย ประตูหลังนะ” เธอยืนกอดอกทำหน้าเชิด
จริง ๆ แล้วเธอเปิดเองได้ แต่เมื่อจับแล้วก็ต้องตามด้วยบีบเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
“ไม่เปิดก็เดินกลับเองนะ” ว่าแล้วฉันก็ปิดกระจกและสตาร์ตเครื่องและถอยหลังเล็กน้อย
กันตาอ้าปากค้างพลางรีบตบกระจกดังปัง ๆ
“จะขึ้นไหม?” ฉันเลื่อนกระจกถามอีกรอบ
“ขึ้นสิ! อย่าถอยอีกนะ!” เธอตวาดเสียง
เธอเดินไปทางประตูหลัง
“มานั่งข้างฉันนี่” ฉันตะโกนบอก
“จะนั่งหลัง เธอจะทำไม”
ฉันนั่งนิ่งไม่ตอบอะไรปล่อยให้เธอทำตามที่ใจอยาก เพราะถึงอย่างไรเธอก็ต้องกลับมานั่งข้างหน้าอยู่ดี เพราะของจิปาถะวางกองระเกะระกะอยู่เบาะหลังเต็มไปหมด จนแทบไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปนั่งได้
รถสาวโสดแถมขี้เกียจก็เป็นแบบนี้แหละ เรื่องธรรมดา
กันตาที่กำลังจีบนิ้วเปิดประตูหลังด้วยความยากลำบาก แต่พอเปิดได้แล้วก็ต้องยืนถอนหายใจก่อนใช้มือผลักปิดอย่างลืมกลัวมือจะสกปรก
และเธอเดินมาเปิดข้างหน้าแทน พลางมือถูไล่ฝุ่นออกจากฝ่ามือตัวเอง
“ทำไมไม่บอกแต่แรกว่าข้างหลังไม่มีที่จะนั่ง รกมาก เกิดมาไม่เคยพบเจออะไรสกปรกแบบนี้มาก่อน เธอเป็นผู้หญิงนะทำไมโสโครกแบบนี้”
เมื่อเธอหยุดบ่นฉันจึงเอ่ยขึ้น
“ก็บอกให้มานั่งตรงนี่แต่แรกไม่มาเอง”
“ก็เธอบอกแต่ว่าให้มานั่งหน้า ไม่ได้บอกเหตุผลสักหน่อย”
“ออกรถแล้วค่าาา” ฉันพูดตัดขึ้นเพื่อจบประโยคที่น่ารำคาญของเธอ
“คุณจะกลับเลยไหม”
“กลับเลย เหนื่อยจะแย่”
เหนื่อยอะไรของเธอ ได้ข่าวว่านอนโดยไม่กระดิกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งหลายวัน
“เอ๊ะ…ยัง ยังไม่กลับคอนโด”
“ตกลงเอาไงคะ”
“พาฉันไปห้างฯ ก่อน จะไปซื้อมือถือ เครื่องเก่าพังเละไปแล้ว”
โชคดีที่ฉันถามเธอในขณะที่รถกำลังจะถึงตัวห้างสรรพสินค้าพอดี จึงเลี้ยวรถเข้าไปทันที
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments