Ep. 14
พริ้มเพรา ||Part||
ฟอดดดด จุ๊บบบบบ
" อุ้ยยยยย " อยู่ๆก็คว้ามือฉันขึ้นไปหอม แล้วก็กุมเอาไว้อยู่อย่างนั้น จะชักกลับก็ทำไม่ได้เพราะเขาไม่ยอมปล่อย เขาขับรถด้วยมือเดียวไปเรื่อยๆจนรถจอดนิ่งเมื่อติดไฟแดง เขาหันมามองหน้าแล้วก็จับมือฉันไว้แล้วเอานิ้วสอดประสานเข้ามาจากที่จับมือธรรมดา กลายเป็นว่าตอนนี้มือของเรามันแนบชิดกันขึ้นมากกว่าเดิมเพราะไม่เหลือช่องว่างระหว่างนิ้วเลย และจากรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเขาแล้วดูเหมือนว่าเขาจะถูกใจเอามากๆเลยซะด้วย
" ทำไมต้องมาทำยุ่มย่ามแบบนี้ ...ไปทำผิดอะไรมารึเปล่า? " ฉันพูดออกมาลอยๆ แต่เขากลับทำหน้าตาเหลอหลา แล้วพูดตอบมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
" พูดอะไรแบบนั้นวะพริ้ม ทำผิดอะไรกัน อย่างพี่อ่ะหรอ? ไม่มีอ่ะ พี่ไม่เคย "
" แล้วทำไมต้องจริงจังขนาดนั้น ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่คะ แล้ว...ถ้าคุณจะทำแบบนั้นจริงๆมันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ อย่าลืมสิคะว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน "
" ทำไมชอบพูดแต่คำนี้อ่ะพริ้ม คำก็ไม่ได้เป็นอะไร สองคำก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วเรื่องพวกนั้นก็เหมือนกัน แน่ใจหรอว่าถ้าพี่ไปมีอะไรกับคนอื่นจริงๆแล้วพริ้มจะไม่รู้สึกอะไรเลยอ่ะ? "
" ถ้ามันเกิดขึ้นจริง เรื่องคุณกับฉันก็จบ! แค่นั้นเอง เรื่องง่ายๆ ไม่เห็นต้องคิดอะไรเยอะแยะเลย "
" ทำไมพริ้มชอบพูดเหมือนไม่เคยแคร์พี่เลยวะ เอะอะจบ เอะอะทิ้ง ทั้งที่พี่กำลังพยายามเนี่ยนะ! " เขาพูดเสียงดังขึ้นมานิดหน่อยตามอารมณ์ จากนั้นก็ขับรถไปเงียบๆเมื่อไฟสัญญาณจราจรแสดงสัญลักษณ์สีเขียว ใบหน้าเคร่งขรึมลงในทันใดแต่มือใหญ่ก็ยังกุมมือฉันไว้แน่นอยู่ไม่ยอมปล่อย จนเริ่มรู้สึกชื้นขึ้นตรงฝ่ามือของเรา
" ฉัน...เห็นแล้ว ความพยายามของคุณ และฉันรับรู้ได้ว่าคุณกำลังทำให้ฉันเห็นอยู่ แต่ขอเวลาอีกสักหน่อยนะคะ คุณเองก็ช่วยพยายามต่อไปอีกนิดได้มั้ย ขอบคุณที่มาส่งค่ะ " เมื่อรถจอดสนิทอยู่หน้าตึกทำงานของฉันเป็นเวลาเกือบนาทีแล้วแต่ฉันก็ยังไม่ลงไป แล้วตัดสินใจพูดบางอย่างกับเขาตามความรู้สึกของฉัน เพราะเห็นหน้าซึมๆของเขาที่เงียบไปตั้งแต่ตอนนั้น แล้วฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมา ก็จริงอยู่ที่เขาพูด... ทั้งที่ฉันก็เห็นและรู้สึกอยู่ว่าเขากำลังพยายามแต่ก็ชอบพูดเหมือนไม่ได้แคร์เขาอยู่เรื่อย
" ขอจูบได้มั้ย? " เขาหันมามองหน้าฉันแล้วเอ่ยขอสิ่งนั้นขึ้นมาโดยไร้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนเคย เขาค่อยๆเลื่อนใบหน้าลงมาใกล้และฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมยังนั่งนิ่งอยู่ หรือว่าฉันเองก็ต้องการจูบจากเขาเหมือนกัน ...อย่างนั้นหรอ?
จุ๊บบบบ จ๊วบบบบ
" อืออออออ " เขากดริมฝีปากลงมาแล้วดูดแม้มมันแรงๆ มือหนาอีกข้างก็เอื้อมมาจับต้นแขนของฉันไว้โดยที่มือข้างหนึ่งของเรายังประสานกันไว้อยู่อย่างนั้น ลิ้นหนาร้อนของเขาสอดเข้ามาเกี่ยวพันกับลิ้นของฉันอย่างเชี่ยวชาญจนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะอ่อนระทวยไร้สิ้นกำลังแค่เพียงเพราะรับจูบจากเขา
" อืมมมมม พริ้มจ๋า~ " เขาผละใบหน้าหล่อออกห่างพึมพำเรียกชื่อฉันเบาๆ แล้วบดจูบลงมาอีกครั้ง ฉันหลับตาเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของเขา ปากหนายังดูดดึงอยู่อย่างนั้นจนฉันรับรู้ถึงอารมณ์ที่เริ่มจะร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆของเขา
ปัก ปัก ปัก!!
ฉันทุบฝ่ามือลงที่อกหนาของเขาเพื่อเตือนให้สติของเขากลับมา ถึงรถของเขาจะติดกระจกฟิล์มสีดำทึบสนิทแบบที่คนข้างนอกไม่สามารถมองเข้ามาเห็นว่าคนข้างในกำลังทำอะไรอยู่ก็เถอะ แต่นี่มันหน้าบริษัท จอดรถนานๆแต่ไม่มีคนลงจากรถสักที พวกเขาอาจจะสงสัยเอาได้
" ขอบคุณครับ หวานที่สุด พี่รู้สึกอยากจูบพริ้มไม่หยุดเลย " มองหน้าเขาได้ไม่นานก็ต้องก้มหน้าหลบสายตาลงต่ำ เพราะรอยลิปสติกสีชมพูนู้ดของฉันมันเปื้อนเลอะอยู่ที่มุมปากของเขานั่นไง เมื่อเห็นแล้วก็ทำให้คิดถึงจูบร้อนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊นี้เอาซะดื้อๆ
" อะไร? อยากปิดท้ายอีกสักรอบว่างั้น? " ฉันเอื้อมมือไปจะเช็ดรอยเปื้อนจากมุมปากให้เขา แต่ว่าเขาทำท่าจะจูบอีกรอบจนฉันต้องใช้ฝ่ามือดันปากเขาเอาไว้
" อยู่นิ่งๆก่อนสิคะ รอยลิปสติกของฉันมันเปื้อนที่ปากคุณอ่ะ " ฉันปาดนิ้วถูๆรอยเลอะออกให้ เขามองหน้าฉันด้วยสายตาเยิ้มๆแล้วกัดปากแบบยั่วๆ จนฉันต้องหลุดขำออกมา
" พี่ไม่แม่ใจว่าเย็นนี้จะมารับพริ้มได้รึเปล่า เพราะวันนี้มีถ่ายงานโฆษณา แต่เดี๋ยวพี่จะไลน์บอกพริ้มอีกทีนะครับ "
" ถ้าไม่ว่างมาก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องหวง ฉันกลับเองได้ ไปก่อนนะคะ "
เขาขับรถออกไปซึ่งฉันเองก็เดินเข้ามาในตึก
" พริ้มเพราวันนี้แฟนมาส่งหรอ? " พี่ข้าวปุ้นถามยิ้มๆ และสายตาของพี่แกที่มองมาแบบนั้นทำให้ฉันไม่รู้จะตอบยังไง มันรู้สึกกระวนกระวายไปหมด 'หรือว่าเขาจะเห็นเหตุการณ์ในรถเมื่อกี๊'
" ใช่มั้ย? รถที่จอดหน้าตึกเมื่อกี๊ เหมือนรถที่มารับพริ้มเพราวันนั้นเลย "
" อะไรกันพี่ข้าวปุ้น พี่ไปอยู่ไหนมา เดี๋ยวนี้พริ้มเค้ามีแฟนมารับมาส่งทุกวันนั่นแหละ ตั้งแต่กลับจากทริปเกาหลีเนี่ย อร้ายยย พูดแล้วก็อยากจะลาไปออกทริปที่เกาหลีบ้างอ่ะ เผื่อได้ผู้ชายกลับมา >< "
" ขอโทษนะที่พี่ต้องบอกว่า หมดช่วงลาพักร้อนแล้วจ๊ะ รอปีหน้าแล้วกันนะ ไปๆ ขึ้นไปทำงานทำการกันได้แล้ว " ฉันเดินตามพวกเขาเดินขึ้นไปชั้นบน ในหัวก็คิดไม่ตกว่าจะมีใครแอบเห็นเหตุการณ์ในรถรึเปล่า...
เวลา 16:00 น.
LINE
กองทัพ: ' วันนี้พี่ไม่ได้ไปรับนะครับ '
' ตอนนี้ยังไม่เลิกกองเลย '
ส่งรูปภาพ
พริ้มเพรา: ' ค่ะ ฉันกลับเองได้ '
เขาไลน์มาบอก ฉันกลับเองได้ ที่จริงเขาไม่ต้องคอยรับส่งก็ได้ เพราะปกติฉันก็ไปไหนมาไหนเองอยู่แล้ว รูปที่เขาส่งมาก็เป็นรูปกองถ่ายและทีมงานของเขานั่นแหละ แต่คิดไปถึงเมื่อเช้าที่เขาตัดพ้อฉันที่บอกว่าฉันทำเหมือนไม่แคร์เขาน่ะ ใบหน้าซึมๆของเขาทำให้ฉันนึกอยากส่งข้อความตอบกลับกับเขาบ่อยขึ้น
พริ้มเพรา: ' ตั้งใจทำงานนะคะ '
กองทัพ: ' อยากได้สักจูบ จะได้มีแรงทำงาน '
' คืนนี้ พี่ไปหาได้มั้ย? '
ฉันกำลังหาสติกเกอร์รูปจูบเพื่อจะส่งให้เขา แต่เมื่อเห็นข้อความที่เขาตอบกลับมาแบบนั้น ฉันถึงกับต้องชะงักแล้วกำลังจะพิมพ์ข้อความปฏิเสธเขาไป
กองทัพ: ' ล้อเล่น.. ยังไม่ไปคืนนี้ก็ได้ '
' แต่พี่รอพริ้มชวนอยู่นะ '
' พี่ทำงานก่อนนะครับที่รัก.. '
เพราะเย็นนี้ฉันมีนัดกับยัยข้าวเม่าแล้ว แต่ถึงฉันจะว่างยังไงก็ไม่อนุญาตให้เขามาอยู่ดีนั่นแหละ ฉันรู้นะว่าเขาต้องการอะไร ไม่ใช่แค่กลัวเขา แต่ฉันกลัวตัวเองด้วยต่างหาก ก็คิดดูสิ อยู่กับเขาทีไรต้องเสียเปรียบให้เขาแทบจะทุกครั้ง ชอบหาเศษหาเลยกับฉันตลอด ถ้าต้องอยู่กับเขาอีก ฉันอาจจะไม่รอดเหลือจากเงื้อมมือของเขาก็ได้ ใครจะรู้...ขนาดตัวฉันเองยังเริ่มไม่มั่นใจเลย
เลิกงานปุ๊บฉันก็รีบกลับมาที่คอนโดทันที เพราะต้องมารอรับยัยข้าวเม่า ลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง รอไม่นานก็มาถึง มันเอากระเป๋ามาแค่ใบเดียว ทั้งเสื้อผ้าและของใช้รวมอยู่ในใบเดียวกัน แล้วก็มีแฟ้มเอกสารอะไรต่างๆของมัน ที่จริงบ้านก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับการเดินทางไปเรียนแล้ว มาพักกับฉันมันก็จะเดินทางสะดวกกว่าไง
" หิวมั้ย? " ฉันที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ มือก็ถือผ้าขนหนูผืนเล็กซับผมแล้วเดินเข้ามาหายัยข้าวเม่าที่นั่งจัดของอยู่อีกห้อง
" หิวจ้า อยากกินชาบูอ่ะพี่พริ้ม>< "
ร้านชาบู
ถ้ารู้ว่าต้องมานั่งอยู่ร้านนี้ฉันคงไม่รีบสระผมหรอก เพราะเดี๋ยวกลับไปก็ต้องสระอีกอยู่ดี ฉันไม่ชอบที่ต้องมีกลิ่นควันหรือกลิ่นอาหารติดผมสักเท่าไหร่
" แล้วพรุ่งนี้ต้องเข้ามหาลัยรึเปล่า? " ฉันถามยัยข้าวเม่าทันทีที่กลืนสิ่งที่เคี้ยวอยู่ลงท้องไป
" ไป พี่ไปส่งฉันหน่อยได้มั้ยพรุ่งนี้อ่ะ นะ..นะ พาไปหน่อยนะ "
" ถ้าออกก่อนเจ็ดโมงก็ไปส่งได้อยู่ แต่ถ้าสายกว่านั้นคงไม่ได้นะเพราะพี่ก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน "
" เย้ ไปก่อนเจ็ดโมงก็ได้ ขอบคุณนะคะพี่สาว "
" ออกจากห้องก่อนเจ็ดโมงนะ ห้ามสาย " ฉันย้ำน้องอีกครั้งแล้วใช้ตะเกียบคีบกุ้งที่แกะแล้วไปวางบนจานให้มัน ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบ ...แต่แกะให้น้องไง
เช้าวันใหม่
" พี่พริ้ม.. ฉันดูไม่ออกเลยอ่ะ ที่หอประชุมเนี๊ย มันอยู่ไหนกันแน่นะ งงไปหมดแล้ว " ฉันที่กำลังขับรถอยู่สายตาก็คอยมองหาหอประชุมตามชื่อที่น้องบอกด้วย ตั้งแต่ขับเข้ามาใน ม. ก็ยังไม่เห็นหอประชุมสักห้องเลย
" ไม่มีไลน์กลุ่มหรือเฟซกลุ่มอะไรเลยหรือไง ลองถามรุ่นพี่แกให้ดีๆอีกครั้งสิ ว่านัดกันที่ไหนกันแน่ ไม่มีเบอร์รุ่นพี่เลยหรอ? " ฉันเริ่มบ่นน้องที่กำลังมองแผนผังของมหาลัยอยู่ในมือที่กางออกกว้าง ก็บอกตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าก่อนนอนให้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ทำไมไม่ฟังนะ พอตื่นสายมันก็เป็นแบบนี้ไง ไหนจะหาสถานที่นัดหมายซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน แล้วฉันก็ต้องไปทำงานอีก เพราะยัยข้าวเม่าตื่นสาย ข้าวเช้าอะไรก็ไม่ได้กิน ฉันต้องแวะซื้อนมกับขนมปังใส่กระเป๋าไว้ให้น้องอีก
" ว่าไง มีเบอร์รุ่นพี่รึเปล่า? " ฉันถามย้ำอีกครั้งเมื่อน้องยังไม่ตอบ
" พี่พริ้ม พี่พริ้ม! เราลองจอดรถถามผู้หญิงคนนั้นดูมั้ย เผื่อเขารู้จักไง " ฉันมองไปข้างหน้าก็เห็นนักศึกษาคนหนึ่งที่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะใช่น้องเฟรชชี่ที่กำลังจะเข้าปีหนึ่งรึเปล่า
เอี๊ยดดดดด
" เอ่อ ขอโทษนะคะ รู้จักหอประชุมxxx มั้ยคะ? "
" พอดีว่าเพิ่งพาน้องสาวมาครั้งแรกอ่ะค่ะ เลยไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน "
" อ้อ กำลังจะไปหอประชุมxxx ของคณะนิเทศศาสตร์ ที่รุ่นพี่นัดไว้ใช่มั้ยคะ? กำลังจะไปเหมือนกันเลย " ยัยน้องสาวหันหน้ามาฉีกยิ้มให้ฉัน คงดีใจที่จะมีเพื่อนแล้วก็รอดจากการโดนฉันบ่นน่ะสิ
" ดีเลย งั้นไปด้วยกันสิคะ " ฉันเอ่ยชวนเพราะเห็นว่าเธอเดินมาคนเดียว ไม่รู้ว่าเดินมาจากไหน แล้วเดินมาไกลแค่ไหน อีกอย่างยังไม่รู้เลยว่าหอประชุมที่ว่านั้นอยู่ตรงไหนหรือส่วนไหนในมหาลัย
" ได้หรอคะ? ขอบคุณมากนะคะ "
" เฟรชชี่รึเปล่า? " เมื่อเธอขึ้นมานั่งที่เบาะหลังเรียบร้อยแล้วยัยข้าวเม่าก็หันไปชวนคุยทันที
" ใช่ เราเฟรชชี่คณะนิเทศอ่ะ "
" เหมือนกันเลย แล้ว..แกก็รู้มั้ยอ่ะ ว่ารุ่นะพี่เขานัดกันที่ไหน? "
" รู้สิ เดี๋ยวเราบอกทางให้ "
" เยี่ยมไปเลย พี่พริ้ม! เขารู้ว่าหอประชุมอยู่ไหน " ฉันขับรถไปหูก็ฟังยัยข้าวเม่าคุยกับเพื่อนไปด้วย
" อ้อ เราชื่อข้าวเม่านะ นี่พี่สาวเราชื่อพริ้มเพรา แกชื่ออะไรหรอ? " ยัยข้าวเม่าจัดแจงแนะนำชื่อและสถานะของฉันเองทุกอย่าง ไม่รอให้ฉันได้แนะนำแม้แต่ชื่อตัวเองเลยหรอ ยัยเด็กนี่คงจะตื่นเต้น ดีใจที่ได้เพื่อนใหม่ล่ะมั้ง ฉันก็รอฟังอยู่เหมือนกันว่าเพื่อนใหม่ในมหาลัยคนแรกของน้องฉันจะชื่ออะไร
" เรา..ชื่อแก้มใส "
******** to be continued
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 41
Comments
ความดีที่ฉัน ไม่อยากทำ
แก้มใสมาแล้ว
2022-09-25
0