“ไหน เมื่อวานได้อะไรมาบ้าง” กนกแวะมาหาฉันในออฟฟิศชั้นสายข่าวกีฬา
“เอานิ้วมา” เธอหยิบมือถือของฉันขึ้นมาพร้อมยกนิ้วโป้งของฉันมาแปะลงที่หน้าจอ
เมื่อโทรศัพท์มือถือถูกปลดล็อกแล้วเธอก็เข้าไปในคลังภาพ
“ตอนที่เธอบอกฉันว่าพี่มานัทสุดหล่อของฉันดันเป็นคนแบบนั้นไปได้ นี่ตอนที่เธอบอกแทบไม่อยากจะเชื่อเลย จนได้ไปเห็นกับตาตัวเอง”
“เป็นไงบ้าง พอใช้ได้ไหม แต่เมื่อวานเกิดเรื่องนิดหน่อยเลยได้มาเท่านี้” ฉันบอกอย่างเซ็ง ๆ
“อื้ม น้อยไป รูปแค่นี้ยังประจานไม่ได้” กนกเลื่อนภาพไปเรื่อย ๆ จนไปเจอภาพหนึ่งคั่น “ถ่ายใครส่องกระจกมาวะนั่น”
เนื่องจากในภาพเป็นภาพที่ซูมระยะไกลแล้วผู้หญิงคนนั้นดันอยู่ในระยะที่ใกล้กว่าจึงมองไม่ชัดว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
“เออคนนี้แหละแกตัวขวางงาน พูดถึงแล้วก็หงุดหงิด” ฉันคว้าโทรศัพท์มือถือกลับคืนก่อนวางไว้บนโต๊ะตามเดิม
“แล้วเมื่อวานมีไรอะไรถึงได้เป็นถึงขนาดนี้ ท่าจะหนักน่าดู” กนกสงสัยเพราะปรกติฉันไม่ค่อยอารมณ์เสียใส่ใครเท่าไหร่ ออกจะเป็นคนเฮฮาปาจิโกะ
“เรื่องมันยาว ยาวมากกกก เล่าสามวันอารมณ์ยังค้าง”
“งั้นไม่อยากรู้ก็ได้ ไม่อยากให้แกอารมณ์เสียแต่เช้า กลัวจะพาลไปกวนตีนใส่คนอื่น”
“รู้ดีไปอีก”
หลังจบบทสนทนากับกนก ฉันก็พนมมือขึ้นเหนือหัว
“… สาธุ”
“ทำไรของแกอีกไอ้ข้าว” กนกสงสัยกับท่าทางของฉัน
“พอพูดถึงเรื่องเมื่อวานก็อดนึกถึงผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ก็เลยขอพรอย่าให้ได้เจอกันอีกเลยชาตินี้ พูดแล้วขนลุก ดูสิดู” ฉันชี้นิ้วไปที่แขนของตัวเอง ตอนนี้มันกำลังขึ้นเป็นตุ่มหนังไก่ทั่วร่างกาย
“โห ฉันว่าแกไปขี้ไปไอ้ข้าว”
“ไม่ได้ปวดเว้ย! ไปดีกว่า” ฉันลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเป้
“เอ้าไปไหน”
“ทำงาน ไปสนามก่อน”
หลังจากนั้นฉันก็มุ่งหน้าไปสนามกีฬาวอลเลย์บอล เพื่อไปเก็บภาพการแข่งขัน
ก่อนเข้าไปในตัวอาคารสนามฉันดันเหลือบไปเห็นหลังไวไวของผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปยังอาคารข้าง ๆ แค่ฉันเห็นแว๊บเดียวก็รู้ทันทีเลยว่าเป็นพี่มานัทสุดหล่อนิสัยเลวของฉัน
ว่าแล้วฉันจึงเปลี่ยนทิศทางการเดินทันทีพร้อมกับเตรียมโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไว้ในมือ
“ข้าวจะไปไหนนั่น ทางเข้าอยู่ทางนี้” พี่ชัยวัตน์ที่มาทำข่าวกับฉันถามขึ้น
“แฮะ พี่ก็รู้ใช่ปะว่าข้าวได้รับมอบหมายสองงานอะ พอดีข้าวเจอเป้าหมายพอดี ข้าวฝากพี่ด้วยนะ” ฉันยิ้มแห้ง
“เออ! ถ้าวันนั้นพี่ไม่ได้ยินพี่เอกกี้พูดไว้นะ พี่คงคิดว่าเราจะโดดงานชัวร์”
“ข้าวไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย พี่รีบเข้าไปเถอะ คนอื่นเข้าไปกันหมดแล้ว” ฉันกวักมือไล่พี่ชัยวัตน์ให้เข้าไปข้างในสนามก่อนที่ตัวฉันเองจะเข้าไปในอาคารข้าง ๆ แทน
ฉันยืนอยู่หน้าทางเข้าสักพักก็มีกลุ่มนักข่าวกลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปในตัวงาน ฉันเลยตีเนียนไปกับเขาซะเลย
“ขอดูบัตรด้วยค่ะ” พนักงานที่คอยต้อนรับแขกและตรวจสอบความเรียบร้อยยกแขนขวางฉัน
“นี่ค่ะ” ฉันยื่นบัตรสื่อให้เธอดู ในใจก็ลุ้นกลัวว่าทางงานจะมีบัตรพิเศษแยกต่างหาก
เธอหยิบป้ายที่คล้องคอฉันขึ้นมาดูและยิ้มแย้มให้การต้อนรับ
“เชิญค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ฟู่! นึกว่าจะโดนจับโยนออกนอกงานซะแล้ว จากนั้นฉันจึงยกป้ายห้อยคอขึ้นมาจุ๊บหนึ่งที
เมื่อเดินเข้าไปแล้วเหมือนกับอยู่คนละโลกจากเมื่อกี้ ข้างในค่อนข้างครึกครื้นผิดจากข้างนอกโดยชิ้นเชิง ดูเหมือนว่าจะเป็นงานโปรโมทละครหรืออะไรสักอย่าง ในงานมีดารานักแสดงเพียบ
และที่สำคัญมีอาหาร ขนม น้ำให้ทานให้ดื่มฟรีด้วย เย็นนี้ประหยัดค่าข้าวไปหนึ่งมื้อ รู้งี้น่าจะเอากล่องพลาสติกมาด้วย
ฉันรีบเลิกสนใจของกินที่ล่อตาล่อใจ และกวาดตามองไปรอบงานเพื่อหาพี่มานัท
นั่นไง ฉันเห็นเขาแล้ว ดูเหมือนว่าจะเข้าไปในห้องแต่งตัว
ฉันเม้มปากคิดสักพัก ว่าจะหาวิธีไหนเพื่อที่จะเข้าไปในนั้นได้
ตอนนี้ฉันเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูทางเข้า พลางชำเลืองมองข้างใน
ก่อนจะมีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาเพราะเห็นสิ่งผิดสังเกต.. ฉันเองคือสิ่งผิดสังเกต เขาคงเห็นฉันมาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่นาน
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
“เอ่อคือฉัน… ฉัน…ฉันมา….”
มาทำอะไรดี จะเอาอะไรมาอ้างดี ถ้าบอกว่าเป็นแฟนคลับพี่มานัทคงถูกต้อนให้ไปรอหน้างานแน่ ๆ
ในขณะที่เม็ดเหงื่อของฉันกำลังผุดขึ้นที่ใบหน้าก็มีเสียงเรียกช่วยชีวิต
“ข้าว? ใบข้าวใช่ไหม” เสียงนี้เรียกด้วยความไม่มั่นใจว่าใช่คนที่เธอรู้จักหรือเปล่าหรือแค่ท่าทางเหมือนเท่านั้น
“คุณยิหวา มางานนี้ด้วยเหรอ” ยิหวาเพื่อนสนิทของฉันเอง ที่เคยบอกว่าฉันมีเพื่อนสนิทเป็นดาราดัง
แต่ความจริงแล้วเธอเป็นแฟนของเพื่อนสนิทฉันอีกทีหนึ่ง ฉันเลยสมอ้างตีสนิทเป็นเพื่อนคนดังซะเลย
“ที่แท้ก็รู้จักกับน้องยิหวานี่เอง งั้นตามสบายนะครับ เอ่อแล้วเดี๋ยวสักพักมาเติมหน้าหน่อยแล้วกันครับ” ว่าจบพี่ผู้ชายน่าจะเป็นช่างแต่งหน้าของงานก็เข้าไปข้างในตามเดิม
“ฉันต้องถามเธอมากกว่าว่าทำไมถึงมางานนี้”
“ก็ฉันเป็นนักข่าวไง”
“แต่ที่รู้มา กองฟางบอกว่าเธอทำสายกีฬา!” ยิหวาหรี่ตาจ้องหาความจริง
“ฉันรับจ๊อบสองงานน่ะค่ะ ว่าแต่ฉันขอเข้าไปข้างในนี่กับคุณจะได้ไหม”
ไหนไหนฉันก็เจอคนรู้ที่พอจะพาเข้าไปได้แล้ว ก็เลยลองตีมึนถามไปเพื่อโชคดี
“ได้ เพื่อนฟางก็เหมือนเพื่อนฉัน ข้างในมันมีห้องรับแขกเล็ก ๆ อีกห้อง เข้าไปนั่งรอ กินของว่างไปพลาง ๆ ก่อนได้”
“งั้นโอเคเลย ถ้าคุณแต่งหน้าเสร็จแล้วมาเรียกฉันให้ออกไปพร้อมด้วยนะคะ ไม่อยากออกไปคนเดียวเด๋อ ๆ”
ยิหวาพยักหน้ารับ ก่อนจะนำฉันไปยังห้องรับแขก
“ว่าแต่ฟางไม่มาด้วยเหรอคะ”
“ฟางเพิ่งกลับบ้านไปน่ะ อีกสักอาทิตย์คงกลับมา ฉันไปแต่งหน้าก่อนนะ” เธอยิ้มให้ก่อนไปนั่งลงหน้ากระจก
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments