หัวใจของอเล็กซ์เต้นแรงในอกขณะที่เขาเฝ้าดูเรือผีสิงค่อยๆ จมอยู่ใต้คลื่น ความมืดดูเหมือนจะหนาขึ้นและหายใจไม่ออกมากขึ้นในแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไป และเขารู้สึกหวาดกลัวอย่างน่ากลัวที่ปกคลุมเขา เขารู้ว่านี่ไม่ใช่แค่จุดจบของภาชนะที่ถูกสาป มันเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นมาก เขาหันไปหาเอลิซาเบธ ร่างคล้ายวิญญาณของเธอสั่นไหวในแสงสลัว
“เราต้องออกไปจากที่นี่” เขาพูดอย่างเร่งด่วน "เอนทิตีมุ่งร้ายยังคงอยู่ที่นี่ที่ไหนสักแห่ง และเราไม่รู้ว่ามันมีความสามารถอะไร"
เอลิซาเบธพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “คุณพูดถูก อเล็กซ์ เราต้องออกไปในขณะที่เรายังทำได้”
พวกเขาเดินไปตามทางเดินที่ผุพัง แผ่นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดอยู่ข้างใต้เท้า ทุกเสียงดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นในความเงียบ และอเล็กซ์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง ขณะที่พวกเขาขึ้นไปถึงชั้นบน
อเล็กซ์ได้ยินเสียงที่ทำให้เลือดของเขาเย็นเฉียบ นั่นคือเสียงหัวเราะของเด็กๆ มันสะท้อนผ่านโถงทางเดินที่ว่างเปล่าราวกับการเยาะเย้ยเย้ยหยัน ทำให้เขาสั่นสะท้านไปถึงสันหลัง
"เมื่อกี้คืออะไร?" เขากระซิบ เสียงของเขาแทบจะอยู่เหนือเสียงกระซิบ เอลิซาเบธมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและหวาดกลัว
“ไม่รู้สิ” เธอตอบเสียงเรียบ "แต่เราต้องเดินหน้าต่อไป"
พวกเขาวิ่งไปที่ทางออก ฝีเท้าของพวกเขากระแทกกับดาดฟ้า แต่เมื่อพวกเขาไปถึงประตู ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา นั่นคือตัวตนที่มุ่งร้าย รูปทรงไม่ชัดเจนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รูปทรงและขนาดต่างๆ มันแผ่พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ดูเหมือนว่า 63 ดูดชีวิตออกจากทุกสิ่งรอบตัวมัน ทำให้เกิดเงาลางร้ายปกคลุมทุกสิ่งที่ขวางหน้า
อเล็กซ์รู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแรงในขณะที่เขาจ้องเข้าไปในดวงตาสีแดงที่เปล่งประกายของมัน ซึ่งเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาทเย็นชาที่ดูเหมือนจะเจาะเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา เขารู้ว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตรายถึงตาย แต่เขาไม่ยอมถอย ไม่ใช่ตอนที่วิญญาณผู้บริสุทธิ์จำนวนมากยังคงถูกขังอยู่ในสถานที่ต้องสาปแห่งนี้ เขาเอื้อมมือไปคว้ามือของเอลิซาเบธ การจับมือของเขามั่นคงและแน่วแน่
“เราต้องออกไปจากที่นี่” เขาพูดอย่างหนักแน่น "เราไม่สามารถปล่อยให้สิ่งนี้ชนะ"
พวกเขาร่วมกันพุ่งตรงไปยังทางออก เสียงฝีเท้าของพวกเขาสะท้อนผ่านห้องโถงที่ว่างเปล่า เอนทิตีมุ่งร้ายไล่ล่า ร่างของมันเต้นเป็นจังหวะด้วยพลังงานอันน่ากลัวที่ดูเหมือนจะบิดเบือนความเป็นจริง พวกเขาวิ่งขึ้นบันไดและพุ่งทะลุประตูเข้าไปในอากาศเย็นยามค่ำคืน หอบหายใจขณะมองออกไปที่มหาสมุทรที่มืดมิด
ตอนนี้เรือไม่มีอะไรมากไปกว่าเงามืดบนขอบฟ้า หายไปในหมอกแห่งกาลเวลา แต่เมื่ออเล็กซ์มองเข้าไปใกล้ๆ เขาก็รู้ว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ใต้คลื่น ในตอนแรกมันเป็นเพียงแสงริบหรี่จาง ๆ แต่มันกลับสว่างขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบทำให้ไม่เห็น เขาหลับตาพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาเห็น
จากนั้นเขาก็เห็นร่างหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากน้ำเหมือนผี มันเป็นผู้หญิงสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมของเธอยุ่งเหยิงและยุ่งเหยิง ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงจากโลกอื่นขณะที่เธอจ้องมองที่อเล็กซ์ด้วยความเฉยเมยเย็นชา
"คุณคือใคร?" อเล็กซ์ถามอย่างประหม่า ผู้หญิงคนนั้นไม่ตอบ เธอเพียงแค่ชี้ไปที่เรือที่กำลังจม แล้วเธอก็จากไป หายลับไปในห้วงลึกราวกับภาพลวงตา อเล็กซ์รู้สึกหนาวสั่นไหลลงกระดูกสันหลังขณะที่เขาตระหนักถึงสิ่งที่น่ากลัว ความจริงนี่ไม่ใช่แค่เรือผีสิงหรือสิ่งที่มุ่งร้ายที่บ้าคลั่ง มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นมาก สิ่งที่ซุ่มซ่อนอยู่ในส่วนลึกของมหาสมุทรมานานหลายยุคหลายสมัยเพื่อรอจังหวะที่จะโจมตี
เขาหันไปหาเอลิซาเบธ ใบหน้าของเขาซีดด้วยความหวาดกลัว “เราต้องเตือนผู้คน” เขากล่าวอย่างเร่งด่วน
"เราไม่สามารถปล่อยให้สิ่งนี้ทำลายชีวิตอีกต่อไป" เอลิซาเบธพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
“คุณพูดถูก อเล็กซ์ แต่เราจะหยุดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร” อเล็กซ์มองออกไปที่มหาสมุทร จิตใจของเขาโลดแล่นไปกับความเป็นไปได้ เขารู้ว่าพวกเขาเพียงแค่ขูดผิวของสิ่งที่อยู่ใต้คลื่น และมีพลังโบราณที่ท้าทายความเข้าใจของมนุษย์ในการทำงาน แต่เขารู้ด้วยว่าเขาจะไม่พักผ่อนจนกว่าจะได้เผชิญหน้ากับความหวาดกลัวนี้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
เพราะเขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะเปิดเผยความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นบนเรือต้องสาปลำนั้น และเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครต้องประสบกับชะตากรรมของมันอีก ด้วยลมหายใจลึก ๆ อเล็กซ์ออกเดินทางไปยังขอบฟ้า พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่าสยดสยองรออยู่ข้างหน้า
เพราะเขารู้ว่าความจริงอยู่ที่นั่นรอให้เขาเปิดเผย...
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 20
Comments