ขณะที่ฉันกำลังจะข้ามไปฝั่งสนามก็เห็นคนมุงดูบางอย่างอยู่บริเวณขอบถนน
อย่างฉันเหรอจะพลาด เข้าไปรวมกลุ่มเป็นไทยมุงกับเขาเป็นที่เรียบร้อย
มีรถชนกันระหว่างรถตู้กับกระบะ รถตู้มีสภาพยับด้านท้าย ส่วนกระบะด้านหน้าเละ
“เมื่อกี้เสียงชนกันดังมากเลย ดูท่ากระบะขาวไม่เบรกเลยแหละ”
“ใช่ ๆ น่ากลัวมาก”
เสียงไทยมุงแถวนั้นพูดคุยแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ที่ตนเห็นไปเมื่อครู่
ทันใดนั้นประตูของรถตู้ค่อย ๆ เลื่อนออก หญิงสาวในชุดเดรสก้าวเท้าออกมานอกรถ เธอจับขอบประตูเพื่อเป็นการพยุงตัว เลือดสีแดงสดอาบบริเวณศีรษะ เธอหรี่ตามองรอบ ๆ ด้วยอาการพร่ามัว
“เธ…..อ” เธอขานเรียกคนตรงหน้าที่เธอคุ้นหน้าที่สุดในเวลานี้
“คุณ!” ฉันตกตะลึงเมื่อคนที่ออกมาจากรถคือกันตา
ฉันรีบพุ่งตัวไปรับเธอไว้ในอ้อมกอดก่อนที่ร่างของเธอจะร่วงลงพื้น
ฉันโอบประคองเธอไว้ก่อนเรียกสติและสะกิด
“คุณได้ยินฉันไหม คุณ”
“อือ….” เธอเปล่งเสียงออกมาจากลำคอเล็กน้อย
“ลืมตามองด้วยสิ”
“….”
“คุณ!”
“….”
คราวนี้ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาแล้ว
“มีใครเรียกรถพยาบาลยังคะ” ฉันรีบตะโกนถามคนรอบข้างอย่างร้อนรน
หลังจากสิ้นคำถามของฉัน ทุกคนก็ต่างพากันหันไปถามกันยกใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบฉันเลยสักคน
คาดว่าคงยังไม่มีใครโทรแจ้ง ฉันจึงรีบกดต่อสาย 1669 ทันที
“สวัสดีค่ะ มีเหตุฯ รถชนกันค่ะ ตรงหน้าสนามกีฬาXXX คนเจ็บหมดสติทั้งหมด….” ฉันรีบกวาดตามองเข้าไปในรถตู้และรถกระบะ “ห้าคนค่ะ”
ไม่นานนักรถพยาบาลและรถป่อเต็กตึ๊งก็ขับตามกันมาติด ๆ เพื่อมารับผู้ประสบอุบัติเหตุ
ยิหวา อ้อมใจ กันตา และคนขับรถทั้งสองฝั่งต่างถูกพาขึ้นรถไป
ส่วนฉันรีบกระโดดขึ้นรถตาม หลังจากที่กันตาถูกนำขึ้นไปก่อน
“เป็นเพื่อนค่ะ” ฉันยิ้มบอกหมอพยาบาล จากนั้นจึงนั่งติดรถไปที่โรงพยาบาลพร้อมเธอ
หลังจากทุกคนได้รับการรักษาและปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ฉันก็กำลังนั่งเฝ้าทั้งสามอยู่ในห้องรวม
ฉันเป็นเลือกห้องรวมเองแหละ สาเหตุก็คือห้องรวมที่นี่มีแค่สามเตียงพอดี ฉันจะได้คอยดูแลทั้งสามได้อย่างทั่วถึง
ตอนนี้คงมีข่าวออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่นานฉันก็นึกขึ้นได้ว่าต้องโทรบอกกองฟางเรื่องยิหวาประสบอุบัติเหตุ ในใจก็ลุ้นว่า ณ จุดที่เธออยู่นั้นมีสัญญาณหรือเปล่า
เมื่อฉันได้ยินเสียงตรู๊ดดังขึ้นก็สบายใจ
[โทรมามีไรแก]
“มี แต่แกทำใจไว้นะ”
[ว่ามา]
“คือคุณยิหวาอยู่โรง’ บาลตอนนี้”
[หะ! แล้วเป็นอะไรทำไมถึงไปอยู่นั้น]
“อุบัติเหตุ รถชนรถ” จากนั้นฉันจึงบอกชื่อโรงพยาบาลและเลขห้อง
[แล้วเป็นอะไรมากไหม]
“ไม่นะ รอแค่ฟื้นแต่ที่หนักก็จะเป็นพี่อ้อมใจน่ะ” ฉันเหลือบมองเธอด้วยความเห็นใจ ถ้าเธอตื่นขึ้นมาพบกับสภาพตัวเองว่าถูกเข้าเฝือกเกือบแทบทั้งตัวคงช็อกน่าดู
“เดี๋ยวฉันดูคุณเขาให้ก่อน แกไม่ต้องรีบมากละ” ฉันกลัวกองฟางจะได้รับอันตรายอีกคน
[ใจมาก ฉันจะรีบขึ้นกรุงเทพฯ ฝากด้วยนะแก]
หลังจากฉันเคลียร์ทุกอย่างแล้วจึงไปเปลี่ยนชุดเนื่องจากเสื้อของฉันเปื้อนเลือดของกันตา ตอนที่ประคองเธอไว้
โชคดีที่ฉันติดเสื้อกันแดดมาด้วย เลยมีเสื้อสะอาดเอาไว้เปลี่ยน
เมื่อกันตารู้สึกตัว เธอมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยอาการมึนงง จากนั้นจึงค่อยดันตัวขึ้นนั่งพิงกับเตียง
“โอ๊ย” เธอเอามือกุมศีรษะ
“คุณเป็นไงบ้าง เห็นไหมว่านี้กี่นิ้ว” ฉันชูสองนิ้วยื่นให้เธอดู
“สองไง ไม่ได้ตาบอดนะ”
นั่น ตื่นขึ้นมาก็โดนเล่นซะแล้วฉัน
“ก็แค่จะเช็กอาการคุณเท่านั้นเอง กลัวว่าจะเอ๋อ”
“นี่! ฉันไม่… โอ๊ย”
“คุณพักผ่อน พักปากก่อนค่ะ ค่อย ๆ นอนนะ เดี๋ยวฉันช่วย” ฉันหลอกด่าไปหนึ่งทีเนียน ๆ ดีนะที่เธอกำลังปวดหัวเลยไม่ได้ฉุกคิดกับคำพูดเมื่อกี้ของฉัน
“ทำไมฉันถึงอยู่นี่ แล้วนี่ที่ไหน” เธอว่าจะถามใบข้าวตั้งแต่ที่รู้สึกตัว
“โรง’ บาล คุณอยู่โรง’ บาล”
กันตาได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว พลางพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอจะนึกก็ดันปวดแผลตุบ ๆ เธอยกมือจับศีรษะบริเวณที่มีผ้าก๊อซปิดไว้
“อะไรอะ” เธอลูบคลำ
“อย่าไปจับสิคุณ” ฉันเอื้อมมือไปคว้ามือเธอไว้ไม่ให้สัมผัสไปมากกว่านี้
“ฉันจะลำดับเหตุการณ์ให้ฟังนะ อันแรกเลยคุณเกิดอุบัติเหตุมีรถกระบะมาชนกับรถตู้ที่คุณนั่ง แล้วที่หัวนั่น หัวคุณแตก เย็บสามสี่เข็มมั้ง”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างและเริ่มร้อนผ่าว จากนั้นก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่อายใคร “ฮื่อออออออ แง”
“คุณใจเย็น ๆ ก่อน ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้น ทุกคนปลอดภัยรวมทั้งคุณด้วย” ฉันรีบเข้าไปปลอบใจเธอ
“ถ้าฉันมีแผลเป็นจะทำยังไง ฮืออออ… หน้าฉันสวย ๆ ของฉันใช้หากินด้วย ฮื่อออออ”
“….” ฉันสตั้นไปสามวิ
ตอนแรกฉันนึกว่าเธอขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซะอีก ที่แท้ห่วงสวย
“ตามหมอให้ที อึก.. ตามหมอ” เธอน้ำตาคลอเขย่าแขนฉัน “ยังอีก จะยืนบื้ออยู่ทำไมเล่า!”
“ถ้าให้ตามเรื่องรอยแผล ฉันไม่ทำนะ”
“ทำไมล่ะ นี่มันเรื่องใหญ่สำหรับฉันเลยนะ”
“แผลคุณมันเล็กจิ๊ดเดียว รู้ไหมคุณโชคดีกว่าทุกคนบนรถเลยนะ”
“แต่มันจะเป็นรอย” เธอพูดพร้อมดึงทิชชูที่วางไว้ข้างเตียงขึ้นมาซับน้ำตา
“เอางี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปซื้อครีมลบรอยแผลเป็นให้ คราวนี้สบายใจขึ้นรึยัง”
“รีบไปซื้อตอนนี้เลยนะ เอาสิบหลอดเลย! ฮืออออออหน้าฉัน” เธอสั่งฉันเสร็จก็นอนร้องไห้โวยวายเอาผ้าคลุมโปง
“เฮ้อออ คุณเบาหน่อย รบกวนคุณยิหวากับพี่อ้อมใจ”
“ฮืออออออ รีบไปซื้อสิ ฮือออออ”
“งั้นเดี๋ยวฉันจะรีบมานะ”
จากนั้นฉันก็ลงไปหาซื้อครีมลบรอยตามที่ได้บอกไว้ แต่ซื้อมาแค่สองหลอดพอนะ ฉันไม่บ้าจี้ซื้อมาถมที่ตามที่กันตาบอกหรอก
และก่อนจะกลับจึงซื้อผลไม้ติดมือมาสองสามอย่าง
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments