ฉันถือถุงใส่เสื้อเปื้อนพลางมองมันและทำใจโยนมันทิ้งในถังขยะหน้าบริษัท
“เพิ่งซื้อมาด้วย ใส่ไม่ถึงสามครั้งเลย”
ฉันดันหมกเสื้อทิ้งไว้นานเกิน คิดว่าถ้าซักคงเอาคราบเลือดไม่ออกแล้วแหละ ตัดใจทิ้ง ๆ ไปเลยแล้วกัน
“มายืนทำหน้าละห้อยบ่นกับถังขยะตรงนี้ทำไมฮะไอ้ข้าว ฉันก็ไม่ได้ให้งานแกเยอะเกินไปนะ”
“อ่าวพี่เอกวุฒิเองเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ เห็นเป็นนางฟ้านางสวรรค์ที่ไหนจ๊ะ”
“นางมาร”
“ไอ้นี่! ไป ๆ เข้าไปได้แล้ว ว่าแต่ทำไมแกกลับมาช้ากว่าชาวบ้านชาวช่อง คนอื่นเขากลับเข้ามากันหมดแล้ว”
“เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะพี่เอกวุฒิ พี่เห็นข่าวรถคุณกันตาโดนชนเปล่า”
“เห็น เพิ่งดูไปไม่นานนี้เอง”
“นั่นแหละ ข้าวอยู่ในเหตุการณ์เลยติดรถพยาบาลไปด้วย แล้วเพิ่งได้กลับมาเนี่ย”
“ว๊าย ดีเลย ๆ แกไปเล่าเหตุการณ์ให้กนกฟังเลยนะ จะได้เขียนข่าว แถมเราได้ข่าวนำหน้าสำนักอื่นด้วย ว่าแต่พรุ่งนี้แกต้องไปที่โรง’ บาลอีกมะ”
“จะให้ข้าวรายงานให้ว่างั้น”
“ฉลาด!”
“แน่นอนค่ะ”
“แย้งบ้างก็ได้นะไอ้ข้าว”
“เรื่องอะไรเล่า พี่เอกวุฒิชมทั้งทีข้าวก็ต้องรับสิ”
หลังจากแยกจากพี่เอกวุฒิแล้วฉันก็เข้าออฟฟิศตัวเองเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน โชคดีที่มีติดไว้ที่ทำงานหนึ่งตัว
จากนั้นจึงค่อยขึ้นไปหากนกและเล่าเรื่องราวสำหรับเขียนข่าวให้เธอฟังอย่างละเอียด
“พรุ่งนี้มาอัปเดตอาการให้ฉันฟังด้วยนะ สำนักเราจะได้เป็นเจ้าแรกที่มีการเคลื่อนไหว”
“อือเดี๋ยวฉันจัดให้ แต่คงต้องขอก่อนล่ะนะ”
ถ้าไม่ขอก่อนฉันอาจโดนทางนั้นเฉ่งเอาได้ และที่วันนี้เล่ารายละเอียดได้เพราะทุกสำนักพากันได้รับอนุญาตและลงข่าวกันหมดแล้ว
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ข้าว โทรศัพท์แกดัง” กนกทักขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมรับสายสักที
“เอ้าขอบใจ” ถ้ากนกไม่บอกฉันคงไม่รู้ว่ามีสายเรียกเข้า
เบอร์แปลกซะด้วย
“สวัสดีค่ะ ใบข้าวพูดค่ะ”
[ส้มโอ]
“คะ?”
[อยากกินส้มโอ]
“เบอร์คุณเองเหรอ”
มีคนเดียวเท่านั้นแหละที่อยากกินส้มโอในเวลานี้ กันตายังไงล่ะ
[เบอร์พี่นัตตี้]
“คุณโทรมาแค่นี้ใช่ไหมคะ งั้นฉันวางนะ งานยุ่ง”
ความจริงฉันว่างจะตาย
[อยากกิน….]
ฉันตัดสายทิ้งก่อนเธอจะพูดต่อ
“ใครโทรมาหน้ายุ่งเชียว” กนกถามเพราะเห็นสีหน้าฉันหลังจากที่รับสายจนกระทั่งวางสายไป
“โรคจิตน่ะแก ไม่มีอะไรหรอก”
“น่ากลัวนะมีโรคจิตโทรมาหาแบบนี้ ระวังจะมีครั้งต่อ ๆ ไปนะ”
“ไม่มีหรอกน่า”
ฉันไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับกันตาอีกแล้วหลังจากกลับจากโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
ไม่น่ามีเหตุจำเป็นอะไรต้องเจอกัน นอกเสียจากว่าจะเจอกันแว๊บ ๆ ตามงานที่ฉันต้องไปตามแอบถ่ายพี่มานัทเท่านั้น
หลังจากทำงานเสร็จฉันก็ตรงกลับคอนโดโดยไม่แวะที่ไหนเลยเพราะความเหนื่อยล้าที่วันนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน
“วันนี้มีข่าวอะไรอัปเดตบ้างนะ” ฉันบิดขี้เกียจสองสามทีก่อนเปิดโน๊ตบุ้ค
ฉันอ่านข่าวเรื่อยเปื่อยไปสักพักก็มีสายเรียกเข้า
ปกติเบอร์นฉันไม่ค่อยมีใครโทรมา เรียกได้ว่าซื้อมาไว้เป็นที่ทับกระดาษก็ยังได้ แต่ทำไมวันนี้เข้าบ่อยจัง สองสายก็ถือว่ามหัศจรรย์แล้วสำหรับฉัน
เมื่อดูหน้าจอก็โชว์เบอร์ของพี่นัตตี้ หรือว่าพี่แกจะมีธุระด่วนแล้วให้ฉันไปเฝ้าไข้ก็อาจจะเป็นไปได้
“สวัสดีค่ะพี่นัตตี้”
[ฉันเอง]
“ฉันเองแล้วใครล่ะคะ” ที่จริงฉันรู้ว่าปลายสายคือกันตา
โทรอะไรมาดึกดื่น สี่ทุ่มกว่าแล้วยังไม่นอนอีก!
[ฉันไง ฉันน่ะ!]
“แล้วโทรมามีอะไรคะ”
[ฉันกันตาไง คนออกจะดังลืมได้ไง] เธอยังคงพยายามบอกว่าเป็นตัวเอง
“รู้ตั้งแต่คำแรกแล้วค่ะ แล้วสรุปโทรมามีอะไรคะ ไม่พักผ่อนเหรอถึงโทรมาก่อกวนฉันเล่น”
[นอนไม่หลับ คุยเป็นเพื่อนหน่อย]
แบบนี้ก็ได้ด้วย
“คนอื่น ๆ ในห้องก็มีเยอะแยะทำไมคุณไม่คุยล่ะ”
[ฉันเกรงใจน่ะ ยิหวาต้องพักผ่อน ส่วนพี่อ้อมใจกระดิกตัวอะไรยังไม่ได้เลย]
เกรงใจคนอื่นแต่ไม่เกรงใจฉันเนี่ยนะ เธอควรเกรงใจฉันเป็นคนแรกมากกว่าเพราะไม่ได้สนิทอะไรด้วย
“….”
[อย่าเงียบสิ นะคุยด้วยหน่อย] เธอพยายามตื๊อ
“ฉันง่วงแล้ว คุณนับแกะไปก่อนแล้วกัน แค่นี้นะคะ”
[เดี๋ยวสิเดี๋ยว]
“คุณวางสายแล้วล้มหัวลงนอนพักซะนะ” ฉันเกลี้ยกล่อม
[ไม่เอา..]
“ไม่เอาก็ต้องเอาค่ะ เพราะฉันจะวางแล้ว”
[ก็ได้ ๆ แต่เธออย่าลืม….]
ฉันกดวางสายก่อนจะรีบปิดเครื่องทันทีเพราะกลัวว่าเธอจะโทรซ้ำอีกรอบ
ถึงฉันจะฟังไม่จบประโยคแต่ก็รู้ว่าเธอจะพูดอะไรต่อ ส้มโอของเธอยังไงล่ะ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments