บทที่ 13

ตั้งแต่ที่ลูอิสจัดโต๊ะทำงานให้แพรรัมภาไว้ในห้องเดียวกับเขา

มันทำให้การทำงานของเขารู้สึกสดชื่นไม่เหงาเหมือนมีคู่กัดอยู่ด้วยตลอดเวลา

ลูอิสแอบสังเกตแพรรัมภาเวลาทำงานเธอจะจริงจังมาก ง่ายๆสบายๆ ไม่มีมาดลูกคุณหนู

ไฮโซที่มักจะทำอะไรไม่เป็น แต่แพรรัมภามีพรสวรรค์มากๆ ด้านการออกแบบ ถ่ายรูป

เป็นคนที่ถือว่าฝีมือดีใช้ได้เลยทีเดียว

“คุณวันนี้ออกไปทานข้าวข้างนอกกันนะ”

“ทำไมละ กินที่นี่ก็ดีแล้วทำงานไปด้วย

กินไปด้วยสนุกจะตาย”

“ผมก็อยากจะมีเวลากับคุณบ้างสิ นี่พอให้ทำงาน

คุณก็ทำงานจนลืมที่จะเอาใจใส่ผม”

“คุณ!! ทุกวันนี้ ฉันถามจริงๆ นะว่า

ฉันไม่เอาใจคุณยังไง แล้วทุกครั้งหลังจากเลิกงานคุณทำอะไรกับฉันบ้าง

คุณยังจะมาบอกว่าฉันไม่เอาใจคุณอีกเหรอ ที่ทำมันก็มากพอแล้วนะ”

“มันไม่เหมือนกัน เราสองคนหาเวลาไปทานข้าวหรือทำกิจกรรมเหมือนคู่รักที่เขาทำกันไม่ค่อยมี”

“อ้าว!! มันจะมีได้ไง เราไม่ได้รักกัน แล้วเราจะไปทำกิจกรรมแบบนั่นเพื่ออะไรไม่ทราบคะคุณลูอิส”

ลูอิสฟังสิ่งที่แพรรัมภาเอ่ยจากปากออกมา ไม่ได้รักกัน

อยู่ด้วยกันมาจะเดือนหนึ่งแล้วมันไม่มีผลอะไรกับหัวใจเธอเลยเหรอ มีแต่เขาที่เอาหัวใจไปผูกไว้เองใช่ไหม

“ถามจริงๆ นะ คุณไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง สิ่งที่เราเป็นกันอยู่  คุณคิดว่ามันคืออะไร”

ลูอิสตอนนี้เขารู้สึกเจ็บ เจ็บเข้าไปถึงข้างใน ถึงแม้เขาจะตอบไม่ได้ว่าเขารักแพรรัมภาไหม

แต่รู้ว่าเขาชอบที่จะมีเธออยู่ข้างๆ แต่สำหรับแพรรัมภา      ตัวเขาเป็นอะไรสำหรับเธอ

แพรรัมภาฟังน้ำเสียงตัดพ้อของลูอิส ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกแต่เธอไม่อยากที่จะเชื่อว่าคนแบบเขาจะมาหยุดที่เธอ

เขาสมบูรณ์แบบมาก เธอยอมรับ เขาเป็นคนเก่งในหลายๆ เรื่องๆ

แต่ความสัมพันธ์ที่มันเกิดขึ้น เธอถือว่ามันรวดเร็วและฉาบฉวย

“คุณอาจจะแค่หลงก็ได้คะ เพราะฉันอาจจะท้าทายสำหรับคุณ

แต่สำหรับฉันมันคือสิ่งที่คุณบังคับให้ฉันทำ”

ทันทีที่ได้ฟังคำนี้ออกจากแพรรัมภา

ลูอิสก็รู้สึกโกรธที่แพรรัมภาตีค่าประเมินหัวใจ ความรู้สึกของเขาต่ำไปมาก

ถ้าแค่หลงอย่างที่เธอพูดเขาคงไม่ต้องหาวิธีที่จะเอาเธอมาอยู่ใกล้ๆ ทำไมผู้หญิงมีตั้งมากมายเขาจะมาอะไรกับคนอย่างเธอมาก

ชีวิตของเขาเคยไม่มีแพรรัมภามาก่อน เขายังใช้ชีวิตสนุกสนานตามประสาหนุ่มได้เลย

ถ้าเธอไม่เห็นค่าก็อย่าพยายามกับมันอีก

“โอเค ถ้ามันเป็นความรู้สึกของคุณจริงๆ ก็เชิญ

แต่ก็อยู่ให้ครบตามที่คุณพูดแล้วกัน หลังจาก3เดือน

เราก็ไม่ต้องมารู้จักกันอีก เพราะผมก็ไม่อยากจะตื้อ มานั่งเอาใจกับคนอย่างคุณ”

พูดเสร็จลูอิสก็หยิบเสื้อสูทขึ้นมา แล้วก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แพรรัมภานั่งคิดกับสิ่งที่เขาพูด

แต่พอเห็นสายตาที่มองมายังเธอ ใจของเธอก็สั่นไหวอย่าใจอ่อนไปกับเขา อย่านะแพรรัมภา

ความรักถ้ามีแล้วดีมันก็โอเค แต่นี่เธอยังมองไม่เห็นความชัดเจนหรือแน่นอน ซึ่งมันอาจจะอยู่ในช่วงที่เขากำลังเอาใจ

และที่สำคัญเธอยังไม่เคยเจอ หรือมีความรักเลยไม่รู้ว่ามันเป็นเช่นไร

ลูอิสเดินออกมาเจอเจมส์ที่ยังวุ่นอยู่กับการทำงาน

ทันทีที่เห็นเจ้านายเดินออกมา

ก็สงสัยว่าวันนี้คุณลูอิสทำไมถึงฉายเดียวปกติจะต้องคุณแพรรัมภาติดตามออกมาด้วย

แต่นี้ดูจากใบหน้าและอารมณ์แล้วแสดงว่าต้องทะเลาะกันออกมาแน่นอน

“คุณลูอิสจะไปไหนครับ แล้วคุณแพรรัมภาละครับ”

“ฝากนายดูแพรรัมภาด้วยแล้วกัน

ช่วงนี้ฉันอาจจะไม่เข้ามาบริษัทนะ มีไรก็โทรหาไม่งั้นก็เอาไปให้ฉันที่บ้านด้วยหละ”

“เดี๋ยวครับคุณลูอิส”

เจมส์ที่กำลังจะถามต่อให้คลายความสงสัย แต่เจ้านายเขาได้เดินจากไปแล้ว

เจ้านายกลับบ้าน กลับบ้านเนี่ยนะ ในรอบกี่เดือนแล้วที่เจ้านายไม่เคยเอ่ยถึงบ้าน

แต่วันนี้ดันมาบอกว่าจะกลับ

ลูอิสที่วันนี้เขาขับรถมุ่งกลับไปยังบ้าน

บ้านที่เมื่อก่อนเขามีทั้งพ่อและแม่

หลังจากที่สูญเสียท่านไปเพราะอุบัติเหตุเขาแทบจะไม่ค่อยกลับมาบ้านเลย

บ้านที่ใหญ่โตมันรู้สึกเหงามาก

เมื่อก่อนตอนที่พ่อแม่ของเขายังมีชีวิตบ้านหลังนี้มักมีสีสัน ความสนุกสนาน

ความรักของ ความอบอุ่นของพ่อกับแม่ ซึ่งเขาวาดฝันว่าจะมีสักวันที่เขาจะมีคนเข้ามาทำให้ชีวิตของเขานั่นไม่เหงาอีกต่อไป

“คุณลูอิส!! คุณลูอิสของป้า ทำไมวันนี้มาที่นี่ได้ละ”

“สวัสดีครับป้ามาเรีย”

ป้ามาเรียคือคนเก่า คนแก่ของที่นี่คอยดูแลพ่อแม่ของเขาตั้งแต่ท่านสองคนแต่งงานกันแรกๆ

จนท่านทั้งสองจากไป เขามักจะแวะเข้ามาหาป้าบ้างเป็นบางครั้ง

“มาไม่บอกป้า ป้าเลยไม่ได้ทำอาหารอร่อยๆไว้รอคุณเลยนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ช่วงนี้ผมรู้สึกเหนื่อยๆ

ผมก็เลยอยากจะกลับมาพักชาร์ตพลังงานที่บ้านนิดนึง”

“คุณลูอิสก็อย่าทำงานเยอะมากสิคะ ป้าเป็นห่วงคุณมากรู้ไหม

มานั่งพักก่อนเดี๋ยวป้าไปเอาน้ำผลไม้มาให้”

“ครับ ขอบคุณครับป้า”

ลูอิสกอดป้ามาเรีย ซึ่งเขาไม่ได้คิดว่าป้าเป็นคนรับใช้หรืออะไร

เขาให้ความเคารพและนับถือป้าเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่หลงเหลือนอกจากพ่อและแม่ของเขา

ก็มีป้าเนี่ยแหละที่คอยปลอบโยนเขาวันที่เขาสูญเสียพ่อกับแม่ไป

ลูอิสเดินไปตรงบรเวณสวนหลังบ้านที่มีศาลากลางสวนดอกไม้เมื่อก่อนตอนพ่อกับแม่ยังมีชีวิตอยู่ท่านมักจะมานั่งวาดรูปกันและกันแถวนี้  ลูอิสยืนกอดอกเหม่อมองออกไปตรงสวนดอกไม้ที่มันทำให้เขานึกถึงคนที่ใจร้าย

“น้ำผลไม้สดชื่นมาแล้วคะ ดื่มก่อน วันนี้ป้ารู้สึกว่าคุณลูอิสดูเหนื่อยๆ

นะคะ มีอะไรคุยกับป้าได้นะคุณลูอิส”

“ขอบคุณครับป้า ไม่มีอะไรมากหรอกครับ

แค่เหนื่อยกับคนดื้อพยศเท่านั้นเอง”

“ห๊ะ!! คุณลูอิสมีแฟนแล้วเหรอคะ

ไม่พาแนะนำให้ป้ารู้จักละ ป้าอยากจะเห็นหน้าตาของแฟนคุณจะเป็นแบบไหน”

“ยังครับ ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน

เธออาจจะอยู่กับผมเพราะผมบังคับเขาไว้อย่างที่เขาพูดก็ได้ ผมอุตส่าห์ทำดี

เอาใจสารพัด เธอยังไม่เห็นค่าของผมเลย”

“พูดแบบนี้แสดงว่างอน

น้อยใจเขามาละสิถึงได้หนีกลับมาบ้าน”

“เปล่าสักหน่อยป้ามาเรีย ผมแค่คิดถึงบ้านเฉยๆ”

“จริงเหรอคะ คุณลูอิส

ป้านะเลี้ยงคุณมาตั้งแต่เด็กทำไมป้าจะไม่รู้ว่าคุณคิดอะไร

ทำไมรักเขาแล้วไม่บอกเขาไปตรงๆละคะ มานั่งงอนกันแบบนี้เพื่ออะไร”

“ก็มันยังเร็วไปครับป้าก็อย่างที่เธอบอกผมเราพึ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานช่วงนี้ผมอาจจะหลงไปกับรูปร่างหรือ

หน้าตาของเธอ และคงอยากที่จะเอาชนะเธอก็ได้”

“เอาเป็นว่า ป้าเอาใจช่วยนะคะ ถ้าเราเป็นคู่กันจริงๆ

ยังไงก็คงจะหนีกันไม่พ้น ค่อยๆ ศึกษากันไปนะคะ”

ป้ามาเรียยิ้มให้เจ้านายหนุ่มที่เธอรักเหมือนลูกชาย

แล้วเดินออกไปเตรียมอาหาร พร้อมกับเหลือบมองด้วยความเป็นห่วง

ลูอิสที่ยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นมาดื่ม

ใจก็คิดว่าแพรรัมภาจะคิดถึงเขาไหมแต่ก็อย่างว่าเธออาจจะชอบก็ได้ที่ไม่มีคนกวนใจอย่างเขาอยู่ใกล้ๆ

ลูอิสดื่มเสร็จก็วางแก้วแล้วเดินขึ้นไปยังห้องนอนเพื่อจะจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า

คืนนี้ลองออกไปใช้ชีวิตเหมือนที่เขาเคยเป็นมาก่อน เขาได้นัดนางแบบดังลิเลียน่านางแบบชุดชั้นในชื่อดัง

ที่พอจะเข้าอกเข้าใจเขาอยู่ไม่ค่อยจะมาวุ่นวาย ต่างคนต่างใช้ชีวิตของแต่ละคน

ส่วนแพรรัมภาตั้งแต่ลูอิสออกไปใจมันก็คอยแต่กังวลว่าเขาเป็นอะไร

แค่เธอไม่ออกไปทานข้าวข้างนอกกับเขา เธอแค่ยังสนุกกับงานที่เขาให้ทำมันเปิดประสบการณ์ใหม่ของเธอก็ว่าได้

“อะไรแค่พูดความจริงก็โกรธ”

แพรรัมภาคิดว่าลูอิสน่าจะชอบที่ผู้หญิงไม่ยุ่งวุ่นวายและตามจิกเขา

ก็ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบแบบนั้น เหมือนพ่อของเธอถ้าบรรดาเหล่าเด็กๆ

ของท่านมาแสดงความเป็นเจ้าของ พ่อของเธอก็จะทิ้งไม่สนใจทันที แล้วเธอทำผิดอะไร

สักพักก็ได้ยินเสียงเคาะประตู แพรรัมภามองคนที่เข้ามาเจมส์เดินเข้ามาหยิบเอกสารของลูอิสบนโต๊ะ

แพรรัมภาเจมส์ของลูกน้องเขา

“คุณเจมส์คะ เจ้านายคุณเป็นอะไร แล้วนี่เขาไม่เข้ามาทำงานแล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ เห็นว่าให้ผมเอางานเข้าไปให้ที่บ้านแทนนะครับ”

“เขาจะทำงานที่คอนโด เหรอ”

“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เปล่าครับ บ้านครับ บ้านแท้ๆ ของคุณลูอิส

ไม่ใช่ที่คอนโด”

“เออ...โอเคคะ”

“แล้วคุณบีมจะกลับห้องเลยไหมครับ

เพราะยังไงคุณลูอิสก็ไม่เข้ามาอยู่แล้วครับ”

“คะ สักพักเดี๋ยวบีมก็คงจะกลับคะ คุณเจมส์แถวๆนี้มีห้างสรรพสินค้าหรือเปล่า”

“มีครับ ใกล้ๆ เดินตรงออกไปทางซ้ายเรื่อยๆ ก็ถึงครับ

ไม่ไกลจากตรงนี้ ให้ผมไปส่งไหมคุณบีม”

“ไม่เป็นไรคะคุณเจมส์

แค่รับใช้คนเอาแต่ใจก็เหนื่อยแล้ว บีมดูแลตัวเองได้คะ”

“โอเคครับผม มีอะไรฉุกเฉินก็โทรหาผมได้ตลอดนะครับ

ไม่เข้าใจหรือต้องการอะไรเพิ่มก็แจ้งผม คุณลูอิสเขาฝากไว้ครับ”

“ไม่เป็นไรคะ ก่อนเจอเขาบีมก็อยู่ได้

ทำไมพอมีเขาจะทำอะไรเองไม่ได้ละคะ ขอบคุณค่ะ”

แพรรัมภารู้สึกข้างในใจมันแปลกๆ เลยแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขา  คนอะไรเอะอะก็โกรธ เดี๋ยวก็งอน ทำตัวเป็นเด็กๆ เรียกร้องความสนใจไปได้

แพรรัมภาที่นั่งทำงานไปสักพักก็ลุกขึ้น

เก็บของเพื่อเตรียมตัวไปเดินซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างสรรพสินค้านิดหน่อย

ระหว่างทางที่เดินไปยังห้างสรรพสินค้า

แพรรัมภาก็แวะถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆ เมือง

ที่วันนี้มีโอกาสเดินสำรวจคนเดียวไม่มีคนมายืนบ่นและกวนใจเธอ

ตลอดทางเดินเธอเห็นชีวิตวัยรุ่นหนุ่มสาวของคนสเปนดูๆ

ไปก็แอบคล้ายที่เมืองไทยนิสัยใจคอ

เดินมาถึงห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ของเมืองมาดริด

แพรรัมภามักจะเป็นแบบนี้หากมีเรื่องที่รู้สึกไม่สบายใจเครียด

คิดอะไรไม่ออกก็มักจะไปเดินดูหนังสือ ทานอาหาร เดินดูเสื้อผ้าเพื่อระบายความเครียด

ระหว่างที่กำลังจะเดินไปยังร้านหนังสือ

เธอก็เจอเข้ากับลูอิสที่กำลังเดินควงแขนมากับผู้หญิงสวย สวยมากหุ่นดี

คล้ายกับนางแบบชุดชั้นในชื่อดัง ทันทีที่เห็นแพรรัมภาก็รู้สึกแบบแปลก

มันเหมือนเจ็บอยู่ข้างในลึก

“เนี่ยนะเหรอ ไอ้เราก็นึกว่าจะโกรธและงอน ที่ไหนได้ก็คงอยากจะออกมาเดินควงนางแบบ

จะหวังอะไรมากยัยบีม อีก 3 เดือน เรากับเขาก็ต่างคนต่างไป

เสือก็ย่อมจะเป็นเสือมันไม่ยอมที่จะหยุดล่า ถ้ามันยังไม่อิ่ม”

แพรรัมภาที่เห็นเขาเดินควงนางแบบ

ใจมันก็รู้สึกแปลกกับภาพที่เห็นทั้งสองเดินกะหนุงกะหนิง

เธอเลยหันหลังไม่อยากเดินไปทางนั้น

แต่ระหว่างที่กำลังหันหลังทำให้เธอไปชนเข้ากับใครคนหนึ่ง

“อ้าว!! คุณแดนนี่ มาทำอะไรคะ”

“อ้าว!! คุณแพรรัมภา มาเดินเล่นเหรอ

ผมมาดูของไปให้ลูกสาวคนสวยของผมครับ”

“คุณแดนนี่ มีลูก!!!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ครับ เอาง่ายๆ ก็พ่อหม้ายนะแหละครับ”

“เออ..พ่อหม้ายสุดหล่อ แบบนี้สาวๆ ชอบคะสมัยนี้”

“ไม่หรอกครับ ผมก็ธรรมดายังไม่รีบที่จะมีใคร

แล้วนี่คุณมาเดินกับใครครับ”

“มาเดินคนเดียวคะ บีมมาเดินซื้อของใช้นิดหน่อย”

ลูอิสที่เดินควงอยู่กับลิเลียน่า

ช่วงที่กำลังยืนรอเธอเข้าไปเลือกชุด

เขาก็ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งที่มันช่างคุ้นเสียเหลือเกิน

แรกเขาคิดว่าเขาหลอนจนกระทั่งคิดไปเองว่าเป็นเสียงของแพรรัมภา แต่พอเพ่งมองไปอีกที

ลูอิสรู้สึกโกรธทันที นี่เลิกงานแล้วทำไมไม่กลับห้อง มาเดินอะไรที่นี่

หรือว่าแพรรัมภาแอบนัดไอ้นักฟุตบอลคนนั้น ซึ่งมันไม่น่าจะบังเอิญมาเจอกัน

ตอนนี้ต่อมหึงและหวงกำลังทำงานอย่างหนักแต่ก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจ

ทั้งที่ภายในมันคอยแต่จะปะทุเขาจ้องไปยังไปคนทั้งที่ต่างหัวเราะให้แก่กัน

จนมือทั้งสองข้างของเขากำหมัดไว้แน่น

“คุณลูอิสคะ ลิเลียน่าซื้อของเสร็จแล้ว

เราไปไหนกันต่อดีคะ”

“อืม...ไปทานข้าวร้านนั่นไหม”

ลูอิสที่เห็นบีมเดินเข้าไปภายในร้านอาหารก็รู้สึกอยากจะเห็นว่าทั้งสองคนนั่นทำอะไรกัน

พอนางแบบเอ่ยปากชวน เขาขอเข้าไปดูหน่อยเถอะ

ลิเลียน่าเข้าใจว่าลูอิสคงจะหิว เลยเดินควงกันเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่น

ลูอิสที่สอดส่ายสายตามองหาว่าแพรรัมภากับไอ้นักบอลคนนั้น มันอยู่ตรงไหน

ทันทีที่เห็น เขาก็เดินควงนางแบบดังเข้าไปนั่งใกล้ๆ

ลูอิสที่ตอนนี้ใจไม่อยู่กับนางแบบสาวสวยแล้ว

คอยแต่แอบมองว่าสองคนนั้นทำอะไร แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะของทั้งสองกระทบมาในหู

“คุณลูอิส คุณลูอิส คุณลูอิสคะ”

ลิเลียน่าที่งง เรียกลูอิสตั้งนานแต่เขากลับไม่ได้ยิน

และดูจากใบหน้า ทำไมถึงทำเหมือนโกรธใครอยู่ เลยเอื้อมมือไปเขย่าแขนลูอิส

“อะไร!!! จะกินอะไรก็สั่งไปสิ!!!”

ลิเลียน่าตกใจอยู่ดีๆ เขาก็เปลี่ยนอารมณ์เป็นโมโห ลิเลียน่าถึงกับหน้าเสีย

เธอไม่ได้ตอแหยอะไรเขาเลย วันนี้เขานัดออกมาเดินเล่นเธอคิดว่า

เขาคงจะอยากชวนเธอมาผ่อนคลาย

แต่นี้อะไรอยู่ดีก็อารมณ์เสียแล้วพาลมาใส่อารมณ์กับเธอ

“ขอโทษคะ ลิเลียน่าเรียกคุณตั้งนานแต่คุณเงียบ

ขอโทษนะคะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณลูอิส”

ลูอิสที่เมื่อเผลอตวาดลิเลียน่าไปใจเขาก็อยากจะขอโทษรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ

จะกวนอะไรเขา

“เออ

ไม่เป็นไรครับผมคงจะเครียดกับวานไปหน่อยเลยพาลใส่คุณ คุณจะทานอะไรก็สั่งเลยครับ”

ลูอิสที่พยายามระงับอารมณ์ภายในจิตใจให้สงบ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันยาก

แดนนี่

แพรรัมภาได้สั่งอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุก คงจะไม่รู้ตัวว่าเสียงหัวเราะนั้นกำลังจะทำให้ใครคนหนึ่ง

รู้สึกไม่ชอบตอนนี้มันเหมือนกับถูกตั้งเวลาไว้ เพื่อรอเวลาระเบิด

เลือกตอน

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!