{ venti x xiao }
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ห้าเซียนยักษาที่ในอดีตกาลนั้นได้ทำสัญญากับ มอแร็กส์ ปัจจุบันเหลือเพียงตนเดียวเท่านั้น
เซียนยักษ์ษาที่กล่าวมา ไม่ใช่ยักษ์ษาจริงๆ เป็นเพียงสัตว์อสูรที่แปลงกาย เปรียบเสมือนกับมนุษย์จริงๆ แต่ยังคงเหลือเค้าโครงความเป็นสัตว์อสูรอยู่
เสียงโหยหวนในยามค่ำคืนของเซียนตนสุดท้าย ที่ร้องเรียกหาเพื่อนยักษาที่เคยร่วมรบกันมานับแต่อดีต
เซียนตนนั้นไร้หนทาง มอแร็กส์ที่เขาเคยมองว่าเป็นแสงสว่างของเขา กลับไม่ใช่ดั่งที่คิดไว้
เหมือนตอนนี้เขาสูญเสียทั้งเพื่อนพ้องที่ถูกกัดกินจากความมืดมิด ที่นำไปสู่ห่นทางร้าย
เซียนทั้งห้าเกิดคลุ้มคลั่ง และต่อสู้กันเองจากความมืดที่กัดกร่อนทั่วร่างกาย จนสุดท้ายเหลือเพียงเซียนยักษาตนเดียวเท่านั้น ที่รอดพ้นมาได้ แต่ถึงจะรอดชีวิตมา แต่จะต้องทุกข์ทนทรมานจากความมืดที่ค่อยๆกัดกร่อนร่างของเขา ทีนะนิดทีละน้อย
เขาทำได้เพียงร้องโหยหวนอย่างทรมานกับตัวเองที่ไร้หนทาง ไร้แสงสว่างที่จะนำพาตัวเขาไปสู่จุดที่พ้นจากวามทุกข์ทรมานนี้ ไม่มีเลย
ไม่มีเลย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ในยามราตรี ทุ่งแม่น้ำตื้นที่มีดอกหญ้า มีปลาเล็ก ปลาน้อยนั้น มีฝูงมอนส์เตอร์ ฮีลิเชอร์ตัวเล็กตัวน้อย ที่ไร้สติปัญญา แต่กลับเรียนรู้เพียงการต่อสู้เพียงเท่านั้น ทั้งที่ไร้สติปัญญา
สุดท้ายก็ถูกฆ่า และพ่ายแพ้เพราะกำลังไม่เพียงพอ และไร้ประสิทธิภาพ ฮีลิเชอร์ที่สติปัญญาต่ำ จะเอาอะไรไปสู้กับเซียนที่มีทั้งพละกำลังที่เด่นด้าน และพลังที่แข็งแกร่งได้ล่ะ
ช่างน่าขัน
หลังจากที่กำจัดเหล่าฝูงมอนส์เตอร์เสร็จสิ้นเรียบร้อย " เซียว " ก็ค่อยๆเอื้อมมือเข้ามาใกล้บนใบหน้าที่สวมหน้ากาก และถอดมันออก ใบหน้าที่เรียบเฉย ชินชาต่อการฆ่าฟัน ดวงตาที่หม่นหมอง เป็นสิ่งที่น่าเวทนาของคนอ่อนแอแบบเขา
เซียวคิดเช่นนั้น โดยที่ไม่รู้ตัวเองว่ามีใครกำลังต้องการเขาอยู่หรือไม่ เขานั้นโดดเดี่ยวอยู่เพียงคนเดียว ปฏิเสธทุกคำชักชวนที่อยากช่วยเหลือเขา เขานั้นไม่อยากรับความช่วยเหลือจากใคร เพราะเขาคิดว่า หากมีเพื่อนมีครั้ง หากเชื่อใจใครอีกครั้ง หากว่ามีคนอยู่ใกล้ตัวเขานั้น ทุกคนจะตายเพราะ " เขา "
ไม่นานนักเซียวก็เกิดทำหน้าตื่นตกใจ มือของเขาขยับมากุมที่อกอัตโนมัต ความเจ็บปวดอีกแล้ว ความทรมานอีกแล้ว ความมืดมิดกำลังกัดกร่อนจิตใจเขาอีกแล้ว มันค่อยๆกัดกร่อน ทีละนิดทีละน้อย
แต่ถึงจะบอกได้เต็มปากว่ามันกัดกร่อนเพียงทีละนิดทีละน้อยเท่านั้น แต่มันกลับเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างมาก มันโหดร้ายมาก ขณะที่กำลังถูกกัดกร่อนจิตใจ เซียวที่พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการกัดกินของความมืดมิดนั้น พวนหวนคิดไปถึงความทรงจำในอดีตที่เจือนจางมากแล้ว แต่มันทำให้จิตใจของเซียวกลับโศกเศร้ามากกว่าเดิมหลายครั้ง และทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้น หลายครั้งและอีกครั้ง ทุกครั้ง มันจะเป็นแบบนี้
เซียวนั้นมิอาจจะคิดหาแสงสว่างสำหรับเขาอีกแล้ว
เขานั้นจนตรอกทุกหนทาง น่าสมเพชที่เขาดันพงวนคิดถึงเรื่องราวในอดีตทุกครั้ง ยามเมื่อเศร้าโศก ทั้งช่วงเวลาที่อ่บอุ่น ที่เขาและเพื่อนพี่น้องยักษากำลังพูดคุยหยอกล้อละเล่นกันอย่างสนุกสนานบนยอดเขาที่พำนักของเซียน
และเรื่องราวที่เขือกำลังถูกความมืดกัดกร่อนจอตใจ และเพื่อนพ้องที่ถูกความมืดครอบงำ กำลังฆ่าฟันกันเองอย่างโหดร้ายเขาพยายามพูดกับตัวเองอยู่หลายครั้งว่า การตายเพื่อหน้าที่นั้นมันช่วยไม่ได้ เพราะสงครามน่ะ ต้องมีคนตายมากเหลือล้นอยู่แล้ว
จากฝืนหญ้าสีเขียวชอุ่ม กลับต้องแปดเปื้อนด้วยโลหิตมากมายจากสงครามนั้น ศพของผู้คนและเหล่าสหายร่วมรบมากมาย สิ้นชีวิตกันไปมาก ความเศร้าโศก และความทรมานปะทุเข้าทุกครั้งยามที่ผู้คนเหล่านั้นที่เหลือรอดจากสงครามเมื่อตอนนั้น หวนคิดเรื่องของสงครามในยามนั้นอีกครั้ง ทั้งต้องทนทุกข์อีกครั้ง และโทษไถ่ตนเองว่าเป็นเพราะตนเองที่ทำให้สหายที่ร่วมรบกันมานานนั้นต้องสิ้นชีวิตไป ตนเองกลับทำได้เพียงแค่มองเพื่อนร่วมรบนั้นสิ้นชีวิตไปต่อหน้า
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เซียวที่พยายามพยุงร่างหนักของตนเองก้าวเดินไปข้างหน้าทีละนิดอย่างยากลำบาก ขณะมือกำลังกุมบาดแผลที่มีโลหิตไหลซิบตลอดเวลา ทำเอาสติของเขาแทบเลือนรางอยู่ตลอดเวลา แต่เขากลับฝืนร่างกายและพยายามเบิกตากว้างอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เปลือกตาที่อ่อนล้าจะปิดลง ร่างกายก็อ่อนล้าเต็มท
ขณะที่กำลังเดินกระเสือกกระสนอยู่แบบนั้น กลับมีสายลมที่เบาบางและอ่บอุ่น ล่องลอยผ่านร่างของเซียวไป เซียวเบิกตากว้างอีกครั้ง ตอนนี้สติของเขากลับมาคงที่เหมือนเคยแล้ว เขาเงยหน้ามองเงาปริศนาตรงหน้า
ที่นั่งจองหองบนก้อนหินขนาดใหญ่ มือซ้ายหน้าถือแก้วที่มีเหล้าชั้นดีอยู่ กำลังแกว่งแก้วไปมาพลางมองแก้วใบนั้นด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ ร่างนั้นหันมามองเซียวที่กำลังกระเสือกกระสนอยู่แบบนั้นด้วยท่าทีประหลาดใจ ก่อนจะพูดชักทายและชักชวนเซียวด้วยรอยยิ้มอ่อนๆพรางยกคิ้วขึ้นสูง
“ เอ๊ะ ”
“ โย่! สหาย สวัสดีๆ แบบนี้มาดื่มกันสักแก้วเป็นไง ? ”
“ หืมม เหมือนบนตัวเธอจะมีกลิ่นเหล้าจางๆอยู่นะเนี่ย ”
เวนติพูด ขณะกำลังทำท่าทีเหมือนกำลังดมกลิ่นอยู่
เซียวเหล่มองสักพัก ก่อนจะพูด และรีบเบี่ยงใบหน้าหนีและรีบกลับไปยังโรงแรมที่พำนักของเขา
“ ไม่ดีกว่า วันนี้ฉันอยากพักสักหน่อย ”
“ หืม ไม่เลวเลยนี่ ”
.......
.......
.......
.......
.......
เซียวที่กลับมายังที่พำนักของเขา เขาจากที่ก่อนหน้ากำลังดูเศร้าหมองนั้น หลังจากที่ได้พบกับ บาบาโทส ซึ่งเขารู้จักดี นั่นคือเพื่อนเก่าของมอแร็กส์ ผู้เป็นนายของเขา ภายในสัญญา
น่าแปลกที่เขากลับรู้เริ่มรู้สึกมีความหวังเล็กขึ้นมาๆ ว่าเทพแห่งลมตนนั้นจะเป็นแสงสว่างอีกครั้งของเขา
แต่พอเซียวได้คิดไตร่ตรองอีกครั้ง เขากลับหมดหวังอีกครั้ง และพูดกับตัวเองอีกครั้งว่า
“ เหอะ ช่างมันสิ ของแบบนั้นน่ะ ไม่มีอีกแล้วหรอก ”
“ มันไม่มีที่สำหรับข้าอีกแล้ว แสงสว่างสำหรับข้าอะไร น่าขันยิ่งนัก ”
.......
.......
.......
.......
.......
.......
.......
.......
.......
.......
...TBC....
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 8
Comments