พอเดินทางไปถึงบ้านพ่อหมอ สุนัขทุกตัวตั้งแต่หน้าทางเข้าจนถึงบ้านพ่อหมอได้พากันหอนตลอด เมื่อทุกคนลงจากรถมีหญิงชราแก่ ๆ คนหนึ่งเดินมารับพวกเธอจากหน้าบ้าน หญิงชราคนนี้ได้แต่งชุดสีขาวคล้ายกับคนถือศีล หญิงชราได้บอกว่า พ่อหมอรออยู่ในเรือน ให้รีบขึ้นไปหาพ่อหมอได้เลย ภายในห้องของพ่อหมอ มีโต๊ะหมู่บูชาพระเครื่องชุดใหญ่ มีหุ่นแปลกๆ ดูท่าทางทำให้ขนลุก ส่วนตัวพ่อหมอนั้นเป็นชายวัย 70-80 ปี พ่อหมอได้พูดขึ้นว่า “พวกเอ็งรู้อยู่ป่าวว่าทำอะไรไป! ทำไมพวกเอ็งถึงไปยุ่งกับเขา พวกเอ็งอยากเจอดีกันใช้ไหม?”
ทุกคนต่างพากันตกใจ พี่แทนได้พูดกับพ่อหมอว่า “พวกเราแค่มาทำงาน ไม่ได้มารบกวนใคร ทำงานเสร็จแล้วพวกเราจะรีบกลับบ้านกัน” พ่อหมอก็บอกว่า “พวกเอ็งไปอยู่ในที่ของเขา เขาจะเอาพวกเอ็งไปอยู่ด้วย” จากนั้นลุงคนขับรถตู้ก็ได้ยื่นเศษหนังที่เก็บได้ให้พ่อหมอดู พ่อหมอสีหน้าเปลี่ยนไปทันที แล้วบอกว่า “เศษหนังที่เก็บได้อันนี้ เป็นหนังของคนตายโหง คนที่ทำเกี่ยวกับพวกนี้เป็นคนที่เล่นของเขมร” พ่อหมอได้นำเศษหนังอันนั้นใส่ขัน นำน้ำใสๆเทใส่ลงไปในขันเกือบมิดเศษหนัง พ่อหมอก็ได้สวดทำพิธี ขณะที่ทำพิธีอยู่นั้นได้เกิดลมแรง ปิดประตูหน้า หน้าต่าง เสียงดังหลายครั้ง หมาแถวนั้นก็พากันเห่าหอน กลิ่นแปลกๆคล้ายกับกลิ่นซากศพ ลอยมาแตะจมูกทุกคนตลอดจนเสร็จพิธี หลังจากพิธีได้จบลงลมกับเสียงต่างๆก็พากันหยุดลงพร้อมๆกัน พ่อหมอยังได้พูดอีกว่า “เขายังไม่จบแค่นี้ เขาจะเอาพวกเอ็งไปอยู่ด้วย ไปรับใช้เขา” มี่เลยพูดขึ้นว่า “งั้นเรากลับ กทม. กันไม่ทำแล้วงานไว้รอบหน้าค่อยว่ากัน” พ่อหมอก็บอกอีกว่า “เอ็งหนีไปพ้นหลอก ในเมื่อพวกเอ็งไปอยู่ที่ของเขาแล้ว เขาก็จะตามเอาเอ็งไปอยู่ด้วย”
แจนด้วยความสับสนและมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเธอ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วย พวกเธอไม่ได้ไปลบหลู่ ทำไมถึงได้ตามมาเอาชีวิตพวกเธอ พ่อหมอได้หยิบเชือกยื่นให้กับพี่แทนให้เอาไปผูกรอบบ้าน แล้วอย่าไปยุ่งกับที่ของเขา แจนยังไม่เข้าใจที่พ่อหมอบอก จึงนั่งนึกถึงของที่น่าจะเป็นของคนนั้นหรือว่าจะเป็นห้องที่ใส่กุญแจไว้หรือเปล่า เธอจึงได้สอบถามเพื่อนๆอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามีใครในกลุ่มไปยุ่งกับห้องนั้นไหม เพชรและพลอยได้แต่มองหน้ากันแล้วหันมาพูดกับแจน เมื่อคืนก่อนเข้านอนพวกเธอได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรอยู่ในห้องนั้นหลายรอบมาก พลอยบอกว่ารำคาญนอนไม่หลับ เลยลองไปเคาะประตูห้อง แล้วเสียงนั้นก็เงียบไป ทั้งคู่ไม่ได้คิดอะไรมากแล้วกลับห้องมานอนเหมือนเดิม ทุกคนในกลุ่มเข้าใจทันทีเลยว่าในห้องนั้นต้องมีอะไรแน่ๆ พ่อหมอเอ่ยปากบอกเป็นในในอีกรอบ “อย่าไปยุ่งกับที่ของเขาต่างคนต่างอยู่ ถ้าคืนนี้ผ่านไปได้ก็ไม่มีอะไรให้กังวลแล้ว” พวกเธอต่างพากันไหว้ขอบคุณพ่อหมอแล้วกลับไปยังที่พัก
เมื่อกลับไปถึงบ้านพักหลังนั้น แจนและเพื่อนๆเปิดประตูเข้าไปทันใดนั้นทุกคนได้กลิ่นซากศพลอยมากับแรงลมที่เปิดประตู เป็น
กลิ่นจางๆแต่มันเป็นกลิ่นที่ติดจมูกทุกคนอย่างน่าสะอิดสะเอียน สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องช๊อกไปตามๆกัน ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น ข้าวของของพวกเธอถูกรื้อค้นกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ผนังห้องถูกเขียนด้วยลิปสติกสีแดงด้วยภาษาแปลกๆ ลุงคนขับรถตู้ถึงกับร้องออกมา “อื้อฮือ... บ้านหลังนี้แรงจริงๆ ภาษาที่อยู่บนผนังนั้นเป็นภาษาเขมร” ทำให้ทุกคนยิ่งหวาดกลัวกันยกใหญ่ แต่แล้วลุงคนขับรถตู้ก็พูดปลอบใจทุกคน “ไม่มีอะไรหลอก เดี๋ยวเอาเชือกที่พ่อหมอให้มาไปผูกรอบบ้านก็คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ” ทุกคนเลยพากันเก็บของทำความสะอาดบ้าน เพื่อให้วันนี้พวกเธอมีที่นอน ลุงขับรถตู้ได้ช่วยเอาเชือกที่พ่อหมอให้ไปผูกไว้รอบบ้านตามที่พ่อหมอสั่งมา ในขณะที่นำเชื่อกไปผูกรอบนั้น ลุงขับรถตู้ได้สังเกตเห็นเงาดำๆ อยู่บนต้นไม้จองมองลงมาที่พวกเธออย่างไม่พอใจ
ทุกคนเก็บของเรียบร้อยแล้ว แจนได้ขอให้ทุกคนแยกย้ายไปทำภาระกิจส่วนตัว แล้วกลับลงมารวมกันที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง แจนกับมี่ได้ขึ้นกลับไปที่ห้อง ต่างคนต่างรีบเก็บเสื้อผ้าเครื่องใช้ส่วนตัว ขณะกำลังเก็บของอยู่นั้น แจนและมี่ได้ยินเสียงเหมือนแจกันตกพื้น ...เพล้ง... ดังมาจากห้องข้างๆ แล้วหน้าต่างห้องนอนที่แจนและมี่อยู่ก็เปิดออกอย่างแรง มีลมพัดเข้ามาในห้อง แจนรีบวิ่งไปปิดหน้าต่าง เหลือบไปเห็นหน้าต่างห้องข้างๆถูกเปิดอยู่ มีเงาดำๆ ยืนมองหน้าเธอ เธอรีบปิดหน้าต่าง แล้วบอกมี่ให้รีบลงไปข้างล่าง ขณะที่แจนและมี่กำลังออกจากห้อง ทั้งสองได้ยินเสียงคนทุบประตู ...ตึง.ตึง.ตึง...ดังมาจากห้องข้างๆ ทั้งคู่รีบวิ่งลงมาข้างล่างพร้อมกันน่าตาตื่น ทุกคนที่อยู่ด้านล่างหันมามองที่ทั้งคู่อย่างประหลาดใจ แจนจึงได้เล่าให้ทุกคนฟังว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วพี่แทนก็เล่าเรื่องที่เจอมาให้ฟังว่า ตอนที่พี่แทนกำลังอาบน้ำอยู่ เหมือนมีคนมองอยู่ข้างนอกและเหมือนมีคนมาเดินอยู่รอบ ๆ
ทุกคนนั่งคุยกันไปได้สักพักมี่กลับทำหน้าเศร้าแล้วมองมาที่แจน มี่บอกว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้อง อยากให้แจนขึ้นไปเอาเป็นเพื่อน แจนอ้ำอึ้งหันไปมองที่ลุงคนขับรถตู้ เลยขอให้ลุงขึ้นไปเป็นเพื่อนอีกคน ในขณะที่เราทั้ง 3 คนเดินขึ้นบันได ทั้ง 3 คนได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังสวดมนต์เป็นภาษาเขมร เมื่อมาถึงหน้าห้องนอน มี่รีบเข้าไปหยิบโทรศัพท์แล้วรีบออกจากห้อง จังหวะที่ทั้ง 3 คนกำลังลงบันได ทุกคนหันไปเห็นผู้หญิงตัวดำชุดดำที่เหยียบหน้าอกแจนในคืนแรก ยืนอยู่ที่มุมห้อง แล้วค่อยๆ เดินตรงมาหาพวกเขาทั้ง 3 คน ณ ตอนนั้นทุกคนรีบวิ่งลงบันไดตรงไปที่ห้องนั่งเล่น นั่งรวมกลุ่มกันรอเวลาให้ถึงเช้า เวลาที่อยู่ๆก็ดูเหมือนมันเดินช้ากว่าปกติ แจนก้มลงมองที่โทรศัพท์มือถือของเธอตอนนี้เป็นเที่ยงคืนกว่าๆ ต่างคนต่างเงียบไม่มีใครพูดอะไรกัน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่กลัวที่สุดในชีวิต ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้ จังหวะนั้นแจนก็นึกขึ้นมาได้ว่าเพชรและพลอยอยู่บนห้องยังไม่กลับมาข้างล่าง แจนตะโกนเรียกแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆจากทั้งสองคน ทุกคนจึงตัดสินใจขึ้นไปตามทั้ง 2 คนด้วยกัน พี่แทนได้ยืนเคาะประตูหน้าห้องของเพชรและพลอย แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากทั้ง 2 คนเช่นเคย แจนหันไปมองรอบเป็นการตรวจเช็คว่าจะไม่มีอะไรโผล่ออกมาจากมุมห้อง แต่แล้วแจนก็หันไปเห็นห้องที่ถูกล็อกไว้มันถูกเปิดออก แจนรีบตะโกนบอกลุงคนขับรถตู้ เมื่อลุงคนขับรถตู้เห็นแบบนั้นจึงเดินไปที่หน้าห้องแล้วเปิดประตู สิ่งที่ทุกคนเห็นภายในห้องมันเป็นเหมือนห้องทำพิธีกรรมอะไรบางอย่าง มีกลิ่นเหม็นสาบกลิ่นซากศพลอยออกมา แจนมองไปเห็นเพชรที่นอนสลบอยู่ที่มุมห้อง และได้ยินเสียงคนเปิดหน้าต่างออก พอหันไปดูเห็นพลอยนั่งอยู่ขอบหน้าต่างและได้หันหน้ามาหาพวกเธอ พลอยยิ้มให้พวกเธอ รอยยิ้มนั้นฉีกกว้างไปถึงใบหู จากนั้นพลอยกระโดดไปข้างล่าง ตอนนั้นทุกคนทำอะไรไม่ถูก แจนและมี่ ...กรี๊ด!.. ออกมาพร้อมกัน ตกใจกับสิ่งที่เห็น มันเกิดขึ้นเร็วมากจนทุกคนไม่ทันตั้งตัว พี่แทนบอกให้ลุงไปสตาร์ทรถรีบพาเพชรและพลอยไปโรงพยาบาลทันที ทุกคนช่วยกันแบกร่างเพชรลงมาข้างล่าง แจนวิ่งไปนอกบ้าน มองหาร่างของพลอย เธอมองเห็นร่างไร้สติของพลอยที่ตกลงมาจากชั้น 2 หัวฝาดกับหินข้างล่าง เลือดไหลออกจากหัวของพลอยเป็นจำนวนมาก ในใจแจนได้แต่คิดว่าพลอยคงไม่รอดแน่ๆ น้ำตาไหลออกมาอาบที่แก้มของแจนโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วพี่แทนรีบวิ่งมาหาแจน ช่วยกันแบกร่างของพลอยขึ้นรถ ร่างของทั้ง 2 คนทุกนำส่งโรงพยาบาลโดยทันที
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 22
Comments