พวกเธอเดินทางมาถึงวัดป่าพระท่านได้ยืนรออยู่ด้านหน้าของเขตวัดป่า บริเวณวัดป่าแห่งนี้ดูร่มรื่นมีต้นไม้น้อยใหญ่ล้อมรอบวัดนี้ไว้ ถนนและทางเดินโล่งเตียนไม่มีเศษกิ่งไม้ใบไม้ร่วงหล่นเกลื่อนกลาด ทั้งที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่นโดยรอบ วัดนี้เงียบสงบจนสามารถได้ยินเสียงใบไม้ตกลงสู่พื้นดิน เมื่อมองเข้าไปด้านในของเขตวัดป่าจะเห็นกุฏิของพระท่านที่ถูกสร้างขึ้นจากไม้ไผ่นำมาทุบแล้วแผ่ออกสานเป็นตะแกรงนำมาทำเป็นผนัง หลังคามุงด้วยหญ้าและใบไม้ ส่วนพระท่านห่มคลุมจีวรสีแก่นขนุนเข้ม ใบหน้าที่สุขุมเยือกเย็นรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าบ่นบอกถึงอายุได้ประมาณราวๆ 60 พรรษา พระท่านเข้ามาหาแจนบอกให้เธอไปเปลี่ยนใส่ชุดขาว เธอรีบทำตามที่พระท่านสั่ง ในระหว่างที่เธอรอพวกญาติๆเตรียมของถวายพระ แจนได้มีโอกาสสนทนากับพระท่าน เธอถามถึงพี่แทน “ตอนนี้พี่เขาจะเป็นไรไหมคะ?” พระท่านก็บอกว่า “เอ็งไม่ต้องเป็นห่วงเขา เขามีคนช่วยเหลืออยู่ เอ็งควรเป็นห่วงตัวเองดีกว่าไหม? ถ้าเอ็งผ่านคืนนี้ไปไม่ได้เอ็งก็คงได้ตามไปอยู่กับเพื่อนๆที่จากไปแล้วของเอ็ง” พระท่านพูดจบลุงได้ยกโลงศพมาวางตรงหน้าของเธอ ภายในว่างเปล่าสภาพยังดูใหม่เหมือนยังไม่เคยถูกใช้งาน พระท่านและลุงบอกกับแจนวันนี้ให้เธอนอนในโลงศพผีตายโหงและห้ามลุกออกมาจนกว่าจะเช้า แจนได้แต่พยักหน้าและเดินไปช่วยแม่จัดของสำหรับพิธีคืนนี้
ประมาณ 6 โมงเย็นแจนได้เตรียมตัวเข้าไปนอนในโลง เธอได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายและหยิบชุดขาวที่ถูกจัดเตรียมไว้ในห้องของเธอมาใส่ เธอเดินออกจากห้องเห็นลุงกำผ้าดิบไว้ในมือ ลุงนำผ้าดิบมาพันรอบตัวเธอและให้เธอลงไปนอนในโลง สั่งให้เธอพนมมือ แม่ถือดอกไม้ธูปเทียนมาวางไว้ในมือเธอ คล้ายกับว่าเธอเป็นคนตาย ลุงได้นำฝาโลงมาปิดภายในโลงนั้นมันมืดสนิท มีเพียงแสงรำไร้ที่รอดผ่านรูเล็กๆ 4 รูเข้ามาภายในโลง รูพวกนั้นมีไว้สำหรับเพื่อให้เธอหายใจได้ ลุงและพวกญาติๆยกโลงของเธอไปไว้ที่หนึ่ง โดยที่เธอไม่รู้มาก่อนว่าจะถูกนำไปวางไว้ที่ไหน เสียงโลงทุกวางลงแล้วทุกคนก็เดินจากไป
เวลาผ่านไปด้านในโลงมันก็มืดสนิทแสงที่เคยรอดผ่านรูเล็กๆพวกนั้นมาได้ตอนนี้มันได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิดไปเสียแล้ว เธอได้แต่นอนอยู่ในนั้นนานเท่าไรไม่รู้ รอบๆตัวเธอมันเงียบสงบแม้แต่เสียงแมลงร้องสักตัวก็ไม่มี มันเงียบจนเธอสามารถได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง... ผ่านมาสักระยะหนึ่งจากเสียงทีเคยเงียบ ... เธอเริ่มได้ยินเสียงหมาเห่าหอน พวกมันต่างพากันเห่าหอนด้วยเสียงที่โหยหวนน่าขนลุก เสียงลมค่อยๆผ่านพัดเข้ามาในโลงทำให้ขนแขนของเธอลุกซู่ เธอได้ยินเสียงคนเดินจากไกลๆ มันเดินตรงเข้ามาที่เธออยู่แล้วหยุดอยู่ตรงที่หัวโลงของเธอ จากนั้นมันเดินไปรอบโลงของเธออย่าง...ช้า...ช้า... เหมือนมันกำลังสำรวจอะไรบางอย่าง แจนรู้สึกกังวล จิตตก เธอได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะเหมือนมันจะหลุดออกมาจากตัวของเธอให้ได้เสียทีเดียว เสียงเดินนั้นก็เงียบลงที่ปลายเท้า เสียงหมาเห่าหอนก็ยังไม่หยุดร้อง อีกครั้งที่มีลมพัดเข้ามาในโลงแต่รอบนี้มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังนอนลงมาข้างๆ สิ่งนั้นมันค่อยๆหันหน้าเข้ามาหาเธอทำให้เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่กำลังหายใจรดต้นคอของเธอ แล้วเสียงสวดภาษาเขมรก็ได้เริ่มขึ้น มันทำให้แจนถึงกับสติหลุดเธอร้องไห้ออกมาแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เธอนอนตัวแข็งเหมือนท่อนไม้ เธอพยายามตั้งแล้วแล้วเริ่มสวดมนต์วนไปวนมา สิ่งที่อยู่ข้างๆเธอนั้นมันค่อยๆลุกขึ้นออกมาอยู่บนโลงศพที่เธอนอน แล้วเธอก็ได้ยินเสียงเล็บขูดฝาโลง...ครูดคราด...ครูดคราด....ตามมาด้วยทุบฝาโลง...ตึง...ตึง...ตึง...เสียงนั้นมันเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักเสียงกรีดร้องที่โหยหวนทรมานก็ร้องออกมา ...กรี๊ด... เธอรู้สึกเหมือนเวลามันผ่านไปช้ามาก เธอได้แต่นอนฟังเสียงพวกนั้นสลับกับวนไปวนมาตลอดทั้งคืน....
เช้าวันถัดไปลุงมาเปิดโลงศพของเธอออก แสงจากพระอาทิตย์ส่องเข้ามาที่ตาของแจน เธอเอามือออกมาป้องหน้าเธอไว้แล้วค่อยๆลุกออกจากโลง เธอมองไปที่บริเวณรอบๆตัวเธอ สังเกตได้ว่าบริเวณที่เธออยู่นั้นมีป้ายชื่อและเจดีย์ใส่อัฐิจำนวนมาก ทำให้เธอแน่ใจว่าที่ที่เธออยู่นั้นคือป่าช้า เธอและลุงต่างพากันกลับที่ไปวัด เธอเดินเข้าไปหาแม่แต่ยังไม่ได้พูดอะไร แม่ชี้ให้เธอไปนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกวางไว้กลางแจ้ง เธอเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น ลุงได้เข็นถังดำใบใหญ่มาตั้งไว้ใกล้เธอ ภายในถังมีน้ำเกือบเต็มมีกลีบดอกบัวจำนวนมากลอยอยู่บนผิวน้ำ พระท่านให้เธอพนมมือ แล้วพระท่านท่องคาถาพร้อมตักน้ำในถังมารดที่ตัวเธอจนหมด เธอรู้สึกดีขึ้น รู้สึกสบายใจกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พระท่านได้พูดกับแจน “เขาจะไม่มายุ่งกับเอ็งแล้วล่ะ เอ็งสบายใจได้แล้ว” ทุกคนต่างพากันโล่งใจเมื่อได้ยินพระท่านพูดแบบนั้น พวกเธอเก็บของแล้วกราบลาพระท่านก่อนเดินทางกลับบ้าน
แจนขอพักอยู่ต่อที่บ้านของลุงกับป้า 2 วัน ก่อนเธอเดินทางกลับ กทม. เธอดีใจที่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม ทั้งเสียงและสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นกับตัวเธอมันได้หายไปหมดแล้ว เธอดีใจกับชีวิตใหม่ที่เธอได้รับ ส่วนพี่แทนหลังจากที่เธอกลับมาเธอได้รีบเข้าไปหาพี่แทนที่บ้านและได้ถามไถ่เหตุการณ์ที่พบเจอ พี่แทนก็เล่าให้แจนฟังว่าเขาก็เจอหนักพอสมควรเกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน แต่โชคดีได้พระที่นับถือช่วยไว้ทันเวลา จึงทำให้ปลอดภัยกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเธอ เมื่อเธอได้ยินเสียงโทรศัพท์เป็นสายเรียกเข้าจาก แม่ของพลอย.......
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 22
Comments
นิว💙
ยังไม่ได้ทำตอนที่6หรอรีบทำเลยนะ รู้สึกไปตามเนื้อเรื่องที่อ่านเลย
2023-07-18
0