ผ่านไป 1 อาทิตย์ไม่มีวี่แววว่าอาการของหนูนิ่มจะดีขึ้นเลยสักนิด ราจีฟเอาแต่นั่งเฝ้าที่หน้าห้องไปยอมไปไหน ข้าวปลาแทบไม่กิน อาการของหนูนิ่มและริรินค่อนข้างน่าเป็นห่วง ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
“ติ๊ด….”เครื่องวัดสัญญาชีพจรดังขึ้น ทำให้พยาบาลที่อยู่ในห้องต้องรีบเข้ามาดู สัญญาตรวจจับชีพจรเตือนขึ้น เมื่อหัวใจของหนูนิ่มหยุดเต้นลง
“ไปตามหมอมาเร็ว หัวใจของคนไข้หยุดเต้นลง”เสียงพยาบาลโวยวายขึ้น ภายในห้องพยาบาลต่างพากันวิ่งวุ่นไปหมดเมื่ออยู่ดีๆหัวใจของคนไข้ตัวน้อยก็หยุดเต้นลง
แพทย์หนุ่มเข้ามาปั๊มหัวใจของหนูนิ่มทันที ร่างเล็กกระตุกขึ้นตามแรงชาร์ตครั้งแล้วครั้งเล่า ภายในห้องเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“หมอคะ ชีพจรยังไม่มาเลยค่ะ”พยาบาลสาวพูดขึ้น
แพทย์หนุ่มปั๊มหัวใจของหนูนิ่มอีกครั้ง แต่...อยู่ดีๆเขาก็หยุดปั๊มหัวใจแล้วกระซิบลงที่ข้างๆหูของคนไข้ตัวน้อย
“หนูนิ่ม...หนูไม่รักมามี้ของหนูแล้วเหรอคะ..ป๊ะป๋าของหนูรอหนูอยู่นะคะ หนูไม่อยากไปเที่ยวกับมามี้กับป๊ะป๋าแล้วเหรอคะหนูนิ่ม”แพทย์หนุ่มพูดขึ้น เขารู้เรื่องราวคราวๆของครอบครัวนี้ ทำให้รู้ว่าหนูนิ่มนั้นต้องการความรักจากบิดามากแค่ไหน
“ติ๊ด.….”สัญญาชีพจรกลับมาเต้นอีกครั้งเหมือนสวรรค์เมตตา หยาดน้ำตาไหลออกมาจากหางตาของคนไข้ตัวน้อยทั้งสองข้างราวกับรับรู้ถึงคำพูดของแพทย์หนุ่ม
แพทย์หนุ่มและพยาบาลต่างโฮร้องออกมาด้วยความดีใจ ที่สามารถช่วยชีวิตคนไข้ตัวน้อยได้อีกครั้ง พวกเขาอยากเห็นรอยยิ้มที่สดใสของเด็กสาวน้อย ที่เวลายิ้มเมื่อไรเหมือนทำให้โลกสดใสขึ้นมา รอยยิ้มที่เหมือนมารดาของเธอ
ราจีฟเฝ้ามองจากข้างนอกอย่างมีความหวัง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาคิดอะไรได้หลายอย่าง เพราะเขาคนเดียว ถ้าเขาไม่ยึดติดกับความแค้น หนูนิ่มก็ไม่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขามานั่งคิดตลอดเวลาที่เกิดเรื่อง ความผิดของเขาไม่สามารถที่จะให้อภัยได้ ถึงแม้เขาจะเกลียดริรินแค่ไหน เขาก็ไม่ควรดึงหนูนิ่มเข้ามาเกี่ยวกับความแค้นในครั้งนี้ หนูนิ่มก็เป็นลูกสาวของเขาเหมือนกัน ถ้าเขาแยกแยะอะไรออกสักนิด ทุกอย่างมันคงไม่เป็นแบบนี้ ตอนนี้เขาทำได้แค่นั่งรอความหวังให้หนูนิ่มฟื้นขึ้นมา เขาสัญญาว่าจะทำหน้าที่พ่อที่ดี เขาจะลืมความโกรธแค้นที่มีให้หมด เพื่อเป็นพ่อที่ดีให้กับหนูนิ่ม แต่กับริรินเขาต้องขอเวลาสักพัก
“ราจีฟ...เอานี่ไปดู แล้วมึงจะได้ตาสว่างสักที แท้จริงแล้วนั้น ใครกันแน่ที่เป็นตัวร้ายมาตลอด”ราฟยืนซองเอกสารที่เขาได้ส่งคนไปสืบมาจนได้หลักฐานมาครบ เอามาให้ราจีฟแล้วเดินออกไปหาริริน ปล่อยให้นั่งงงกับคำพูดของเขา
มือหนาแกะซองเอกสารแล้วเปิดดูข้างใน ภายในซองมีทั้งรูปถ่ายและแผ่นซีดี เขาหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดูทีละใบ ทีละใบ ภาพที่เขาเห็นคือ ปานดาวควงอยู่กับผู้ชายคนอื่นไม่ซ้ำหน้า ยังมีภาพที่ปานดาวนอนกับผู้ชายมากหน้าหลายตาอีก หมายความว่าที่ผ่านมานั้นเขาโดนปานดาวหลอกมาตลอด ปานดาวหักหลังเขา ทั้งๆที่เขารักเธอมากขนานนี้
ราจีฟหยิบโน้ตบุ๊คที่ราฟทิ้งไว้ให้ขึ้นมาเปิด แล้วจัดการใส่แผ่นซีดีเข้าไป
“เอ๊ะ!!นี่มันภาพเมื่อตอนวันนั้นนิ ไหนดาวบอกไม่เคยมาที่คอนโดของริรินไง”ภาพที่ปานดาวกำลังเดินออกจากคอนโดของริรินในวันที่เกิดเหตุ ซึ่งมันขัดกับคำพูดที่ปานดาวเคยบอกกับเขาไว้
“ราจีฟเหรอ ฉันไม่เคยรักเขาหรอกค่ะ ฉันแค่ทำไปเพื่อแก้แค้นนังน้องสาวกาฝากเท่านั้น นังเด็กนั้นมันแอบรักราจีฟมานานแล้ว ฉันก็เลยทำทีไปตีสนิทกับราจีฟเท่านั้น ที่ไหนได้ดันมาหลงฉันหัวปักหัวปำ โง่จริงๆไหนจะเรื่องที่ฉันใส่ร้ายนังรินอีก โง่!!ทั้งสองคน”
“แล้วเธอจะทำยังไงต่อ ราจีฟกับริรินมีลูกด้วยกันแล้วนะ”
“แล้วไง?...
ฉันก็กลับไปหาราจีฟไง แค่แสดงละครบีบน้ำตานิดหน่อยราจีฟมันก็เชื่อแล้ว ใส่ร้ายนังรินนิดหน่อย ราจีฟก็ไปจัดการนังรินให้ฉัน แค่นี้!!ง่ายๆ ฉันไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนโง่เท่านี้มาก่อน”
“เธอมันร้ายจริงๆเลยนะปานดาว”
“ช่วยไม่ได้ นังรินมันกล้ามาแย่งความรักจากพ่อแม่ของฉันไปเอง มันก็แค่ลูกเมียน้อยเท่านั้น ที่กล้ามาเทียบกับคนแบบฉัน ราจีฟก็แค่ผู้ชายทางผ่านของฉันเท่านั้น”
ราจีฟอ่อนแรงลงทันที ทั้งหมดที่ผ่านมาปานดาวไม่เคยรักเขาเลยแม้แต่สักนิด ทุกอย่างในวีดีโอมันบอกหมดแล้วภาพที่ปานดาวกำลังนั่งคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง หึ!!เขามันโง่จริงๆที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว สุดท้ายแล้วเขาเองนี่แหละคือคนที่ร้ายที่สุด เขาทำร้ายความบริสุทธิ์ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร เขายัดเยียดความผิดให้กับริรินทั้งๆที่เธอนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด เขามันโง่ เขามันเลว เขาทำร้ายคนที่รักเขามากที่สุดตั้งสองคน แล้วเขาจะมีหน้าไปมองริรินกับหนูนิ่มได้ยังไง เขาละอายเกินกว่าจะที่เดินเข้าไปขอโทษริริน เพราะความผิดของนั้นมันเยอะเกินกว่าที่จะให้อภัยได้ เขามันไม่ต่างอะไรกับปีศาจร้ายที่เป็นคนทำร้ายทุกสิ่งทุกอย่าง เขาทำร้ายริรินด้วยน้ำมือของเขา เขาเกือบจะฆ่าลูกสาวของตัวเอง เขามันเลวเกินกว่าที่จะให้อภัย
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 48
Comments